ปชป.เปิดเวทีถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ “อภิสิทธิ์” เตือนอย่าเปลี่ยนความเดือดร้อน ปชช.เป็นเวทีปะทะทางการเมือง พร้อมรับข้อมูลทุกด้านเพื่อตรวจสอบและผลักดันโครงการจำเป็น “ชวน” จวก มท.ย้ายผู้ว่าฯ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ส่งผลแก้น้ำท่วมและการประสานงานในพื้นที่ขาดความต่อเนื่อง
วันนี้ (12 ก.ค.) ที่โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ จัดสัมมนา สส.พรรค ภายใต้สโลแกน “ฟ้าใต้ ฟ้าใส ไปด้วยกัน ฟื้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคง ยกระดับคุรภาพชีวิต” โดยมีการเปิดเวทีระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน อาทิ สมาคมโรงแรม, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว, สมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่, สภาเศรษฐกิจ, สมาพันธ์ SMEs และตัวแทนมูลนิธิในหาดใหญ่ รวมตัวแทนนักวิชาการ และนักศึกษา รวมถึงนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เพื่อร่วมกันวางแนวทางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ ก่อนเข้าสูช่วงความเสี่ยงการเกิดอุทกภัย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเด็นที่จะหารือ คือ 1. การเยียวยา ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการได้รับการช่วยเหลือเรื่องการซ่อมแซมบ้านเรือน เรื่องสินเชื่อต่างๆ สถานะขณะนี้เป็นอย่างไรเพราะจากการติดตามก็ได้รับคำชี้แจงว่า บางเรื่องรัฐบาลดำเนินการเสร็จแล้ว 2. การเตรียมตัวป้องกันในฤดูฝนที่จะมาถึงนี้ ซึ่งขณะนี้ก็เป็นที่สนใจว่า งบประมาณที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะงบฉุกเฉินที่จำเป็นจะต้องใช้ เพื่อให้มีความพร้อมรับมือกับอุทกภัย สถานะเป็นอย่างไร 3. การเตรียมตัวเมือง เพื่อรับมือกับสิ่งเหล่านี้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงการสำคัญๆ ที่เคยมีการพูดกัน คืออะไร มีเรื่องไหนที่คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์สามารถที่จะไปเรียกร้องผลักดันได้เพิ่มเติมมากขึ้น และ 4. ข้อเสนอของภาคเอกชนต่อการพัฒนาเมืองในอนาคต เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติบวกกับการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับพี่น้องหาดใหญ่และคนใต้
นายจูรี น่มแก้ว สส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคฯ กล่าวถึงการฟื้นฟูเยียวยาหาดใหญ่ ว่า ขณะนี้ยังมีคนที่ยังไม่ได้เงินเยียวยาประมาณไม่เกิน 1 พันคน จะมีปัญหาตกหล่นอยู่ เดิมมีความพยายามรออุทธรณ์ แต่หน่วยงานยังไม่ตอบมาว่าจะให้อุทธรณ์หรือไม่อย่างไร ชาวบ้านยังคอยเรื่องนี้อยู่ แต่ส่วนใหญ่ได้รับเงินเยียวยาแล้ว ส่วนการอุทธรณ์เป็นเรื่องการตีความกฎหมายว่าอุทธรณ์ได้หรือไม่
ด้าน นายอดิศักดิ์ รัตนะ ในนามภาคประชาชน และเคยทำหน้าที่ในท้องถิ่น กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลผลักดันเงินเยียวยา เนื่องจาก จำนวน 9,000 บาทนั้น ไม่เพียงพอ แต่เงินช่วยเหลือภัยพิบัติส่วนใหญ่ ท้องถิ่นจะไม่จ่ายตั้งแต่ปี 2567 โดยอ้างว่า ไม่มีการเรียกร้อง ซึ่งขณะนี้ภาพรวมจังหวัดสงขลา น่าจะยังมีประชาชนที่ไม่ได้รับเงินจำนวน 4,000 คน
ขณะที่ นายสมพล ชีววัฒนาพงศ์ อุปนายกสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ กล่าวถึงปัญหาของภาคธุรกิจในการเข้าถึงสินเชื่อ ที่ภาครัฐได้จัดเตรียมไว้ ว่า สินเชื่อที่ภาครัฐอนุมัตินั้น มีการพักดอกเบี้ย 6 เดือน พักเงินต้น 1 ปี แต่การเข้าถึงและอนุมัติยังยากลำบาก เพราะธนาคารยังต้องตรวจสอบเครดิตบูโรของผู้ประกอบการ จึงเสนอว่า ควรลดหย่อนเกณฑ์ และตรวจสอบอัตราความสำเร็จของโครงการย้อนกลับไปที่ธนาคารพาณิชย์ ว่า สามารถอนุมัติได้เท่าไร มิเช่นนั้นจะเป็นเสมือนระเบิดเวลา เพราะขณะนี้ ครบเวลาการพักดอกเบี้ย 6 เดือนแล้ว แต่สภาพเศรษฐกิจในสงขลา และหาดใหญ่ยังซบเซา ทำให้ผู้ประกอบการต้องเริ่มกลับมาชำระดอกเบี้ย และปลายปีเมื่อเข้าฤดูฝน ก็จะครบ 1 ปี ที่ผู้ประกอบการจะต้องกลับมาจ่ายเงินต้นต่อเช่นเดิมด้วย ทั้งที่สภาพเศรษฐกิจในสงขลาและหาดใหญ่นั้น พบว่ากำลังซื้อหาย และภาคธุรกิจโรงแรมยังกังวล เพราะใกล้จะถึงหน้าน้ำในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายสร้างความมั่นใจ นอกจากการป้องกันและวิธีการอื่น ยังสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว
ด้านนักวิชาการ และนักศึกษา อยากให้ผู้นำท้องถิ่น หรือรัฐบาล สำรวจพื้นที่หาดใหญ่ ว่า จุดใดเป็นพื้นที่ปลอดภัย หรือจุดพื้นที่สูงน้ำไม่ท่วม เพื่อใช้เป็นพื้นที่อพยพ และเตรียมความพร้อมในการขนย้ายสิ่งของ เพื่อลดความเสียหาย พร้อมเรียกร้องให้เร่งความชัดเจน “หาดใหญ่โมเดล”เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมรับมือ
ทั้งนี้ ยังมีภาคประชาชนรายหนึ่ง พยายามที่จะสะท้อนปัญหาในพื้นที่ เนื่องจากพบพื้นที่โครงการหนึ่งโครงการ ที่นายกแป้น บอกว่า ต้องลอกคู ซึ่งมีงบประมาณอยู่แล้ว แต่ถูกใช้หมดไปกับเรือ 100 ลำ มูลค่า 96 ล้าน จึงขอตั้งคำถามว่า ใครมีหน้าที่ลอกคู เพราะปัญหาคือนักบริหารขาดทักษะในการบริหาร แทนที่จะมาสนใจเรื่องคูของนายกแป้น แต่กลับไปสนใจเรื่อง EV จึงเห็นว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่งจะมาคุยเรื่องน้ำท่วม ก่อนย้ำว่า หากนักบริหารมีความรู้ความสามารถ งบประมาณ 530 ล้านบาทของ อบจ.กลับถูกใช้ไปในการขนขยะ 408 ล้าน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวตัดบทว่า เรามาวันนี้เพื่อมาหาคำตอบ ถึงความทุกข์และความกังวลของชาวหาดใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่ภาคประชาชนสะท้อนไม่สำคัญ สิ่งที่ภาคประชาชนสะท้อนนั้น คนที่อยู่ที่นี่ก็ไม่สามารถตอบได้ว่า ใช่หรือไม่ใช่ แต่ต่อจากนี้จะเกิดประเด็นตอบโต้ชี้แจงจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง จนถึงตอนนี้ ตนกังวลเพราะ 2-3 วันก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่ ตนมีความรู้สึกว่า มีความพยายามทำให้เรื่องน้ำท่วมกลายเป็นทะเลาะกันทางการเมือง ซึ่งไม่เกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่ จึงขอให้ส่งข้อมูลทั้งหมดมาให้เพื่อตรวจสอบต่อไป แต่วันนี้สิ่งที่อยากได้ คือจะทำอย่างไรเพื่อคลายกังวลให้กับชาวหาดใหญ่ ผ่านการติดตามโครงการที่ยังมีความจำเป็นอยู่
ขณะที่ นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดที่ถือว่ามีความพร้อมที่สุดในภาคใต้ เนื่องจากมีชลประทานในพื้นที่ แต่ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเพิ่งจะย้ายมาจากจังหวัดกระบี่ ทั้งหมดเกิดจากการบริหารของกระทรวงมหาดไทยที่ย้ายผู้ปกครองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ไม่ได้สนใจเรื่องการทำงาน แค่จะย้ายไปอยู่จังหวัดนั้นเพื่อช่วยการเลือกตั้งได้ เพราะถ้าพูดถึงความพร้อมแล้วไม่มีที่ไหนพร้อมเท่ากับที่นี่ จึงอยู่ที่ผู้บริหารที่จะประสานให้ได้ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ชลประทาน มาใช้ประโยชน์ทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ก็อยู่ที่นี่ ดังนั้น การบริหารจึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการแก้ปัญหาเพราะหัวหน้าทีมคือผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับผลการระดมความเห็นของทุกฝ่ายในจังหวัดสงขลา เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ในครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค จะรวบรวม และนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป แต่ภาวนาว่าจะให้มีน้ำท่วมขึ้นมาอีก และอย่าให้มีการเลือกตั้ง เพราะเดี๋ยวจะมีการโยกย้ายผู้ว่าฯอีก


