“อนุทิน” นำทัพลงสงขลา ติดแผนรับมือน้ำสิ้นปีนี้ ลั่นมาด้วยความกลัวทำไม่ได้ ยกตัวเองเป็นจำเลยที่หนึ่ง -รมต.จำเลยร่วม หลังน้ำท่วมปีที่แล้ว ยันไม่เคยทอดทิ้ง เร่งซ่อมคลอง ร.1 เสร็จก่อนสิ้นปี เตรียมเติมงบกลางบล็อกน้ำท่วม บอก วันนี้มาด่าได้เลย ทำเต็มที่ถวายหัว ขอ สส.ยกจังหวัด
วันนี้ (10 ก.ค.) เมื่อเวลา 13.40 น. ที่วัดท่าช้าง ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดย นายกฯ กล่าวว่า เมื่อเช้าไปเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา แห่งใหม่ กับ ด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ของมาเลเซีย เพื่อความสะดวกในการขนส่งสินค้าต่างๆ และการเข้าเมืองต่างๆ มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น วันนี้พี่น้องมารอกันหลายคน ก็คงจะกลับไปแล้วมีรอยยิ้มกลับไปว่าพวกตนซึ่งประกอบไปด้วย รัฐมนตรีหลายท่านที่มาด้วยกัน วันนี้เรามาพบกับท่านไม่ใช่เพื่อมาเยี่ยมเยียนทักทายกันเท่านั้น เรามาเตรียมการในเรื่องของการเตรียมพร้อมในความช่วยเหลือ เตรียมพร้อมในการป้องกันและทำการสกัดกั้นภัยจากธรรมชาติ ซึ่งเราก็เห็นแล้วว่าอีกไม่กี่เดือนหน้าน้ำจะมาถึงแล้ว ปีที่แล้วมีความเสียหายมากที่จังหวัดสงขลา เราถอดบทเรียนต่างๆมาเพื่อเตรียมตัวอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ความเสียหายเหล่านั้นเกิดซ้ำขึ้นมาอีก ประชาชนจะได้ไม่ต้องประสบความยากลำบาก เราต้องทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนสิ้นปี
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้เรามาพร้อมหน้าพร้อมตามาด้วยความกลัว เพราะมาแล้วเกิดทำไม่ได้แล้วจะทำยังไงดี ตนก็เลยเอาจำเลยทั้งหมดมาด้วยกันกับตน ตนเป็นจำเลยที่หนึ่งแน่นอน แต่วันนี้ต้องมีจำเลยร่วมด้วยกัน โดยในช่วงนี้นายกฯได้แนะนำตัวนายณรงค์พรหรือนายกแป้น บอกว่าเป็นจำเลยที่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทาง ผวจ.สงขลา และบอกว่า เป็นจำเลยที่สอง เพราะทุกท่านมีส่วนร่วมหมดทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ตอนน้ำท่วมครั้งที่ผ่านมาลงพื้นที่มาดู ทุกคนได้เห็นสภาพความเสียหายและกลับไปก็เร่งเรื่องของเยียวยา และเร่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคิดแผนในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์มาทำร้ายพวกเราอีก เราป้องกันฝนไม่ให้ตกไม่ได้ เรารู้ว่าฝนมาหนักมากและรู้ว่าน้ำไหลมาทั่วทุกสารทิศ น้ำมาขนาดไหนก็ตามเราต้องมาบอกประชาชนว่าเราได้เตรียมการป้องกันไว้แล้วและเราได้ทำทุกอย่างแล้ว ในสิ่งที่เราจะมีความพร้อมคือระบบการให้การช่วยเหลือต่างๆ จะต้องไม่มีการขาดเหลือและต้องไม่ชักช้าอีกต่อไป ทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้เห็นสภาพจริงที่เกิดขึ้นก็ ต้องขอความเห็นใจให้กับคนทำงานด้วยในช่วงที่เกิดเหตุตนยืนยันได้เลยว่าทหาร ตำรวจ แพทย์ ข้าราชการ แทบทุกกระทรวงที่อยู่ในพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกสุมหัวกันอยู่ในพื้นที่ทำทุกอย่าง เร่งการแก้ปัญหาโดยเร็ว
“รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งใช้เวลาทุกช่วงในการระดมทรัพยากรต่างๆเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง วันนี้มาตรวจคลองคลองภูมินาถดำริ หรือ คลอง ร.1 ไม่ต้องกังวลกรมชลประทานได้เตรียมการซ่อมแซมกรมทางหลวงจะซ่อมแซมถนน งบประมาณจะใช้งบกลางของตนที่จะเอามาให้พี่น้องชาวจังหวัดสงขลาในการป้องกันปัญหาน้ำที่จะเกิดขึ้นภายในสิ้นปีนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยังไงก็ตามขอให้เชื่อมั่นว่าสงขลาเป็นจังหวัดสำคัญของประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวที่มามากที่สุดคือนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ที่ข้ามมาเที่ยวจังหวัดภาคใต้ เพื่อสร้างโอกาสและสร้างรายได้ ขอให้พี่น้องสนับสนุนความเป็นเจ้าบ้านที่ดี สำคัญที่สุดความสงบสุข 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้รัฐบาลให้ความสำคัญมาก ไม่มีใครอยากให้มีความขัดแย้ง รัฐบาลชุดนี้ผมโชคดีได้นายวันนอร์ มาช่วยเป็นที่ปรึกษาให้กับผมเพื่อช่วยเจรจาและหาทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดสันติสุขให้เร็วที่สุด ฉะนั้นเ ราต้องเร่งสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ตนเร่งอนุมัติงบประมาณให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวสงขลาและจังหวัดที่ประสบอุทกภัย วันนี้วันที่ 10 ก.ค. ใช้ไทยช่วยไทยพลัส หมดหรือยังก่อนประชาชนตะโกนบอกว่า หมดแล้ว นายกฯกล่าวต่อว่า แบบนี้ เศรษฐกิจดี ไม่ต้องห่วงเหลืออีก 2 เดือนโครงการนี้ดีมาก ลดค่าใช้จ่าย ตนมาวันนี้พี่น้องมีอะไรระบายได้ไม่มีปัญหา ดุด่าว่ากล่าวได้ พวกตนมาเพื่อรับฟังสิ่งเหล่านี้ ตรงไหนที่อยากจะให้รัฐบาลได้แก้ไขด้วยเหตุ ด้วยผล เราพร้อมที่จะรับฟัง ขอให้คลายความกังวล พวกเราช่วยกันทำงานเพื่อพ่อแม่พี่น้องอยู่แล้ว คนสงขลาให้ สส.กับตน 4 คนถ้าตนทำไม่ได้แย่เลย ตนต้องทำให้ยกจังหวัดสงขลาให้ได้จะต้องทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้องอย่างถวายหัว เราคงมีโอกาสได้พบกันอีกหลายครั้งในช่วงที่ตนยังเป็นรัฐบาลอยู่ จากนั้นนายกฯ เดินพบปะพี่น้องประชาชน


