xs
xsm
sm
md
lg

“ปณิธาน” จี้กอ.รมน.ไม่ยกเครื่องเป็น 3.0 ก็ยุบกลับกรมกอง ชี้อยู่แบบเดิมอันตรายตอบคำถามสังคมไม่ได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ปณิธาน” วิเคราะห์กอ.รมน.ถึงทางแยก มองไม่ยกเครื่องเป็น 3.0 แบบจริงจัง ก็ต้องยุบกลับกรมกอง มีแผนที่ชัดเจนกันเกิด “สูญญากาศ” แต่อันตรายที่สุด คือไม่เลือกอะไรเลยอยู่แบบเดิม ความมั่นคงอยู่ไม่ด้วยระบบที่ตอบคำถามสังคมไม่ได้

วันนี้ (9ก.ค.) รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ เปิดมุมมองต่ออนาคตของ “กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร” หรือ กอ.รมน. ว่าถึงเวลาต้องเลือกอย่างจริงจัง ระหว่าง “ยกระดับปรับเปลี่ยนเป็น กอ.รมน. 3.0” เพื่อรองรับภัยคุกคามยุคใหม่ หรือ “ยุบเลิก” แล้วคืนภารกิจกลับสู่หน่วยงานปกติ เพื่อเข้าสู่การเมืองและระบบราชการแบบปกติใหม่
.
ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่จะ “คงไว้” หรือ “ยุบไป” แต่คือรัฐไทยจะจัดการงานความมั่นคงอย่างไร ให้ทันโลก โปร่งใส ลดความซ้ำซ้อน และตอบคำถามประชาชนได้มากกว่าเดิม
.
❏ กอ.รมน. 1.0 : ยุคจำเป็นที่ไม่ต้องอธิบาย
.
รศ.ดร.ปณิธาน อธิบายว่า ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อคอมมิวนิสต์ขยายตัวอย่างรวดเร็วในเอเชีย และความขัดแย้งเริ่มลุกลามเข้าสู่ประเทศไทย กอ.รมน.ในยุคแรกมีภารกิจชัดเจน คือการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ รวมถึงการโน้มน้าวผู้เห็นต่างหรือผู้ที่จับอาวุธต่อสู้กับรัฐ ให้กลับมา “ร่วมพัฒนาชาติบ้านเมือง”
.
ยุคนั้น กองทัพไทย โดยเฉพาะกองทัพบก เป็นแกนหลักในการประสานงานกับหน่วยงานรัฐ ภายใต้แนวคิดการรบแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Total Defense สำหรับประชาชนจำนวนมากที่ไม่ได้สนับสนุนคอมมิวนิสต์ บทบาทของ กอ.รมน.ในยุคแรกแทบไม่ต้องอธิบาย เพราะผลงานในเวลานั้นเป็นคำตอบด้วยตัวเอง
.
แต่ขณะเดียวกัน รศ.ดร.ปณิธาน ก็ชี้ว่า ต้องไม่ลืมอีกด้านหนึ่งของประวัติศาสตร์ คือความสูญเสีย งบประมาณจำนวนมาก ปัญหาในการปฏิบัติ ความซ้ำซ้อน ความรั่วไหล และความไม่เป็นธรรมบางกรณี ซึ่งทิ้งบาดแผลไว้กับคนจำนวนไม่น้อยจนถึงปัจจุบัน
.
❏ กอ.รมน. 2.0 : ยุคคงอยู่ แต่ยิ่งอธิบายยิ่งยาก
.
หลังสงครามเย็นสิ้นสุดลง ภัยคุกคามไม่ได้หายไป แต่เปลี่ยนรูปแบบ จากภัยด้านอุดมการณ์และการทหาร ไปสู่ภัยที่กระทบ “มนุษย์” มากขึ้น ทั้งเศรษฐกิจ พลังงาน สิ่งแวดล้อม สุขภาพ แรงงาน การเข้าเมือง ไซเบอร์ ข้อมูลข่าวสาร ชายแดน และการต่างประเทศ
.
หลายประเทศจึงปรับโครงสร้างหน่วยงานความมั่นคงครั้งใหญ่ ลดความซ้ำซ้อน ลดงบประมาณ และเพิ่มประสิทธิภาพให้รับมือภัยยุคใหม่ แต่สำหรับ กอ.รมน. รศ.ดร.ปณิธาน มองว่า ยังไม่สามารถปรับโครงสร้างและภารกิจให้ทันสถานการณ์ได้เท่าที่ควร ยังคงใช้ชื่อเดิม โครงสร้างหลายส่วนยังคล้ายเดิม และยังยึดโยงกับทหารเป็นหลัก
.
ผลคือ ประชาชนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถาม ทั้งเรื่องเจตนารมณ์ ภารกิจ การใช้งบประมาณ สวัสดิการพิเศษ และความจำเป็นในการคงหน่วยงานนี้ไว้ ที่สำคัญ ผลงานของ กอ.รมน.ในยุคหลังสงครามเย็น ไม่ชัดเหมือนยุคแรก ทำให้การชี้แจงแบบเดิม ๆ ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้อีกต่อไป
.
❏ ภัยยุคใหม่ไม่รอใคร แต่รัฐไทยยังไม่เลือกทาง
.
รศ.ดร.ปณิธาน ระบุว่า วันนี้โลกกำลังเผชิญ “ภัยคุกคามร่วมสมัย” ทั้งแบบดั้งเดิม แบบสมัยใหม่ และแบบผสมผสาน จนเกิดวิกฤตหลายด้านพร้อมกัน หรือ Polycrisis ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน ค่าครองชีพ สิ่งแวดล้อม สุขอนามัย แรงงาน การเข้าเมือง ไซเบอร์ ข้อมูลข่าวสาร ชายแดน การแบ่งแยกดินแดน การค้า และการต่างประเทศ ดังนั้น ผู้มีอำนาจด้านความมั่นคงของไทยเหลือทางเลือกหลัก ๆ เพียง 2 ทาง คือ “ปรับใหญ่” หรือ “ยุบจริง”
.
❏ ทางเลือกแรก : กอ.รมน. 3.0 ต้องยกเครื่อง ไม่ใช่แต่งหน้า
.
หากจะคง กอ.รมน.ไว้ รศ.ดร.ปณิธาน เสนอว่า ต้องปรับไปสู่ “กอ.รมน. 3.0” อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนคำอธิบาย แต่ต้องแก้กฎหมาย ปรับโครงสร้าง จัดระบบงบประมาณใหม่ และจัดระบบกำลังพลครั้งใหญ่ ซึ่งรัฐบาลต้องชี้แจงกับประชาชนอย่างจริงจัง เพราะการอธิบายแบบเดิม ๆ แล้วหวังให้สังคมเชื่อ คงทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
.
ข้อเสนอหนึ่งคือ ลดขนาด ลดโครงสร้างซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ และควบรวมงานความมั่นคงยุคใหม่ที่กระจัดกระจายอยู่หลายหน่วยงาน เช่น ไซเบอร์ การเข้าเมือง ศุลกากร แรงงาน สิ่งแวดล้อม การต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานลักษณะเดียวกันอย่าง ศรชล. หรือที่ถูกเรียกว่า “กอ.รมน.ทะเล” ทั้งหมดนี้ต้องทำโดยไม่เพิ่มอัตรา ตำแหน่ง หรืองบประมาณโดยไม่จำเป็น
.
อีกแนวทางคือ ยกระดับ กอ.รมน.ให้เป็นหน่วยงานบริหารรูปแบบใหม่ อาจเทียบเท่าสำนัก ทบวง หรือรูปแบบอื่นที่เป็นอิสระจากกองทัพมากขึ้น และเชื่อมโยงกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. มากขึ้น เพราะปัจจุบัน กอ.รมน.ก็สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว
.
❏ ทางเลือกที่สอง : ยุบ กอ.รมน. คืนภารกิจสู่ระบบปกติ
.
อีกทางเลือกคือ “ยุบเลิก กอ.รมน.” ซึ่งเป็นข้อเสนอจากนักวิชาการและฝ่ายที่ไม่สนับสนุนการคงอยู่ของหน่วยงานนี้มายาวนาน
เหตุผลหลักคือ เพื่อลดบทบาทกองทัพในรัฐบาลพลเรือนตามระบอบประชาธิปไตย เพิ่มความโปร่งใสในงานความมั่นคง ลดภาระงบประมาณ และให้กระทรวงหรือหน่วยงานความมั่นคงที่มีอยู่แล้วทำหน้าที่ตามโครงสร้างปกติ
.
แต่ รศ.ดร.ปณิธาน เตือนว่า การยุบ กอ.รมน.โดยไม่มีแผนเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน อาจทำให้เกิด “สูญญากาศ” หรือสร้างปัญหาใหม่มากกว่าเดิม เพราะแม้แต่เรื่องที่มีโครงสร้างบริหารชัดเจนอยู่แล้ว เช่น น้ำท่วมน้ำแล้ง การเข้าเมือง แรงงาน ภัยไซเบอร์ และข้อมูลส่วนบุคคล ก็ยังเกิดปัญหาต่อเนื่อง ดังนั้น หากจะยุบจริง ต้องมีข้อเสนอรองรับให้ชัดว่า โครงสร้างใหม่จะประสานงาน ควบคุม และบริหารจัดการได้ดีกว่า กอ.รมน.อย่างไร
.
❏ มุมมองของว็อชด็อก : ปัญหาไม่ใช่แค่มีหรือไม่มี แต่คือกล้าตัดสินใจหรือไม่
.
ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของรัฐไทย คือหลายเรื่องถูกปล่อยให้ “อยู่ค้าง” ระหว่างอดีตกับอนาคต กอ.รมน.ในอดีตอาจเคยมีเหตุผลของยุคสมัย แต่คำถามวันนี้คือ เหตุผลเดิมยังเพียงพอหรือไม่ กับโลกที่ภัยความมั่นคงไม่ได้มาแค่ในรูปแบบปืน รถถัง หรืออุดมการณ์การเมือง แต่แฝงมาในระบบข้อมูล พรมแดน เศรษฐกิจ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และชีวิตประจำวันของประชาชน
.
ถ้าจะคงไว้ ต้องปรับจริง
ถ้าจะยุบ ต้องมีแผนจริง
.
แต่สิ่งที่อันตรายที่สุด คือไม่เลือกอะไรเลย แล้วปล่อยให้โครงสร้างเดิมใช้งบเดิม อธิบายแบบเดิม ท่ามกลางคำถามเดิม ๆ ของประชาชน เพราะในยุคที่ภัยคุกคามเปลี่ยนเร็วกว่าเอกสารราชการ ความมั่นคงของประเทศจะอยู่ไม่ได้ด้วยระบบที่ตอบคำถามสังคมไม่ได้อีกต่อไป