xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.ศึกษาเลือก สว. ชี้ไม่สะท้อนความรู้ความสามารถ-เอื้อเครือข่ายการเมือง จ่อแก้ให้โปร่งใส จี้ กกต.ส่งสำนวนศาลฎีกา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กมธ.ศึกษาเลือก สว. ปี 67 ชี้ ระบบคัดเลือกไม่สะท้อนความรู้ความสามารถ เปิดช่องจัดตั้งเครือข่าย-ครหาผูกโยงการเมือง จี้ กกต.เร่งส่งสำนวนให้ศาลฎีกา เปิดความคืบหน้าต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส จ่อชงแก้ทั้ง รธน.- กม.ลูก และระเบียบ หวังยกระดับกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ให้ชอบธรรมตรวจสอบได้

วันนี้ (9 ก.ค.) ที่รัฐสภา นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน พร้อมด้วย น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากระบวนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2569 และการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 แถลงความคืบหน้าผลการศึกษากระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ปี 2567

นายวาโย กล่าวว่า คณะกรรมาธิการมีมติเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาประเด็นดังกล่าว โดยจนถึงขณะนี้ได้ประชุมแล้ว 5 ครั้ง และได้ข้อค้นพบเบื้องต้นหลายประเด็นสำคัญ ซึ่งผลการศึกษาระบุว่า ระบบการเลือก สว. ที่ออกแบบให้เป็นตัวแทนของคนทุกกลุ่มในสังคม กลับทำให้คนบางกลุ่ม เช่น ผู้พิการและกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ แม้ระบบจะมุ่งคัดเลือกบุคคลจากความรู้ความสามารถ แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าผลการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับการจัดตั้งเครือข่าย การวางแผน และการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์มากกว่า โดยผู้ได้รับเลือกหลายรายมีข้อมูลแสดงคุณสมบัติหรือประวัติการทำงานเพียงเล็กน้อย แต่กลับได้รับคะแนนเสียงจำนวนมาก สะท้อนว่าปัจจัยในการได้รับเลือกไม่ได้อยู่ที่ความรู้หรือประสบการณ์

คณะอนุกรรมาธิการยังตั้งข้อสังเกตว่า ระบบเลือกกันเองที่มีเป้าหมายให้ สว. มีความเป็นอิสระและเป็นกลางทางการเมือง กลับถูกตั้งข้อครหาว่าผู้ได้รับเลือกบางส่วนอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมือง

ผลการศึกษายังระบุด้วยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงคณะกรรมการการเลือกระดับอำเภอและระดับจังหวัด ซึ่งเห็นว่าควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม

คณะอนุกรรมาธิการจึงเสนอข้อเรียกร้องต่อ กกต. 3 ประการ ได้แก่ ให้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบคอบและเร่งรัด โดยเฉพาะกรณีที่มีความเห็นแตกต่างระหว่างคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 กับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 พร้อมดำเนินการสืบสวนเชิงลึกเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

อีกทั้งขอให้ กกต. นำสำนวนและพยานหลักฐานทั้งหมดส่งต่อศาลฎีกาโดยเร็ว โดยเฉพาะสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ซึ่งมีข้อมูลไม่น้อยกว่า 90,000 หน้า และขอให้เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามตรวจสอบได้

ด้าน น.ส.พนิดา กล่าวว่า คณะอนุกรรมาธิการเตรียมจัดทำข้อเสนอเพื่อเสนอต่อรัฐสภา 3 ระดับ ได้แก่ ระดับรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้ทบทวนความจำเป็นของการมีสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ให้มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย ระดับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับปรุงกระบวนการเลือก สว. ให้เป็นตัวแทนของกลุ่มต่างๆ ในสังคมและเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม และระดับระเบียบ เพื่อยกระดับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น