ปธ.วิปรัฐบาล สรุปผลงานสภา ผ่านกฎหมาย 94 ฉบับ ขอบคุณรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ร่วมขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติ เผยเปิดวิสามัญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ต้องรอ ครม.
วันนี้ (9 ก.ค.) ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมด้วย คณะวิปรัฐบาล แถลงสรุปผลการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรในช่วงปิดสมัยประชุม โดยระบุว่า การทำงานตลอดสมัยประชุมที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทำให้การดำเนินงานด้านนิติบัญญัติเป็นไปอย่างราบรื่น
นายกรวีร์ กล่าวว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา สภาสามารถพิจารณาร่างกฎหมายได้รวม 94 ฉบับ แม้บางเรื่องจะมีหลายร่างเสนอประกอบกัน โดยในจำนวนนี้มีร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี 34 ฉบับ และล่าสุดมีการประกาศใช้แล้ว 2 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน และพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์
นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาทันทีเมื่อเปิดสมัยประชุมครั้งหน้า รวมถึงร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยคาดว่าหลังวุฒิสภาพิจารณาแล้วเสร็จ จะเข้าสู่การประชุมร่วมของรัฐสภาในสมัยประชุมถัดไป
นายกรวีร์ กล่าวว่า นอกจากการพิจารณากฎหมายแล้ว สภายังให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ 5 ฉบับ และมีการตั้งกระทู้ถามสด 34 กระทู้ โดยรัฐมนตรีเดินทางมาตอบถึง 33 กระทู้ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูง พร้อมกล่าวขอบคุณคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนให้ความสำคัญกับการตอบกระทู้ในสภา
พร้อมกันนี้ ยังกล่าวขอบคุณฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ที่ร่วมประสานงานในการจัดลำดับประเด็นสำคัญ เพื่อให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงต่อสภา ซึ่งช่วยให้การตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติมีประสิทธิภาพมากขึ้น และประชาชนได้รับประโยชน์จากการติดตามการทำงานของรัฐบาล
ส่วนกระทู้ถามทั่วไปที่ยังมีการเลื่อนตอบจำนวนมากนั้น นายกรวีร์ กล่าวว่า ได้จัดทำสถิติการตอบกระทู้ของรัฐมนตรีแต่ละคนไว้เรียบร้อยแล้ว และจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปใช้ประกอบการประเมินผลการทำงานของคณะรัฐมนตรีในฐานะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อฝ่ายนิติบัญญัติ
นายกรวีร์ ยังกล่าวว่า ตลอดสมัยประชุมที่ผ่านมา สภาได้พิจารณาญัตติที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของประชาชนหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝุ่น PM2.5 วิกฤตพลังงาน โครงการแลนด์บริดจ์ และปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ ซึ่งหลายญัตติเป็นข้อเสนอจากฝ่ายค้าน สะท้อนว่าการทำงานของสภาฯ เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายร่วมผลักดันประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
นอกจากนี้ ยังสามารถเร่งพิจารณารายงานที่ค้างสะสมจากหลายปีก่อนจนแล้วเสร็จ ทำให้เมื่อเปิดสมัยประชุมครั้งใหม่ จะไม่มีรายงานเก่าค้างอยู่ และการพิจารณาจะเป็นไปตามสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น
เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ นายกรวีร์ กล่าวว่า ขณะนี้สภายังไม่ได้รับคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากศาลรัฐธรรมนูญ และการจะเปิดประชุมวิสามัญหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องหารือร่วมกับคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้เสนอพระราชกำหนดดังกล่าว
นายกรวีร์ กล่าวว่า หากคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่สามารถรอการเปิดสมัยประชุมปกติในเดือนสิงหาคมได้ ก็อาจเสนอให้มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ แต่ยืนยันว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ทันในสมัยประชุมปัจจุบัน เนื่องจากช่วงเย็นของวันเดียวกันจะมีพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ


