สส.พรรคส้ม ซัด รบ.ปลดล็อกกัญชาไร้กฎหมายคุม เปิดช่องลักลอบส่งออกกว่า 3 พันคดี จี้นายกฯ รับผิดชอบเชิงนโยบาย ชี้ รัฐยังตอบไม่ได้ปลูกเท่าไร สต๊อกอยู่ไหน ใครได้ประโยชน์ ด้าน “รมว.ยุติธรรม” แจงอยู่ระหว่างปรับสมดุล เร่งคุมเข้มร้านค้า-ปราบขบวนการลักลอบส่งออกกัญชา
วันนี้ (9 ก.ค.) นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชน กระทู้ถามสดถามนายกรัฐมนตรี โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นผู้ชี้แจงแทน เรื่องแนวทางการแก้ปัญหากัญชา ว่า น่าเสียดายที่นายกฯ ซึ่งเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญที่สุดในวงการนี้ไม่ได้มาตอบกระทู้สดด้วยวาจาด้วยตนเอง ซึ่งเรื่องนี้ใหญ่กว่ากระทรวงยุติธรรม และเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นทางอาจจะเป็นเรื่องชายแดน มาจนถึงปลายทางศุลกากรขาออก สนามบิน ซึ่งตนได้มีการตั้งกระทู้แยกเฉพาะถาม รมว.สาธารณสุข ไปแล้วได้คำตอบมาประมาณหนึ่ง แต่หน้างานยังเละตุ้มเป๊ะเหมือนเดิม เป็นปัญหาเพราะมีการผลิตเยอะมาก
นายภัณฑิล กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญมากที่นายกฯ ต้องมาตอบเองโดยตรงในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และอดีต รมว.สาธารณสุข ผู้ผลักดันนโยบายกัญชาในฐานะพืชเศรษฐกิจ ปากว่าตาขยิบ สุดท้ายก็เป็นสันทนาการ เดินไปที่ไหนก็มี หลังปลดล็อกปี 65 ประเทศไทยไม่มีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ในการควบคุมการปลูก ขาย ใช้ วางโฆษณาส่งเสริมการขาย แล้วประชาชนจะเชื่อได้อย่างไร เรื่องที่สำคัญคือถ้ารัฐไทยยังไม่รู้ว่าปลูกกัญชาจริงเท่าไหร่ มีสต๊อกเท่าไหร่ ใช้ในประเทศเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ ส่วนเกินหายไปอย่างไร รัฐบาลคุมอยู่หรือไม่ จึงอยากถามว่าความรับผิดชอบเชิงนโยบายรัฐบาลยอมรับหรือไม่ว่ามีการลักลอบส่งออกกัญชา 3 พันกว่าคดี ของกลาง 3 หมื่นกว่ากิโลกรัม ใน 9 เดือน ไม่ใช่ความผิดแค่รายบุคคลของคนขน แต่สะท้อนถึงความล้มเหลวเชิงระบบของหลังจากการปลดล็อกกัญชา นายกฯในฐานะที่เป็นผู้ผลักดันนโยบายนี้ตั้งแต่ต้น จะมาแสดงความรับผิดชอบเชิงนโยบายต่อสภานี้อย่างไร
นายภัณฑิล ถามต่อว่า ท่านทราบรายละเอียดใน พ.ร.บ. กัญชาฉบับนี้หรือไม่ ว่า จะปิดช่องโหว่เรื่องการขออนุญาตปลูก อนุญาตผลิต ควบคุมปริมาณได้หรือไม่ จึงอยากขอคำตอบชัดๆ ส่วนกรณีเรื่องการสาวกลับไปที่ต้นทาง จากหลายพันคดีที่ศุลกากรจับได้ ตนต้องการทราบว่ารัฐบาลสาวไปยังต้นทางได้กี่คดี และรัฐบาลได้เคยตรวจสอบหรือไม่ว่าที่จับหลังจากปลดล็อคกัญชาแล้วใครคือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง รัฐบาลมีฐานข้อมูลกลางหรือไม่ ที่เชื่อมระหว่างฟาร์ม ร้านค้า สต๊อก ขนส่งจนถึงขาออกที่ด่าน ท่านรัฐบาลตอบไม่ได้ว่ากัญชาที่จับได้มาจากไหนก็แปลว่าคุมไม่ได้ และทราบหรือไม่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่านโยบายที่ท่านออกมาไม่ได้เปิดช่องให้มีกลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่มเข้ามาเก็บเกี่ยว
“ผมไม่รู้ว่าแนวที่ท่านจะแก้กฎหมายสาระสำคัญคืออะไร ท่านไม่ยอมชี้แจง จะแก้ปัญหา ที่ตอนนี้ร้านในเขตของผม สุขุมวิท หรือภูเก็ตเป็นดอกเห็ด ไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ คนมาขายก็เป็นแรงงานต่างด้าว ที่บอกว่ามีใบสั่งแพทย์ ไม่จริง ท่านไปกับผมได้เลย ออกจากสภา 10 นาที มีเงินติดกระเป๋า 200 บาท ซื้อได้เลยทันที สูบข้างถนนไม่มีใครจับ สุขุมวิทแทบจะเขียวไปหมดแล้ว” นายภัณฑิล กล่าว
นายภัณฑิล กล่าวว่า ตนไม่ได้กล่าวหานายกฯ พรรคการเมืองใด หรือผู้มีอำนาจใด ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งออกกัญชา แต่ในฐานะที่พวกเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องถามแทนประชาชนว่านโยบายที่เริ่มจากพืชเศรษฐกิจ สมุนไพรทำไมวันนี้ถึงกลายเป็นภาระของศุลกากร ภาระปลายทาง และภาระของประเทศไทยจนถึงขนาดที่ต่างประเทศต้องส่งเครื่องมือมาช่วยตรวจของที่ออกจากประเทศเราเอง คนที่ออกแบบนโยบายต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ประชาชนน่าจะไม่ได้แค่ต้องการให้เข้มงวดกับช่อดอกกัญชาในฐานะยาเสพติดเท่านั้น แต่ ตนว่าประชาชนน่าจะต้องการยาอีกแบบหนึ่ง คือ ยาเบื่อหนู เบื่อคำแก้ตัวเดิมๆ
ทำให้ นายเลิศศักดิ์ ได้ท้วงว่า ตนคิดว่าคำพูดที่ เสียดสี ไม่เหมาะที่จะใช้กับการตั้งกระทู้ถาม เพราะระเบียบข้อบังคับการประชุมระบุไว้ชัดเจนขออนุญาตให้นายภัณฑิล ถอนคำพูดคำว่ายาเบื่อหนู ทำให้นายภัณฑิล กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเสียดสีตรงไหน จากนั้น นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงอีก ทำให้ นายภัณฑิล กล่าวว่า “รับทราบและเข้าใจ แต่วนเวียน แก้ไม่ได้ ประชาชนเบื่อ โอเค ถอนก็ได้ ยาเบื่อธรรมดาก็ได้ ตัดคำว่าหนูออก”
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า กัญชาที่มีการลักลอบไปยังประเทศเพื่อนบ้าน มาตรการต่างๆ ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้ดำเนินการที่เกี่ยวข้องในเรื่องการปราบปรามจับกุม ใน 3 เดือนที่ผ่านมา มี 8 คดี น้ำหนักรวม 5,119 กิโลกรัม ส่วนการที่มีการจับกุมเฮโรอีนที่ประเทศออสเตรเลียจับกุมตัวได้ ทั้ง ป.ป.ส. และกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้เร่งรัดดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง จะผ่านการประชุมมีผลบังคับใช้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งและกฎกระทรวงดำเนินการได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้ทำการตรวจร้านค้าร้านจำหน่ายทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นๆ ถึงใบขออนุญาต
พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงต่อว่า สำหรับ พ.ร.บ.กัญชากัญชง จะมีช่องโหว่หรือไม่นั้น ในส่วนนี้มีหลายร่างที่แต่ละท่านได้เสนอ ที่ทราบ คือ มี 7 ร่าง ซึ่งแต่ละร่างมีข้อดีและข้อเสีย ในการดำเนินการต่างๆ คงอยู่ในการพิจารณาว่าจะรับร่างของใคร ส่วนมาตรการในการควบคุม ทางรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุขที่เป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.นี้ ซึ่งได้ดำเนินการในเรื่องต่างๆ ส่วนมีการลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ถือว่าทางป.ป.ส.และกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด เราได้ดำเนินการอย่างเข้มงวด ในเรื่องของยาเสพติดกระทรวงที่รับผิดชอบมีทั้งหมด 8 กระทรวง และสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยของกัญชาอยู่ในช่วงปรับสมดุล และหน่วยงานรัฐพยายามเพิ่มมาตรการควบคุมในการจำหน่าย โฆษณา และการใช้ โดยเฉพาะการใช้ที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ ส่วนแนวทางที่ควรดำเนินการคือแนวทางที่เป็นระบบ แต่ละกระทรวงที่รับผิดชอบได้ดำเนินการตามที่ตัวเองได้รับผิดชอบ


