xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.ที่ดินฯ ลุย One Map แก้ที่ดิน เรียก 6 ผู้ว่าฯ แจงปมทับซ้อน ให้ สคทช.จัดทำสถานะความคืบหน้าราย จว.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“กุลวลี” เผย กมธ.ที่ดินฯ ลุย One Map ยุติปัญหาเส้นเขตรัฐทับที่ดินชาวบ้าน เรียก “6 ผู้ว่าฯ” แจงปมทับซ้อน มอบ สคทช. จัดทำสถานะความคืบหน้ารายจังหวัด วางกลไกรับเรื่องร้องเรียน เยียวยาประชาชน

วันนี้ (9 ก.ค.) ที่รัฐสภา น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม กมธ. เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐให้เป็นมาตรฐานเดียวทั้งประเทศ หรือ “One Map” และการแก้ปัญหากรณีเส้นเขตของรัฐไปทับที่ดินทำกินของประชาชน โดยเรียกหน่วยงานส่วนกลางและผู้ว่าราชการจังหวัด 6 จังหวัด มาชี้แจงและเร่งรัดการทำงาน

น.ส.กุลวลี กล่าวว่า ที่ผ่านมา ที่ดินของรัฐแต่ละประเภท ทั้งป่าสงวน อุทยาน ที่ ส.ป.ก. และที่ราชพัสดุ ต่างมีแผนที่ของตัวเองคนละมาตราส่วน ทำให้เส้นเขตทับซ้อนกันเอง และหลายจุดยังทับกับที่ดินที่ชาวบ้านทำกินหรือมีเอกสารสิทธิ กลายเป็นข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมานานหลายสิบปี โครงการ One Map คือการรวมแผนที่ทั้งหมดให้เป็นเส้นเดียวที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ภายใต้หลักคิด “หนึ่งพื้นที่ หนึ่งหน่วยงานรับผิดชอบ” เพื่อยุติปัญหาการทับซ้อนและความขัดแย้งเรื่องที่ดินให้ลูกหลาน

น.ส.กุลวลี กล่าว่า ประเด็นที่ กมธ.เน้นย้ำหนักแน่นที่สุด คือ การทำ One Map ไม่ใช่การยกเลิกหรือริบเอกสารสิทธิและสิทธิทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมายของประชาชน ตามกรอบที่ ครม.คุ้มครองไว้ หากพื้นที่ใดเส้นเขตของรัฐไปทับกับที่ดินที่ชาวบ้านมีเอกสารสิทธิหรือครอบครองทำกินอยู่ก่อน หน่วยงานต้องร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง พิสูจน์สิทธิ และหาทางเยียวยาช่วยเหลือให้เป็นธรรม โดยที่ประชุมได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครศรีธรรมราช จันทบุรี และราชบุรี รายงานปัญหาการทับซ้อนในพื้นที่ของตน และมอบให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) จัดทำสถานะความคืบหน้ารายจังหวัด พร้อมวางกลไกรับเรื่องร้องเรียนและเยียวยาประชาชนที่ชัดเจน และรายงานกลับคณะกรรมาธิการตามกำหนด

น.ส.กุลวลี กล่าวย้ำว่า One Map ต้องทำให้เสร็จโดยไว เพื่อยุติข้อพิพาทเรื่องที่ดินให้ลูกหลาน แต่ต้องยึดหลักว่า สิทธิในที่ดินทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมายของประชาชนต้องไม่ถูกริบไปเพราะเส้นบนแผนที่ ใครเดือดร้อนต้องได้รับการดูแล เมื่อแนวเขตที่ดินของรัฐชัดเจน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันปัญหาการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ เช่น กรณีภูเก็ต และการบุกรุกป่าต้นน้ำ กรณีไชยปราการ ที่พิจารณาไปเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 69 ไม่ให้เกิดซ้ำอีกในอนาคต โดยประธาน กมธ. และกรรมาธิการทุกท่าน จะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และขอให้หน่วยงานรายงานผลเป็นระยะ เพื่อให้การจัดการที่ดินของประเทศมีความชัดเจน เป็นธรรม และคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างแท้จริง