"เอกราช" สส.ปชน. แถลงเดือด ไม่พอใจถูกเซ็นเซอร์สไลด์ข้อมูลกลาโหมขณะถกงบประมาณ 2570 "มัลลิกา" ดอดนั่งฟัง แถลงโต้กลับทันควัน บอกทีหลังส่งหลักฐานมาให้ไวกว่านี้หน่อย
วันที่ 8 ก.ค. นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงกรณีการถูกเซ็นเซอร์สไลด์ข้อมูล ขณะกำลังอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง มาร่วมนั่งฟังการแถลงครั้งนี้ด้วย
นายเอกราช กล่าวว่า จากการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯ ตนอภิปรายในส่วนของกระทรวงกลาโหม โดยมีทีมงานจัดทำข้อมูลในการอภิปรายให้ซึ่งมีจำนวนหลายสิบหน้าที่เตรียมขึ้นสไลด์ แต่เมื่อถึงเวลาอภิปราย ประธานในที่ประชุม คือ น.ส.มัลลิกา ได้เซ็นเซอร์หลายข้อมูล ไม่ให้นำเสนอต่อที่ประชุม ทำให้ตนตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่สามารถนำเสนอข้อมูลดังกล่าวได้
นายเอกราช กล่าวต่อว่า การที่ตนมาแถลงไม่ได้มาเพื่อทะเลาะกับใคร แต่มาเพื่อที่จะเรียกร้องให้สภาฯ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ควรจะให้สมาชิกได้อภิปรายนำเสนอข้อมูลอย่างเต็มที่ มีมาตรการหรือแนวทางที่ชัดเจน ในการนำเสนอข้อมูลของตน ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพที่ต้องการแสดงให้เห็นว่ามีปัญหาอย่างไร ทั้งรูปภาพโรงงานเก่าที่อยู่ในเขตทหาร ที่ต้องการแสดงให้เห็นว่าเป็นโรงงานร้างที่กองทัพบกควรดูแล,หน่วยงานวิจัยของกองทัพงานที่ส่งมอบผลงานผ่านเว็บไซต์ หรือเรือรบที่อยู่ในสมุดปกขาวในเว็บไซต์ของกองทัพ รวมทั้งคำว่ารัฐมนตรี,ทหารผี ซึ่งไม่ควรที่จะถูกเซ็นเซอร์
เพื่อให้สภาฯได้รับการยอมรับและทำงานต่อไปอย่างราบรื่น จึงขอเรียกร้องไปยังประธานสภาฯ และผู้ที่ทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าต่อไปนี้สภาฯจะเอาอย่างไร กับการเปิดพยานหลักฐาน การพูดถึงการ กล่าวถึง หรือการขึ้นสไลด์ ไม่ใช่ว่าพอไปถึงหน้างานแล้วเซ็นเซอร์ ซึ่งผมคิดว่าได้ส่งสไลด์ไปให้ในระยะเวลาพอสมควรเท่าที่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบได้ ดังนั้นต่อไปนี้ควรกำหนดว่า สมาชิกควรจะส่งสไลด์ให้ดูในระยะเวลาเท่าไหร่ แต่ใครจะรับประกันได้ว่าข้อมูลหรือข้อสอบจะไม่รั่วไหลไปถึงรัฐมนตรี" นายเอกราช กล่าว
นายเอกราช กล่าวต่อว่า ตนในฐานะผู้อภิปรายก็ต้องพยายามไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล เพราะมีความพยายามมาสอบถามว่าจะอภิปรายเรื่องอะไร เพื่อให้รัฐมนตรีได้เกร็งข้อสอบถูกและตอบได้ ซึ่งตนคิดว่าการทำหน้าที่เป็นสิ่งที่ต้องวางมาตรฐานร่วมกัน และวันนี้เป็นเกียรติที่น.ส.มัลลิกา มานั่งฟังตนพูดด้วย เพราะจริงๆแล้วก็รักใคร่กันดี จึงขอเรียกร้องว่า การทำหน้าที่ในครั้งต่อๆไป ขอให้กำหนดว่าสิ่งใดทำได้ หรือทำไม่ได้ และดีที่สุดหลักเกณฑ์ควรจะให้เป็นดุลพินิจของสมาชิก ที่เราเป็นผู้รับผิดรับชอบเอง
ด้าง น.ส.มัลลิกา ที่นั่งฟังอยู่ ได้แถลงโต้ทันทีว่า นายเอกราชเรียกร้อง ตนจึงมาทันที เรื่องประเด็นข้อมูลไม่รั่วไหล อย่างประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ต้องผ่านประธาน เพราะถือว่าให้สมาชิกรับผิดชอบด้วยตนเอง ฉะนั้นจึงไม่ต้องกลัวเรื่องข้อมูลจากรั่วไหล ส่วนประเด็นที่อยากได้กติกาการนำภาพขึ้น ตนต้องขอขอบคุณเพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สภาฯต้องตั้งกติกา ว่าควรที่จะยื่นก่อนกี่ชั่วโมง เมื่อสักครู่ที่นายเอกราช บอกว่ายื่นก่อน 1 ชั่วโมง ซึ่งจริงๆ ไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่มีหลายคน ดังนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายโสตฯอาจทำงานไม่ทัน
"ในวันนั้นพูดตรงๆว่า บางภาพ บางข้อมูล ยังมีความคิดเห็นระหว่างประธาน กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายโสตฯ ที่มีความเห็นไม่ตรงกัน บางครั้งเราบอกว่าไม่เป็นไร เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ดี บางอันเจ้าหน้าที่บอกโอเค เราบอกไม่โอเค ฉะนั้นวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่จะมีการตั้งกติกากัน ซึ่งได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่โสตฯ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่นำสไลด์ขึ้นจอมาพูดคุยกัน ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง และคิดว่าในสมัยหน้า น่าจะได้ข้อสรุปที่ตกลงกันได้" น.ส.มัลลิกา กล่าว
เมื่อแถลงเสร็จ น.ส.มัลลิกา ได้หันไปหานายเอกราชที่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมกล่าวว่า "พอใจไหมคะ"
นายเอกราช ตอบกลับว่า เพื่อให้เป็นประโยชน์กับสภาฯ และให้สมาชิกมีแนวทาง รวมถึงไม่ถูกเซ็นเซอร์หน้างานแบบนี้จะทำให้การอภิปรายราบรื่น และเป็นประโยชน์กับประชาชน หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากสภาฯอย่างเต็มที่
หลังจากนั้นทั้งคู่ได้เดินลงจากที่แถลงข่าว โดยนายเอกราช ได้นำภาพสไลด์ ที่จะขึ้นในวันอภิปรายงบฯ 70 แต่ถูกเซ็นเซอร์ ให้ น.ส.มัลลิกาดู พร้อมอธิบายไปด้วย โดย น.ส.มัลลิกา ได้พูดกับนายเอกราช ว่า "ทีหลังยื่นให้มันไวๆ หน่อย" ซึ่งนายเอกราชได้บอกว่า "เดี๋ยวคอยดูครั้งหน้า"


