เมืองไทย 360 องศา
จะด้วยต้องการ “ตัดไฟแต่ต้นลม” ลดเสียงวิจารณ์ในเรื่องผลงานที่ไม่ค่อยเอาไหนของบรรดารัฐมนตรี “ลูกเทพ” ที่พวก “บ้านใหญ่” ในพรรคส่งเป็นตัวแทนเข้ามากินโควตาเก้าอี้ รวมไปถึงรัฐมนตรีอีกบางคนในรัฐบาลชุด “อนุทิน 2” ที่เวลานี้ “ไม่มีผลงานเข้าตา”เลยสักคน บางคน “โลกลืม” ชาวบ้านไม่เคยรู้จักหน้าตา ไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามว่าเป็นอย่างไร ขณะที่บางคนชาวบ้านจดจำชื่อได้ดี แต่กลับออกมามีชื่อเสียงใน “ทางลบ” มีพฤติกรรมน่าสงสัยในเรื่องความโปร่งใสเสียอีก
ดังนั้น จะด้วยเหตุนี้หรือเปล่า ทำให้ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมา“ขันน็อต” พร้อมส่งสัญญาณปรับคณะรัฐมนตรี
สัญญาณการปรับคณะรัฐมนตรีดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาล รวมไปถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเรื่องอื้อฉาวสารพัดเรื่อง ทั้งเรื่องผลงานที่ไม่เข้าตา กรณีทุจริต ยาเสพติด หรือแม้แต่ปัญหาชายแดนใต้ ที่กำลังกลับมารุนแรงขึ้นมาอีก จนทำให้นายกรัฐมนตรีเริ่มนั่งไม่ติด และล่าสุดเพิ่งมีผลสำรวจที่ออกมาชี้ให้เห็นว่า ความนิยมของ นายอนุทิน เริ่มลดลง
ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ให้ความเห็นกรณีผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล โดยคะแนนของตัวนายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลดลงว่า โพลเหมือนกระจกส่องตัวเอง วันนี้ต้องขอบคุณผู้ทำโพล และคนที่แสดงความคิดเห็น เราก็ต้องฟัง เราเคยป๊อปปูลาร์แล้วคะแนนมันน้อยลง แสดงว่าต้องมีปัญหาตรงไหน เราก็ต้องแก้ไขตรงนั้น เพราะตนสนใจโพลมาตลอด เพราะตนก็มาจากโพล 2% ตอนนี้โชคดีเหลือ 21% ก็อย่าให้ลงกลับไปที่ 2% ต้องเร่งทำให้กลับไปที่เดิม ซึ่งผลโพลที่ออกมาไม่ได้บอกว่าต้องไปแข่งกับใคร เอาเป็นว่าจาก 26% แล้วลงมา 21% หายไป 5% ก็ต้องไปแก้ไข
เมื่อถามว่า 5% ที่หายไปคิดว่าเป็นจุดใด นายอนุทิน กล่าวว่า คงหลายเรื่อง บางทีเราสื่อสารไม่ชัดเจนไม่เต็มที่ คิดว่าประชาชนไม่ถือสาหาความก็อาจไม่ได้เน้นตรงนั้น ส่วนที่ดี ดันไม่สื่อสาร วันนี้ก็คอมเพลนไปหลายคน เพราะวันนี้จีดีพี ก็โต เงินลงทุนต่างชาติก็เพิ่มมากขึ้น ตลาดหุ้นก็เสถียรขึ้น มาอยู่เหนือ 1,600 จุด เรื่องการจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศก็สูงขึ้น การเข้าสู่ OECD หลายประเทศ ก็ยืนยันสนับสนุนจากแทบทุกประเทศที่ได้พบ ทุกคนต่างเชื่อมั่นประเทศไทย ว่ามีอนาคตที่สดใส มีโอกาสที่ดี เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคและในโลกนี้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ เรื่องที่เป็นภาระ เรื่องที่ดึงให้เราถอยหลัง ก็พยายามสลัดมันให้ออก โดยกำจัดสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ และไปเน้นสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจของประเทศให้มากที่สุด
“ต้องถือว่ายังสื่อสารไม่ดี ก็ต้องยอมรับ ต้องพยายาม ซึ่งวันนี้ผมก็เชิญรัฐมนตรีมาประชุมแทบทุกคน ถ้ายังเป็นรัฐมนตรีโลกลืม นายกฯ ก็จะลืมบ้าง ถ้านายกฯ ลืมก็ไม่จำเป็นต้องมีเขาในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ต้องมานั่งคุยกัน แต่ครม.ชุดนี้ เพิ่งทำงานมา 2 เดือน การตัดสินใจหรือทำอะไรขึ้นมาเราต้องอธิบายเขาให้ได้ครบ สมมุติผมจะปรับครม. จะให้ใครออกใครเข้า ไม่ใช่ผลัดกันเป็นสมบัติผลัดกันชม ต้องอธิบายเขาได้ว่า ทำไมถึงไม่ควรอยู่ในตำแหน่งต่อไป”
“ก็เริ่มเตือนตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ก็จะเตือนอีก เพราะวันนี้มีเรื่องของโพลเข้ามา เดี๋ยวก็ต้องมีคนบอกว่าเรื่องโพลก็มักจะออกมาเช่นนี้ แต่ผมสนใจทุกโพล แม้เป็นโพลตามตำบลก็สนใจ เพราะถ้าเขาไม่สนใจ ไม่ติดตามเราเขาก็จะให้คะแนนเราไม่ได้ ก็เป็นสิ่งที่ผมต้องไปพูด เพราะการสื่อสารของตนไม่ใช่แค่กับประชาชน อย่างภูมิใจไทย มีรัฐมนตรี 27-28 คน ถ้าคนหนึ่งหมั่นสื่อสาร ก็ได้ 28 ข่าวแล้ว บางทีทำไมรัฐมนตรีไม่มีข่าวสื่อสารออกไป แต่มาสื่อสารกับผมอย่างเดียว ทุกคนทำงานหมด แต่ไม่สื่อสารออกไป เราก็ต้องให้เขาปรับปรุงตัวตรงนี้” นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตือนรัฐมนตรีที่โลกลืม และย้ำว่า ใช้เวลาไม่นานในการประเมินรัฐมนตรี
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีเรียกรัฐมนตรีทั้งในส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) ขึ้นหารือบนตึกไทยฯ อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี
แม้ว่าหลังจากนั้น เมื่อทั้งหมดเดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้าแล้ว และเดินไปที่ตึกบัญชาการ 1 เพื่อประชุมคณะรัฐมนตรี โดย นายกรัฐมนตรีย้ำเพียงว่า “ไปทานโจ๊ก” เมื่อถูกถามเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี โดยรัฐมนตรีทุกคนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
หากย้อนกลับไปพิจารณาคำพูดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก่อนหน้านี้ ที่เขาเคยพูดว่าจะใช้เวลาประเมินผลงานรัฐมนตรีใน 1 ปี สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรีสำหรับรัฐมนตรีที่ผลงานไม่เข้าตา หลังจากก่อนหน้านั้นเริ่มมีแรงกดดันเข้าใส่รัฐบาล ทั้งในเรื่องของรัฐมนตรีบรรดา “ลูกเทพ” ทั้งหลายที่ถูกวิจารณ์ว่าทำงานเหมือนกับ “เด็กฝึกงาน” ไม่สามารถสร้างผลงานออกมาให้เห็นได้เลย
ขณะเดียวกัน แม้แต่รัฐมนตรีที่นั่งเก้าอี้ในตำแหน่งหลักบางตำแหน่งก็มักเจอเสียงวิจารณ์ในทำนองเดียวกันว่า ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน บางคนทำผลงานได้น่าผิดหวัง ทั้งที่ถือว่าเป็น “ขุนพล” ของพรรคภูมิใจไทย อย่างเช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กลับถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากปฏิกิริยาที่ออกมาจาก นายกรัฐมนตรีคราวนี้ที่เขาบอกว่าได้เตือนรัฐมนตรี “โลกลืม” มานานสองสัปดาห์แล้ว เพื่อให้เร่งสร้างผลงาน สร้างการสื่อสารกับสังคมให้มากขึ้น และล่าสุดได้เห็นความเคลื่อนไหวที่มีบรรดารัฐมนตรีหลายคนถูกเรียกเข้าพบบนตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งหลายคนล้วนอยู่ในข่ายที่ต้อง “เร่งสปีด” ทั้งสิ้น
ดังนั้น ในทางการเมืองย่อมมองออกได้ไม่ยากว่า นี่คือการ “ส่งสัญญาณ” การ “ปรับคณะรัฐมนตรี” ก่อนกำหนด จากเดิมที่เคยบอกว่าใช้เวลาราว 1 ปี ในการพิสูจน์ผลงาน แต่เมื่อเจอกับแรงกดดันจากภายนอกที่เข้มข้นรัดตัวเข้ามามากขึ้น ก็อาจทำให้ต้องลงมือก่อนกำหนด แต่คำถามก็คือ “จะกล้าหรือเปล่า” เพราะในเมื่อเป็น “ลูกเทพ” แล้วต้องไม่ลืมว่า “พ่อ-แม่เทพ” ก็ย่อมไม่ธรรมดา ย่อมมีฤทธิ์เดชไม่ธรรมดา !!


