xs
xsm
sm
md
lg

ทุจริต-ภาพลักษณ์ติดลบ เขย่า“อนุทิน”หนัก !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล - ณัฐพงษ์ เรืองปัญญษวุฒิ
เมืองไทย 360 องศา

ไม่น่าเชื่อว่าเพียงชั่วเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น เพราะหากนับเวลาแล้วถือว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ถือว่าผ่านมาเพียงแค่สามเดือนเศษเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่ารัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ กลับต้องเผชิญกับแรงกดดันจากรอบทิศทางอย่างมหาศาลเกินคาด โดยเฉพาะปัญหาการ “ทุจริต” กำลังกัดกิน ทำลายความน่าเชื่อถือลงไปทุกวัน ประกอบกับหลายเรื่องที่กำลังสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังทำลายความศรัทธาลงไปอย่างรวดเร็ว


เพราะหากพิจารณาจากหลายกรณี เริ่มจากเรื่องอื้อฉาว “ที่ดินเขากระโดง” ที่เชื่อมโยงกับ “ครูใหญ่” ในพรรคภูมิใจไทย เรื่อง “ฮั้ว ส.ว.” ปัญหาในจังหวัดภูเก็ต จนเกิดการย้ายล้างบางในพื้นที่ และยังเชื่อมโยงไปอีกหลายจังหวัด และล่าสุดกำลังกลายเป็นชนวน “ร้าว” ภายในกระทรวงมหาดไทย ที่กำลังถูกจับตาความขัดแย้งในระดับปลัดกระทรวงมหาดไทย กับระดับอธิบดีหลายกรม ไม่ว่าจะเป็นอธิบดีกรมการปกครอง รวมไปถึงการปะทุกลับมา ระหว่าง “สิงห์ดำ”กับ “สิงห์แดง” กำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปพักหนึ่ง

แต่ที่เป็นชนวนทำลายเครดิตรัฐบาล โดยเฉพาะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้บริหารสูงสุด และในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนาน กับการเกิดกรณีทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่ถูกระบุว่ามีเงินสะพัดราว 4.5 พันล้านบาท กำลังสอบสวนขยายผลออกไปเรื่อยๆ

ล่าสุด มีรายงานเป็นเอกสารของกระทรวงคมนาคมที่เปิดเผยหนังสือลาออกของ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีการตั้งข้อสงสัยกันว่า อาจมีสาเหตุมาจากกรณีการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นดังกล่าว เพราะมีญาติสอบติดถึงสองคนอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กลับมาปะทุรุนแรงเป็นรายวัน สร้างความเสียหาย และกระทบภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยว เพราะล่าสุดเกิดเหตุลอบวางระเบิดที่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส จนทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียสองคนได้รับบาดเจ็บ

เรื่องปัญหายาเสพติดที่แม้จะอ้างว่ารัฐบาลชุดนี้เอาจริงกับเรื่องการปราบปรามยาเสพติด และเรื่องการฟอกเงิน เรื่อง “สแกมเมอร์” จนสามารถมีการจับกุมและยึดทรัพย์ได้เป็นจำนวนมากก็ตาม แต่ภาพที่ออกมากลับเป็นตรงกันข้ามเพราะพบว่าชาวบ้านไม่ได้มีความรู้สึกถึงความ “เด็ดขาด” และเห็นผลงานเลยแม้แต่น้อย

ล่าสุดเกิดกรณี “แอร์สาว” หิ้วเฮโรอีน ถูกจับที่ออสเตรเลีย กำลังสร้างความเสียหายด้านภาพลักษณ์ ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว และความพยายามเป็น “ศูนย์กลางการบิน” ของไทยในภูมิภาคนี้ หลายเรื่องราวกำลังประดังเข้ามา จนทำให้ นายอนุทิน และรัฐบาลของเขาแทบขยับไม่ออกแล้ว

อย่าได้แปลกใจที่เมื่อผลสำรวจที่เพิ่งออกมา พบว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังไม่มีความโดดเด่น ซึ่งสะท้อนจากผลงานที่ยังไม่น่าประทับใจ 

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ วันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า...

อันดับ 1 ร้อยละ 26.08 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 2 ร้อยละ 21.68 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 11.80 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 4 ร้อยละ 11.64 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 5 ร้อยละ 10.24 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 6 ร้อยละ 4.08 ระบุว่าเป็น นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี)

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 34.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 17.00 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 16.84 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 12.68 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 5.32 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 6 ร้อยละ 2.96 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 7 ร้อยละ 2.76 ระบุว่าเป็น พรรคไทยภักดี อันดับ 8 ร้อยละ 2.04 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 9 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 10 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย และร้อยละ 2.08 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคพลังประชารัฐ พรรคโอกาสใหม่ พรรคประชาชาติ และพรรคไทรวมพลัง

ขณะที่ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนมิถุนายน 2569” พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนมิถุนายน เฉลี่ย 3.69 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ได้ 3.66 คะแนน 

ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.17 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้ คะแนนต่ำสุดคือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.03 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 35.00 รองลงมา คือ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ร้อยละ 27.84

ด้านฝ่ายค้าน คือ รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 30.12 รองลงมา คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 24.11 ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ไทยช่วยไทยพลัส ร้อยละ 62.37 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ร้อยละ 44.14

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ภาพรวมดัชนีขยับขึ้น 0.03 คะแนน โดยมี “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยสร้างความรู้สึกเชิงบวก และบรรเทาภาระค่าครองชีพในระดับหนึ่ง แต่ยังมองว่าเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัว จึงทำให้คะแนนด้านเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ทั้งผลงานรัฐบาลและผลงานนายกรัฐมนตรียังปรับลดลง สะท้อนว่าแม้ประชาชนจะชื่นชอบมาตรการช่วยเหลือเฉพาะด้าน แต่ยังไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในภาพรวมอย่างชัดเจน

แน่นอนว่าเวลานี้สำหรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐบาลของเขา อาจยังไม่ถึงขั้นต้องล้มครืนในทันทีทันใด แต่หลายเรื่องราวกำลังประดังเข้ามาไม่ขาดสาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภาพลบ ความล้มเหลวเป็นตัวบั่นทอนลงไปทุกวัน ขณะเดียวภาพลักษณ์การบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพก็เริ่มปรากฏแก่สายตาชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “ทุจริต” ที่รัฐบาลทุกยุคมักไปไม่รอด ซึ่งรัฐบาลกำลังสะสมแต้มเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง !!