xs
xsm
sm
md
lg

“อนุทิน”นั่งไม่ติด ทุจริตพุ่ง-ยาเสพติดเกลื่อน!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล
เมืองไทย 360 องศา

เป็นเรื่องขึ้นมาจนได้กับเรื่อง “แอร์โฮสเตสขนแป้ง” เข้าออสเตรเลีย เพราะกำลังกลายเป็นการเพิ่มภาพลักษณ์ในทางลบกับคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ เพราะต้องเจอกับมาตรการ “ตรวจเข้ม” มากเป็นพิเศษ แต่ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ในยุคนี้ทั้งเรื่องยาเสพติด และเรื่องการทุจริตกำลังขยายเติบโตจนเกลื่อนไปหมดแล้ว


ก่อนหน้านั้นมีเรื่องอื้อฉาวกับการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการของกรมการปกครองท้องถิ่น มีการระบุว่ามีมูลค่าความเสียหายกว่า 45,000 บาท ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วก็ยังไม่รู้ว่า “ใคร” เสียหาย ฝ่ายคนทุจริต หรือว่า ฝ่ายราชการที่ต้องเสียหายมูลค่ามหาศาลแบบนี้ แต่ถึงอย่างไรนี่คือปัญหาความอัปยศ ในวงราชการไทยที่ควบคู่กับเรื่อง “โกงหรือทุจริต” สำหรับคนไทยที่รับรู้จนคุ้นชินไปแล้ว

เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นดังกล่าว ล้วนสวนทางคำพูดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกรทะรวงมหาดไทย ที่ย้ำว่าจะจริงจังทั้งเรื่องการปราบปรามทุจริต และกวาดล้างยาเสพติด ถึงกับเคยย้ำว่าเป็น “วาระแห่งชาติ” แต่ผลที่ออกมาล้วนตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง และเรื่องราวล้วนยังเกิดขึ้นในหน่วยงานกระทรวงมหาดไทยของตัวเองที่นั่งเก้าอี้ตัวนี้มาอย่างต่อเนื่องยาวนานเสียอีก

อย่างไรก็ดีอาจมีข้อโต้แย้ง นั่นไงมีผลงานการจับกุมมากมาย ทั้งยาเสพติดที่มี “ล็อตใหญ่” มีการแถลงการจับกุมมากมายต่อเนื่อง ก็เป็นเพราะมีการเร่งรัดเอาจริงเอาจังจนทำให้มีการจับกุมได้เป็นนวนมาก

แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง ทั้งสองกรณีล้วนเป็นสืบสวนสอบสวนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ก็เป็นการตรวจพบหลักฐาน ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท.) ที่ตรวจสอบหาหลักฐาน และเวลานี้กำลังขยายผลอาจไปเจอกับความไม่ชอบมากลการทุจริตที่เป็นเครือข่าย ที่สำคัญอาจมีคนที่ “อยู่รอบตัว” ระดับ “บิ๊ก” ในกระทรวงมหาดไทย ก็เป็นไปได้ รอติดตามอย่างใกล้ชิด หวังว่าจะไม่เป็น “มวยล้ม” ก็แล้วกัน

ล่าสุด มีรายงานว่า มีเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งและมีผลตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมาไปแล้ว แม้ว่ายังไม่ทราบสาเหตุ และเหตุผลที่แน่ชัดว่าลาออกด้วยเหตุผลอะไร แต่มีรายงานว่ามีญาติมีรายชื่อสอบติดข้าราชการส่วนท้องถิ่นในลำดับต้นๆ

หรือกรณี “แอร์หิ้วแป้ง” เข้าออสเตรเลีย ที่กำลังเป็นเรื่องใหญ่ กลายเป็น “แก๊งข้ามชาติ” ถูกจับได้เพราะหน่วยงานตำรวจของออสเตรเลียจับกุมได้ ทำให้เวลานี้ฝ่ายไทยนั่งไม่ติด โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่หลังจากเดินทางกลับจากฝรั่งเศส

ทันทีที่เดินทางถึงไทย วันที่ 2 กรกฎาคม ก็เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ทันที ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยเรียก นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รายงานความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งครบกำหนด 7 วัน หลังให้มีการตรวจสอบกรณีดังกล่าว

จากนั้น ในช่วงเย็นนายกฯ จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารายงานการแก้ไขปัญหายาเสพติด หลังเกิดกรณีแอร์โฮสเตสสายการบินไทย ขนเฮโรอีน และถูกจับกุมที่ออสเตรเลีย ก่อนจะมีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในช่วงบ่ายวันที่ 3 กรกฎาคม

ต่อมา นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่นที่ขณะนี้ครบ 7 วัน ในการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ได้เชิญหลายหน่วยงานมาหารือ โดยมีเรื่องที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะมารายงานผลการสอบสวน โดยเรื่องโกงข้อสอบเราดำเนินการไปถึงใครคนนั้นต้องถูกลงโทษไม่มียกเว้นใครแน่นอน

ส่วนจะมีคนในกรมการส่งเสริมปกครองท้องถิ่น เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ตอนนี้ไม่ต้องถามเกี่ยวไม่เกี่ยวเพราะมีการสอบเส้นเงินกันแล้ว ถ้าไม่เกี่ยวปลัดกระทรวงมหาดไทยจะกล้าย้ายหรือ ฉะนั้นทุกอย่างมีขั้นตอนเดินไป มีฝ่ายที่ตรงข้ามตนใส่ความกันใหญ่เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้ดีหมดทุกอย่าง รู้กระทั่งต้องไปดำเนินการป้องกันสถานที่ เพราะเดี๋ยวที่เก็บข้อสอบก็มีไฟฟ้าลัดวงจรอีก ไม่ต้องห่วงคัดลอกไว้หมดแล้ว ทั้งฮาร์ดดิสก์ ซอฟต์ดิสก์ เอกสารต่างๆ

เมื่อถามว่ามองเป็นกระบวนการที่ใหญ่ในการทุจริตหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า แน่นอน ตนถึงบอกว่าไม่ใช่ไม่รู้ ถึงสั่งแบบนี้ก็อย่าเพิ่งรับสิ ต้นไม้พิษ พอคณะกรรมการท้องถิ่นไปประชุมก็แย้งคำสั่งแย้งแนวทางตน มีทั้งหมด 20 กว่าคนมาจากท้องถิ่นโหวตบอกว่าต้องรับ มีแต่กระทรวงมหาดไทยบอกต้องยื่น ซึ่งจริงๆทำอย่างนั้นตนก็หลุดแล้ว ก็ไปแก้ไขปัญหากันเองข้างหน้า เพราะตนสั่งแล้ว กันไว้หมดทุกอย่างไม่ให้รับ

ถามว่าเหมือนจะมีทุจริตทุกสนามสอบแบบนี้ต้องล้างระบบหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่ทำตรงนี้ตีแผ่ออกมา ผลสอบออกมาคงต้องมีการสังคายนา ถ้าล้างได้เราก็ล้าง แต่นี่เป็นกระบวนการใหญ่ไม่ใช่วันนี้จับได้แล้วจบกันแค่นี้ มันต้องวงใหญ่

“ต้องบอกก่อนว่าใครชอบไปพูดมีตั้งแต่สมัยผู้พ่อเป็น มท.1 ยันลูกเป็น มท.1 ยืนยันไม่รู้เรื่องอะไรเลย พ่อผม (นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล) ไม่ได้มีปัญหาเรื่องนายอำเภอ และตัวผมเองที่บอกเข้ามาตั้งหลายปีแล้วไม่รู้เรื่องว่าเขาโกงกัน รู้ไง ผมเป็นคนยกเลิกไม่ให้สอบหลังจากนั้น 2-3 ปี รวมเวลาที่ผมไปพักร้อนก็ประมาณ 3 ปี ไม่มีการสอบอีกเลย จนเขาอ้างว่าเพราะผมอยู่จึงไม่ได้สอบมา 2 ปี กว่าถึงมาสอบ และจริงๆเรื่องสอบเป็นเรื่องของกรม” เขาระบุ

ฟังจากคำพูดดังกล่าวของ นายกรัฐมนตรี ก็ยอมรับว่า การทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นทำกันเป็น “ขบวนการใหญ่” แม้ว่าจะพยายามย้ำให้เห็นว่าเขาเป็นคนเบรกไม่ให้มีการสอบมานาน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อาจไปยับยั้งได้ และระบุว่าในอนาคตจะต้องมีการสังคายนากันใหม่ ซึ่งก็น่าจะเป็นขบวนการใหญ่จริงๆ เพราะล่าสุดมีระดับเลขานุการรัฐมนตรีชิงลาออกไปก่อน ซึ่งก็มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเป็นการ “ตัดตอน” ก่อนเรื่องอื้อฉาวจะบานปลายไปกันใหญ่

ดังนั้นเห็นอาการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในเวลานี้ เหมือนกับว่า “นั่งไม่ติด” กับปัญหาทุจริต และกรณียาเสพติด ที่กำลังสร้างปัญหาให้กับประเทศชาติ โดยเฉพาะ “ภาพลักษณ์” ที่ทำเอาเดือดร้อน อับอายกันไปทั่ว แต่ขณะเดียวกันอีกมุมหนึ่งมันก็เหมือนกับการตีแสกหน้าเข้าอย่างจังกับ ยุครัฐบาลนี้ ที่ไม่ว่าจะแตะเรื่องใด ก็ “เป็นเรื่อง” ทั้งนั้น !!