xs
xsm
sm
md
lg

“เพ็ญภัค” ซัดงบฯ 2570 ล้มเหลวเชิงโครงสร้าง ชี้งบกลางพุ่ง-ท้องถิ่นถูกตัดงบ จี้รัฐลงทุนพัฒนาคนแทนซ่อนเงินในงบกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้(29 มิ.ย.)น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู สส.ลำปาง พรรคกล้าธรรม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยระบุว่า ปัญหาของงบประมาณปี 2570 มีต้นตอมาจากการที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาโดยไม่ชี้แจงที่มาของรายได้ให้ชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ส่งผลให้การจัดทำงบประมาณขาดทิศทางและไม่สะท้อนการปฏิรูปการคลังตามที่เคยให้คำมั่นไว้

น.ส.เพ็ญภัค กล่าวว่า งบประมาณแผ่นดินไม่ใช่เพียงตัวเลขทางบัญชี แต่เป็นเข็มทิศกำหนดอนาคตประเทศ ทว่าร่างงบประมาณปี 2570 กลับสะท้อนความละเลยเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการเพิ่มงบกลางเป็นกว่า 693,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 60,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.3 ของงบประมาณทั้งหมด ทั้งที่ไม่มีแผนงานและตัวชี้วัดที่ชัดเจน จึงตั้งคำถามว่าการจัดสรรลักษณะดังกล่าวเป็นการเปิดช่องหลีกเลี่ยงการตรวจสอบหรือไม่

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้รัฐบาลประกาศช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แต่กลับลดงบประมาณให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D Bank) เหลือเพียง 270.3 ล้านบาท ทำให้ไม่สามารถเป็นกลไกหลักในการช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ ขณะที่กลับเพิ่มงบให้บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อค้ำประกันสินเชื่อ ส่งผลให้ผู้ประกอบการยังต้องพึ่งพาเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์และแบกรับต้นทุนดอกเบี้ยต่อไป

นอกจากนี้ ยังวิจารณ์การจัดสรรงบของกระทรวงมหาดไทยที่ตัดลดงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดกว่า 22,000 ล้านบาท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการรวบอำนาจกลับเข้าส่วนกลาง ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่ได้รับการจัดสรรรายได้ตามเป้าหมายร้อยละ 35 ตามกฎหมายกระจายอำนาจ แม้จะบังคับใช้มาเป็นเวลานานแล้ว

น.ส.เพ็ญภัค ยังแสดงความกังวลต่อการลดงบประมาณของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กว่า 1,450 ล้านบาท ทั้งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ รวมถึงปัญหาคนพิการและกลุ่มเปราะบางที่ยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการปรับเพิ่มเบี้ยคนพิการเป็น 1,000 บาทถ้วนหน้า ที่ยังไม่เกิดขึ้น

ส่วนปัญหาโครงสร้างประชากรที่เด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง น.ส.เพ็ญภัค เสนอให้รัฐบาลผลักดันเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดแบบถ้วนหน้า โดยระบุว่า หากคงอัตรา 600 บาทต่อเดือน จะใช้งบประมาณราว 23,000 ล้านบาทต่อปี เพิ่มขึ้นเพียง 5,000-6,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับงบกลางที่เพิ่มขึ้นเกือบ 60,000 ล้านบาท แต่จะเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว

ทั้งนี้ น.ส.เพ็ญภัค เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนลำดับความสำคัญทางการคลัง ยุติการซ่อนเม็ดเงินไว้ในงบกลาง จัดทำงบประมาณที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ กระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น สนับสนุนเอสเอ็มอีและเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงลงทุนในเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึง พร้อมย้ำว่า “งบประมาณแผ่นดินต้องเป็นเข็มทิศที่ชี้ไปสู่การโอบอุ้มชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง”