xs
xsm
sm
md
lg

"เอกนิติ" เสนองบฯ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน ชูประคองเศรษฐกิจ-วางรากฐานประเทศ ตั้งเป้าลดขาดดุลไม่เกิน 3% ภายในปี 2572

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สภาเปิดฉากถกร่าง พ.ร.บ.งบปี 70 วงเงิน 3.788 ล.ล. “เอกนิติ” แจงรัฐบาลใช้งบฯ เพื่อประคองประชาชนและเศรษฐกิจ พร้อมวางรากฐานประเทศในระยะยาว ยืนยันยังจำเป็นต้องใช้นโยบายงบขาดดุล แต่จะรักษาวินัยการคลังและลดขาดดุลให้ต่ำกว่า 3% ภายในปี 2572

วันที่ 29 มิ.ย. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ

นายเอกนิติกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 กำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายไม่เกิน 3.788 ล้านล้านบาท พร้อมกำหนดงบเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 71,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนตามยุทธศาสตร์ชาติ

ทั้งนี้ รัฐบาลประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2570 จะขยายตัวในช่วง 1.7-2.7% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 0.5-1.5% แม้ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ส่วนหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 66.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งเข้าใกล้กรอบเพดานร้อยละ 70 ขณะที่ฐานะเงินคงคลังมีจำนวนประมาณ 340,000 ล้านบาท

นายเอกนิติระบุว่า ภาระรายจ่ายประจำของภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความจำเป็นในการใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้รัฐบาลยังต้องจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลต่อเนื่อง แต่จะดำเนินนโยบายฟื้นฟูฐานะการคลัง โดยตั้งเป้าปรับลดการขาดดุลการคลังให้เหลือไม่เกินร้อยละ 3 ภายในปี 2572 เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว

"ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 มีหน้าที่ประคองประชาชนและเศรษฐกิจ พร้อมวางรากฐานให้ประเทศแข็งแรง โดยยึดหลักการใช้งบประมาณให้ตรงจุด โปร่งใส ตรวจสอบได้ ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ประหยัด มีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อนของการทำงาน และรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด" นายเอกนิติกล่าว

สำหรับนโยบายสำคัญที่รัฐบาลจะผลักดันควบคู่กับงบประมาณปี 2570 ได้แก่ การเพิ่มรายได้และลดค่าครองชีพผ่านโครงการ "คนตัวเล็กพลัส" การส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) นโยบายลงทุนพลัส การผลักดัน "เทรดพลัส" และ "เมดอินไทยแลนด์พลัส" เพื่อขยายตลาดส่งออก รวมถึงการยกระดับเศรษฐกิจชุมชน การเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน พัฒนาศักยภาพด้านการป้องกันประเทศ ปรับหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน พัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ ใช้พลังงานสะอาด และปฏิรูประบบราชการเพื่อลดปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง

ด้านโครงสร้างงบประมาณปี 2570 วงเงินรวม 3.788 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น งบกลาง 698,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18.3 งบรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 1.34 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 35.4 งบรายจ่ายบูรณาการ 70,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.9 งบรายจ่ายบุคลากร 850,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.5 งบทุนหมุนเวียน 290,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.8 งบชำระหนี้ภาครัฐ 462,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.2 และงบเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 71,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.9

รัฐบาลยังจัดสรรงบประมาณตาม 6 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 407,000 ล้านบาท ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 348,000 ล้านบาท ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 611,000 ล้านบาท ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 960,000 ล้านบาท ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 137,000 ล้านบาท และยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ 676,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีรายจ่ายเพื่อการดำเนินงานของภาครัฐรวม 646,000 ล้านบาท ประกอบด้วย งบรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 112,000 ล้านบาท งบชำระหนี้ภาครัฐ 462,000 ล้านบาท และงบชดใช้เงินคงคลัง 71,000 ล้านบาท

นายเอกนิติย้ำว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 มีเป้าหมายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำ โดยรัฐบาลจะบริหารงบประมาณตามกรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การใช้จ่ายเงินภาษีของประชาชนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างเต็มศักยภาพ

สรุป สาระสำคัญของงบประมาณรายจ่าย ขอจำแนกการนำเสนอตามกลุ่มงบประมาณ และยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ ดังนี้

1. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำแนกตามกลุ่มงบประมาณ ประกอบด้วย

1.1 งบประมาณรายจ่ายงบกลาง จำนวน 693,880.0 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 18.3 ของวงเงินงบประมาณ

1.2 งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 1,342,836.3 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35.4 ของวงเงินงบประมาณ

1.3 งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 70,247.0 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.9 ของวงเงินงบประมาณ จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ 2. บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 3. รัฐบาลดิจิทัล

1.4 งบประมาณรายจ่ายบุคลากร จำนวน 852,671.2 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22.5 ของวงเงินงบประมาณ

1.5 งบประมาณรายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียน จำนวน 294,857.1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.8 ของวงเงินงบประมาณ

1.6 งบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ จำนวน 462,470.3 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.2 ของวงเงินงบประมาณ

1.7 งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 71,038.1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.9 ของวงเงินงบประมาณ

2. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำแนกตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ กำหนดไว้จำนวน 6 ยุทธศาสตร์ 1 รายการ มีรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญ สรุปได้ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 : ด้านความมั่นคง รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 407,165.1 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 10.7 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของคนในชาติอย่างมีความสุขและสันติ เสริมสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ ธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่งเสริมการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ยุทธศาสตร์ที่ 2 : ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 348,427.4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.2 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในทุกมิติ

ยุทธศาสตร์ที่ 3 : ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 611,194.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 16.1 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อมุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาตลอดช่วงชีวิต

ยุทธศาสตร์ที่ 4 : ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 960,916.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25.4 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ โดยสนับสนุนความคุ้มครองทางสังคมขั้นพื้นฐานแก่ประชาชนทุกกลุ่ม

ยุทธศาสตร์ที่ 5 : ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 137,507.8 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.6 ของวงเงินงบประมาณ มุ่งเน้นการสร้างความสมดุลและความยั่งยืนของฐานทรัพยากรธรรมชาติ

ยุทธศาสตร์ที่ 6 : ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 676,320.2 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.9 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อยกระดับการบริการภาครัฐให้มีขีดสมรรถนะสูงเปลี่ยนผ่านไปสู่ราชการทันสมัยในระบบดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างสะดวกรวดเร็ว
รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ จำนวน 646,468.4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.1 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายสำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรง ภารกิจที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐ และเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้าง รวมทั้งเพื่อแก้ปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากวิกฤตด้านพลังงาน การบริหารจัดการหนี้และการชำระหนี้ภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจ และเพื่อชดใช้เงินคงคลังที่ได้จ่ายไปแล้ว ตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 มุ่งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งสร้างโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำอย่างทั่วถึง ภายใต้แรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ภายในประเทศ รัฐบาลจึงดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุล วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท เพื่อรักษาเสถียรภาพและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะบริหารงบประมาณรายจ่ายนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายและกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด จะใช้จ่ายภาษีของประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้เม็ดเงินไปสู่ประชาชน สร้างการเติบโตให้ประเทศอย่างเต็มศักยภาพ ทั่วถึง และยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป