"ชัยวัฒน์" ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย ประกาศแก้ปัญหากรุงเทพฯ ที่โครงสร้าง ไม่ใช่แค่ปลายเหตุ ชูนโยบายลอกท่อครบ 100% เพิ่มงบเพียง 300 ล้าน แยกท่อน้ำฝน-น้ำเสีย ใช้ AI ป้องกันทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมย้ำจุดแข็งคือ เจตจำนงทางการเมืองที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลง
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่สวนเบญจกิตติ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 10 จากพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ "เติมกรุงเทพฯ ให้เต็ม 10" โดยประกาศวิสัยทัศน์แก้ปัญหากรุงเทพฯ ที่ต้นเหตุ พร้อมย้ำว่าหากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะเดินหน้าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งน้ำท่วม การทุจริต และการบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตลอดกว่า 50 ปีของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนกรุงเทพฯ ยังต้องเผชิญกับปัญหาเดิม ทั้งน้ำท่วม รถติด และขยะ จนหลายคนเคยชินและมองว่าเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมที่ที่ผ่านมา กทม. ลอกท่อระบายน้ำไปเพียงครึ่งหนึ่ง หากตนได้รับเลือกจะเดินหน้าลอกท่อให้ครบ 100% ซึ่งใช้งบประมาณเพิ่มเติมเพียงราว 300 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นายชัยวัฒน์ระบุว่า การลอกท่อเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน จึงต้องแก้ไขที่โครงสร้างด้วยการแยกระบบท่อน้ำฝนออกจากท่อน้ำเสีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการทุจริตในกรุงเทพมหานคร โดยเห็นว่าปัจจุบันกระบวนการตรวจสอบใช้เวลานาน บทลงโทษไม่รุนแรง และไม่สามารถนำเงินภาษีที่สูญเสียกลับคืนมาได้ จึงเสนอป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการป้องกันการล็อกสเปกและฮั้วประมูล พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ตรวจจับความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้การใช้งบประมาณมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
นายชัยวัฒน์กล่าวว่า หากสามารถป้องกันการทุจริตได้ จะทำให้กรุงเทพมหานครมีงบประมาณเพิ่มขึ้นสำหรับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมเปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณให้ประชาชนและผู้สนใจสามารถเข้าตรวจสอบได้ เพื่อให้คนกรุงเทพฯ มั่นใจว่าเงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ยังกล่าวขอให้ประชาชนที่เคยสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน เชื่อมั่นอีกครั้งว่า พรรคยังคงยึดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่โครงสร้าง และมีเจตจำนงทางการเมืองที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง
นายชัยวัฒน์ยอมรับว่า หลายคนอาจตั้งคำถามถึงการตัดสินใจลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ทั้งที่เคยดำรงตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ แต่ยืนยันว่าการลงสนามครั้งนี้เป็นโอกาสในการเริ่มแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศจากระดับเมืองหลวง
"ผมไม่ได้เก่งทุกเรื่อง แต่ผมพัฒนาตัวเองทุกวัน เพื่อให้พร้อมรับผิดชอบหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ว่าจะมีคนเก่งหรือทีมงานที่มีความสามารถเพียงใด หากไม่มีเจตจำนงที่จะแก้ปัญหา ปัญหาเดิมก็จะวนกลับมาอีก นี่คือสิ่งที่แตกต่าง และเป็นสิ่งที่พวกเรามี" นายชัยวัฒน์กล่าว


