"อภิสิทธิ์" ปราศรัยโค้งสุดท้ายช่วย "อนุชา" หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ย้ำกรุงเทพฯ ยังพัฒนาได้มากกว่านี้ พร้อมชูนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิต แก้ปัญหาจราจร ขยะ แก้ความไม่โปร่งใสในการบริหารเมือง ประกาศส่งทีมประชาธิปัตย์ทั้งพรรคและผู้สมัคร สก. 50 เขต ร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน
เมื่อเวลา 20.20 น. วันที่ 26 มิถุนายน ที่ห้อง Ballroom Hall 1 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายในงาน "เมืองฟ้าอมร Talk & Fest : ไปให้สุด หยุดที่เจมส์ อนุชา" เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนเลือกผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 50 เขต
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้มากกว่านี้ โดยเห็นได้จากการที่ชาวต่างชาติชื่นชมเสน่ห์ของเมือง ทั้งด้านอาหาร วิถีชีวิต และความมีชีวิตชีวาตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในขณะเดียวกัน คนกรุงเทพฯ กลับต้องเผชิญปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันอยู่ตลอด ทั้งเรื่องการจราจร น้ำท่วม ขยะ และคุณภาพการบริหารเมือง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แม้ระบบรับเรื่องร้องเรียนผ่าน "ทราฟฟี่ ฟองดูว์" จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ตัวชี้วัดความสำเร็จของการบริหารเมืองไม่ใช่จำนวนเรื่องร้องเรียนที่ได้รับ หากแต่ต้องทำให้ประชาชนไม่จำเป็นต้องร้องเรียน เพราะปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขตั้งแต่ต้นทาง
พร้อมกันนี้ นายอภิสิทธิ์ยังยกผลงานในอดีตของผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ การผลักดันรถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปฝั่งธนบุรี สมัยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน การก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โครงการโรงกำจัดขยะแบบระบบปิดที่หนองแขม และโรงพยาบาลเฉพาะทางผู้สูงอายุฝั่งธนบุรี เพื่อสะท้อนว่าพรรคประชาธิปัตย์มีผลงานเป็นรูปธรรมในการพัฒนาเมือง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตลอดช่วงการหาเสียงที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ร่วมกับนายอนุชาอย่างต่อเนื่อง และพบว่าปัญหาหลายเรื่องยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งเหตุรถไฟชนรถโดยสาร น้ำท่วมหลังฝนตก ขยะตกค้างส่งกลิ่นเหม็น รวมถึงการผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
นายอภิสิทธิ์ยังวิจารณ์ปัญหาความไม่โปร่งใสในการบริหารกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบความผิดปกติหลายประการ ซึ่งสอดคล้องกับปัญหาที่ประชาชนรับรู้มาโดยตลอด ทั้งเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ การขออนุญาตต่าง ๆ ที่ไม่โปร่งใส และการจัดระเบียบพื้นที่ค้าขาย พร้อมยืนยันว่าหากนายอนุชาได้รับเลือก จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ส่งเพียงผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ยังส่งผู้สมัคร สก. ครบทั้ง 50 เขต และมีทีมงานจากอดีต ส.ส. อดีต สก. และสมาชิกพรรคที่พร้อมร่วมทำงานในทุกพื้นที่ โดยยืนยันว่าพรรคดำเนินงานอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา และประกาศชัดเจนถึงอุดมการณ์ทางการเมือง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นโยบายสำคัญของนายอนุชา ได้แก่ การนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการจราจร การเชื่อมระบบขนส่งมวลชนกับระบบรถโดยสาร การดูแลผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ การส่งเสริมเศรษฐกิจเมือง ตลอดจนการใช้ทรัพยากรของกรุงเทพมหานครให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นายอนุชาทำงานร่วมกับตนมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นผู้ที่ทำงานเงียบ ๆ แต่มีความมุ่งมั่นและจริงจังในการแก้ไขปัญหา พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจลงสมัครครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจที่จะเข้ามาพัฒนากรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม
นายอภิสิทธิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า หากนายอนุชาได้รับเลือก จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใส ยกระดับประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ และผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าเที่ยว และมีการบริหารที่สะอาด โปร่งใส พร้อมเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัคร สก. ของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งนี้


