วันนี้ (26 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในพื้นที่ เขตเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันลงคะแนนทวีความคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเขตใจกลางเมืองที่มีความหลากหลายสูง ตั้งแต่ย่านเศรษฐกิจประตูน้ำ ประตูสู่แฟชั่นระดับโลก ไปจนถึงชุมชนแออัดริมคลองและกลุ่มผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรู ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความเห็นของประชาชนเพื่อสะท้อนความต้องการที่แท้จริงต่อผู้ที่จะเข้ามารับหน้าที่ "ปากเสียง" ในสภา กทม.
[ปัญหาขยะและการสัญจร โจทย์ใหญ่ที่รอการแก้ไข]
จากการพูดคุยกับ นายกันต์ (สงวนนามสกุล) สะท้อนมุมมองในฐานะผู้ประกอบอาชีพขนส่งสาธารณะว่า สิ่งที่อยากเห็นจาก สก. คนใหม่มากที่สุดคือการบริหารจัดการพื้นที่ทำมาหากินและการจัดการขยะ
"แถวนี้เป็นย่านท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ขยะจะเยอะมากในช่วงเย็นและค่ำ สิ่งที่อยากได้คือ สก. ที่สามารถประสานงานกับสำนักงานเขตได้อย่างรวดเร็ว มีระบบจัดเก็บขยะที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้ตกค้างข้ามคืนจนส่งกลิ่นเหม็นเสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ส่วนเรื่องการจัดระเบียบทางเท้า เราเข้าใจว่าต้องแบ่งปันพื้นที่ แต่ก็อยากให้มีมาตรการรองรับสำหรับพ่อค้าแม่ค้าให้อยู่รอดได้ด้วย"
[ความหวังของคนรุ่นใหม่: ทางเท้าปลอดภัย และพื้นที่สีเขียวที่เข้าถึงได้]
ขณะที่ นายปกรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี พนักงานบริษัทเอกชนซึ่งอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมย่านพญาไท มองว่า โจทย์ของเขตเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นฐาน แต่ต้องยกระดับคุณภาพชีวิตให้สมกับเป็นเมืองหลวง
"ผมใช้แอร์พอร์ตลิงก์และรถไฟฟ้า BTS ในการเดินทางทุกวัน สิ่งที่เจอคือทางเดินเท้าเชื่อมต่อ บางจุดยังไม่เอื้ออำนวย หรือปัญหาไฟส่องสว่างในซอยย่อย และเราขาดแคลนพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กสำหรับพักผ่อน สก. ที่ผมจะเลือก ต้องเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์เรื่องผังเมือง เข้าใจความต้องการของคนทำงานออฟฟิศ และสามารถผลักดันงบประมาณลงมาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ให้เห็นผลจริง ไม่ใช่แค่มาเดินไหว้ตอนหาเสียง หรือได้ตำแหน่งแล้วหาตัวไม่เจอเหมือนก่อน"
[ชุมชนริมคลอง หวัง สก. ช่วยประสานงานสวัสดิการและการระบายน้ำ]
ในส่วนของชุมชนดั้งเดิมอย่างชุมชนริมคลองแสนแสบ นางสาวบี (สงวนนามสกุล) ได้ฝากความหวัง ว่า
"คนในชุมชนต้องการคนที่เข้าถึงง่าย มีศูนย์ประสานงานที่พึ่งพาได้จริง เวลาหน้าฝนปัญหาน้ำรอระบายและน้ำหนุนในคลองยังเป็นเรื่องที่ชาวบ้านกังวล รวมไปถึงการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนที่ต้องการสวัสดิการและการตรวจสุขภาพเชิงรุก สก. ต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างชาวบ้านกับ กทม. ได้อย่างสนิทใจ มีปัญหาต้องมาไว ไม่ใช่อยู่แต่ในห้องแอร์"
ทั้งนี้ การเลือกตั้ง สก. เขตเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ชัดเจนว่าเสียงของประชาชนไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคลหรือกระแสพรรคการเมืองใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ให้น้ำหนักไปที่ ความพร้อมในการทำงานและตัวนโยบายที่ตอบโจทย์เฉพาะพื้นที่ ใครที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความซับซ้อนของเขตราชเทวี ที่มีทั้งตึกสูงและชุมชนแออัด และมีแนวทางการแก้ปัญหาที่จับต้องได้ ผู้นั้นย่อมมีสิทธิ์ที่จะคว้าเก้าอี้ สก. ไปครองในศึกเลือกตั้งครั้งนี้


