วันนี้(26 มิ.ย.)นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาฯ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเครือข่ายแพลตฟอร์มการลงทุนผิดกฎหมาย โดยระบุว่า คณะกรรมาธิการได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับแพลตฟอร์มซื้อขายและชักชวนการลงทุนที่เปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการชักชวนประชาชนลงทุนอย่างเปิดเผย จึงได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายธนดล กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีกลุ่มบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นระบบรับชำระเงิน (Payment Gateway) จำนวน 3 บริษัท ซึ่งใช้อักษรย่อว่า “พ.” “อ.” และ “ม.” โดยขณะนี้คณะกรรมาธิการอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า บริษัทเหล่านี้มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายในข้อหาใดบ้าง รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มการลงทุนที่ไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้เชิญหน่วยงานสำคัญเข้าชี้แจงและนำส่งพยานหลักฐาน ประกอบด้วย ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกมิติ
นายธนดล เปิดเผยว่า ในการประชุมล่าสุด ได้เชิญเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินคดีเครือข่ายซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ที่กำลังเป็นกระแสข่าว โดยเฉพาะกรณีที่มีการพาดพิงถึงนักการเมืองอักษรย่อ “ภ.” ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม DSI ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการว่า คดีดังกล่าวยังอยู่ในชั้นสอบสวนและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยมีกำหนดเชิญนักการเมืองที่ถูกกล่าวถึงเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและนำพยานหลักฐานมาแสดงความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม
นายธนดล ยังได้เปิดเผยหลักฐานสำคัญที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งเป็นข้อมูลเส้นทางการโอนเงินที่เชื่อมโยงไปยังกลุ่มบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นระบบรับชำระเงิน (Payment Gateway) โดยระบุว่า หลักฐานดังกล่าวจะเป็นข้อมูลสำคัญในการขยายผลว่า เงินของผู้ลงทุนถูกส่งผ่านบริษัทใดบ้าง และมีการเชื่อมโยงไปยังแพลตฟอร์มซื้อขาย Forex ที่ไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทยหรือไม่
นายธนดล กล่าวว่า การเปิดเผยหลักฐานในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานของรัฐเร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าการติดตามขบวนการลงทุนผิดกฎหมายจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีการละเว้นหรือเลือกปฏิบัติ
นายธนดล ย้ำว่า การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลใดเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการดำเนินการตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏ เพื่อสกัดกั้นขบวนการหลอกลวงประชาชนผ่านการลงทุนผิดกฎหมาย และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นฐานในการหมุนเวียนเงินของเครือข่ายอาชญากรรมทางการเงินในอนาคต


