ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ หมายเลข 1 เปิดใจผ่านเฟซบุ๊ก ย้ำแนวทางหาเสียงแบบประหยัด ใช้ป้ายรีไซเคิลจาก “ป้ายกำพร้า” และเตรียมเสื้อหาเสียงให้ใช้ต่อได้ 4 ปีหลังรับตำแหน่ง ชูจุดยืนบริหารงบประมาณอย่างคุ้มค่า ปราศจากการทุจริต พร้อมตัดลดโครงการที่ไม่ยั่งยืน
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ หมายเลข 1 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “คุยกับหม่อมกร” เปิดใจถึงประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร โดยยืนยันถึงความตั้งใจในการอาสาเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชน พร้อมชูแนวทางหาเสียงแบบประหยัดและโปร่งใส
ม.ล.กรกสิวัฒน์ ระบุว่า การรณรงค์หาเสียงของตนใช้งบประมาณน้อยมาก จึงสามารถยืนยันได้ว่าจะไม่มีการ “ถอนทุนคืน” หากได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. โดยทุกการดำเนินงานจะคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
“เลือกหม่อมกร ไม่มีการถอนทุนแน่นอน เพราะผมใช้ทุนน้อยมาก เพื่อให้พี่น้องมั่นใจได้ 100% ว่า เมื่อผมเข้าไปทำงานใน กทม. แล้ว จะไม่มีการทุจริตหรือการถอนทุนคืน ทุกอย่างจะทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น” ม.ล.กรกสิวัฒน์ ระบุ
นอกจากนี้ ยังชี้แจงกรณีที่ป้ายหาเสียงของตนติดตั้งล่าช้ากว่าผู้สมัครรายอื่นว่า เป็นเพราะตั้งใจเลือกใช้ “ป้ายกำพร้า” หรือป้ายหาเสียงเก่าที่ถูกทิ้งจากการเลือกตั้งครั้งก่อน เพื่อนำมารีไซเคิลและผลิตเป็นป้ายหาเสียงใหม่ ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยลดปริมาณขยะในเมือง และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบอาชีพเก็บรวบรวมป้ายเก่าอีกด้วย
ขณะเดียวกัน ม.ล.กรกสิวัฒน์ ยังเปิดเผยว่า แม้แต่เสื้อที่ใช้ลงพื้นที่หาเสียงก็ได้รับการออกแบบให้สามารถถอดป้ายหมายเลขผู้สมัครออก และติดชื่อหน่วยงานของกรุงเทพมหานครแทนได้ทันที หากได้รับเลือกตั้ง เพื่อให้สามารถนำมาใช้ปฏิบัติงานต่อเนื่องได้อีก 4 ปี โดยไม่ต้องจัดทำใหม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณ
ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 1 ระบุด้วยว่า ความพร้อมในการบริหารเมืองไม่ได้วัดจากความหรูหราของเวทีหาเสียง จอ LED ขนาดใหญ่ หรือจำนวนป้ายประชาสัมพันธ์ แต่ควรวัดจากความประหยัดและความซื่อสัตย์ในการทำงาน
ทั้งนี้ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จะมุ่งบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้จ่ายในนโยบายที่มองว่าไม่ยั่งยืน อาทิ การฝังกลบขยะที่ใช้งบประมาณจำนวนมากและก่อให้เกิดมลพิษ พร้อมยืนยันว่าจะบริหารงานอย่างโปร่งใส ปราศจากการทุจริต เพื่อนำงบประมาณทุกบาททุกสตางค์กลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวกรุงเทพมหานครให้ดียิ่งขึ้น


