‘กมธ.ปปง.’ ซัด กลต.ให้ข้อมูลไม่ชัดเจน ปมความผิดของสถาบันการเงิน ขณะที่ ‘ธนดล‘ รับหนังสือกรณีแพล็ตฟอร์มที่เปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต-ชักชวนลงทุนโจ่งแจ้ง แย้ม มี 3 บริษัทอักษรย่อ พ. อ. ม.
วันนี้ (25มิ.ย.) นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังประชุมกรณีการติดตามมาตรการป้องกันการฟอกเงินผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ว่า ได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม อาทิ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาคหนึ่ง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) โดยคำชี้แจงของผู้แทนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาคหนึ่ง และพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ กล่าวว่า ผู้กระทำความผิดได้ถูกดำเนินคดีแล้ว โดยมีการจับกุมผู้กระทำผิดไปแล้ว 3 ราย และมีการออกหมายจับผู้ต้องหาอีกจำนวน 4 ราย อีกทั้งได้ดำเนินการขยายผลสอบสวนไปยังสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า แต่ในส่วนคำชี้แจงจากกลต. ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกระทำความผิดของสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่เป็นข้อพิรุธได้ และได้ชี้แจงต่อคณะกมธ.ว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาอีก 6-8 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ล่วงเลยมากจนเกินไป และเมื่อสอบถามว่าจากคำชี้แจงของพนักงานสอบสวน ที่กล่าวว่า ความผิดครั้งนี้จากการสอบพยานบริษัทหลักทรัพย์ ได้รับคำตอบว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ของเขา แต่ทางกลต.ไม่มีบทลงโทษหรือดำเนินการอื่นใดต่อพนักงานสอบสวน ทั้งๆ ที่พนักงานสอบสวนยินดีจะให้ความร่วมมือในการดำเนินการเกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์เหล่านั้น ที่เข้าไปเกี่ยวโยงและกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์และบัญชีม้าเหล่านี้ ที่มีการโอนเงินมายังบริษัทหลักทรัพย์
นายพิทักษ์เดช กล่าวอีกว่า ทางคณะกมธ.เห็นว่าระยะเวลาในการพิจารณาของกลต. ล่าช้าเกินไป และอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อพี่น้องประชาชน เนื่องจากไม่สามารถระงับยับยั้งธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้จากข้อศึกษาของคณะกมธ.พบว่ามีความบกพร่องอันเนื่องมาจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างชัดเจน และอาจเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงเอกสารเพื่อประกอบธุรกรรมเกี่ยวกับการกระทำความผิด
นายพิทักษ์เดช กล่าวด้วยว่า คณะกมธ.มีข้อสังเกตว่ากลต. ควรปรับปรุงวิธีการและกระบวนการให้มีประสิทธิภาพที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ทางคณะกมธ.ได้สอบถามว่าในวันนี้กลต. รู้หรือไม่ว่าบุคลากรของบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าว ที่เกิดความบกพร่องมีจำนวนกี่คนและเป็นบุคคลใดบ้าง ทางกลต.ตอบว่ารู้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้
นายพิทักษ์เดช กล่าวอีกว่า หน่วยงานกลต. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก ในการกำกับดูแลบริษัทหลักทรัพย์และตลาดตลาดหลักทรัพย์ ควรมีความชัดเจนในการดำเนินที่และการดำเนินการกับบริษัทหลักทรัพย์ที่ร่วมกระทำความผิดเหล่านี้ ดำเนินแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งในวันนี้ทางกลต. ยังไม่ให้ความชัดเจน โดยภายในสัปดาห์หน้าทางคณะกรรมาธิการจะเชิญทางบริษัทวีบูลล์ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสอบสวนและดำเนินการต่อ
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า กมธ.ได้รับเรื่องร้องเรียน กรณีผู้เสียหายจากคดี Forex ซึ่งมีการโอนเงิน 3.4 ล้านบาท โดยจะนำเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการต่อไป
ขณะที่นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ เลขานุการประจำคณะกมธ. กล่าวว่า ตามที่ทางคณะกมธ. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน กรณีแพล็ตฟอร์มที่เปิดโดยไม่ได้ได้รับอนุญาต และมีการชักชวนการลงทุนอย่างโจ่งแจ้ง มี 3 บริษัท Payment Gateway อักษรย่อพ. อ. และม. ซึ่งขณะนี้ทางคณะกมธ.กำลังสืบหาข้อเท็จจริง ว่าบริษัทเหล่านี้มีความผิดตามกฏหมายใดบ้าง โดยเบื้องต้นได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง นั่นคือธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกลต. เข้ามายื่นพยานหลักฐาน โดยในวันนี้ได้มีการเชิญ DSI และสอบถามกรณี Forex ตามกระแสข่าวที่มีนักการเมืองอักษรย่อ ภ. ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ ซึ่งตอนนี้ทางคณะกมธ.ได้ทราบข้อมูลจาก DSI ว่า อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน และภายในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ จะมีการเชิญการเมืองท่านนั้น เข้าไปยื่นพยานหลักฐานเพื่อความเป็นธรรม


