xs
xsm
sm
md
lg

462 เสียงผ่านพ.ร.บ.โอนงบ "มาร์ค" รับหลักการแต่ผิดหวังรบ.ไม่แก้แต่แรกแต่กู้เพื่อเป้าหมายการเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



462 เสียงไฟเขียว พ.ร.บ.โอนงบฯ “อภิสิทธิ์” รับหลักการด้วยความผิดหวัง ชี้รบ.พลาดโอกาสใช้การโอนงบแก้วิกฤตพลังงานตั้งแต่เม.ย. ลดจากแสนล.เหลือแค่หมื่นล. จนต้องอ้างกู้เงิน 4 แสนล. ซัดเป็นการบริหารที่ไม่ใช่ภาวะวิกฤต ครใจหวังกู้เพื่อเป้าการเมือง “เอกนิติ” แจงเม็ดเงินโอนงบมาจากการตัดรายจ่ายไม่จำเป็น คงวินัยการคลัง

วันนี้ (25มิ.ย.) ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสนับสนุนหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. โดยระบุว่า รับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ “ด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง” เพราะรัฐบาลเคยประกาศชัดตั้งแต่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า วิกฤตสงครามตะวันออกกลางที่ลุกลามเป็นวิกฤตพลังงานคือความท้าทายสำคัญของประเทศ และขณะนั้นกระทรวงการคลังไม่ได้พูดถึงการกู้เงิน แต่ส่งสัญญาณว่าจะทบทวนการใช้งบประมาณช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณเพื่อรับมือวิกฤต

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากรัฐบาลมุ่งลดต้นทุนพลังงานและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง พร้อมโอนงบประมาณราว 1 แสนล้านบาทตั้งแต่เดือนเมษายน เชื่อว่าวันนี้ประเทศไทยคงไม่จำเป็นต้องกู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อนำมาใช้ภายในเวลาเพียง 4 เดือน พร้อมโต้คำชี้แจงว่าหนี้ดังกล่าวไม่เป็นภาระประชาชน เพราะรัฐบาลใช้คืนเอง โดยถามกลับว่า “รัฐบาลใช้หนี้ด้วยเงินของใคร” พร้อมระบุว่าแม้อัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1.2 แต่คิดเป็นเงินราว 4,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสามารถนำไปจ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดได้ทั้งปี

นายอภิสิทธิ์ระบุว่า สิ่งที่น่าผิดหวังคือจากเป้าหมายการโอนงบประมาณ 1 แสนล้านบาท กลับเหลือเพียงประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และเสนอเข้าสภาล่าช้ากว่าที่ควร ทั้งที่ควรดำเนินการตั้งแต่เดือนก่อน

นายอภิสิทธิ์ยังโต้เหตุผลของรัฐบาลที่อ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 140 และกฎหมายเงินคงคลัง พ.ศ.2491 ว่า บทบัญญัติดังกล่าวเพียงกำหนดให้การใช้เงินต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา หากเกิดเหตุจำเป็นเร่งด่วนสามารถนำเงินคงคลังออกมาใช้ก่อนได้ แล้วค่อยชดใช้ภายหลังได้ 3 วิธี ได้แก่ การตั้งงบเพิ่มเติม การออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ หรือการตั้งงบชดใช้ในปีงบประมาณถัดไป ซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องดำเนินการตามลำดับใดก่อน อีกทั้งที่ผ่านมาเคยมีการใช้เงินคงคลังแล้วตั้งงบชดใช้ในปีถัดไปหลายครั้ง

เขากล่าวว่า ไม่เห็นเหตุผลที่รัฐบาลอ้างว่าต้องรอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณปี 2570 ก่อนจึงจะออก พ.ร.บ.โอนงบได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทุกปีมักมีงบประมาณเบิกจ่ายไม่ทันเกินกว่า 1 แสนล้านบาท แต่ครั้งนี้รัฐบาลกลับโอนได้เพียง 1 หมื่นล้านบาท ทั้งที่เคยประกาศว่าจะทบทวนโครงการที่ไม่จำเป็นเพื่อนำงบมาแก้วิกฤต

นายอภิสิทธิ์ยังตั้งข้อสังเกตว่า หลักเกณฑ์ของรัฐบาลกลับกลายเป็นการเร่งให้หน่วยงานรีบลงนามสัญญาและเร่งเบิกจ่ายมากกว่าการปรับลำดับความสำคัญของงบประมาณ พร้อมยกตัวอย่างว่า งบโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งกว่า 200 โครงการถูกตัดเพื่อไปใช้รองรับภัยพิบัติ และงบ 35 ล้านบาทของธนาคารที่ดินซึ่งช่วยเหลือคนยากจนที่สุดก็ถูกตัดเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงโครงการ TH-AI Passport และโครงการระบบสะสมแฟ้มทักษะวงเงิน 7,000 ล้านบาท ว่าแม้จะไม่ใช่งบประมาณแผ่นดินโดยตรง แต่สะท้อนว่าภาครัฐยังมีแหล่งเงินที่สามารถนำไปใช้กับนโยบายอื่นได้ หากโครงการใดถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสหรือไม่เหมาะสม ก็ควรยุติและนำงบไปใช้ในเรื่องที่จำเป็นกว่า

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวว่า แม้คณะรัฐมนตรีจะมีมติเยียวยาแบบมุ่งเป้าตั้งแต่เดือนเมษายน แต่ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ยังไม่พบผู้ขับขี่รถแท็กซี่หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างรายใดได้รับเงินเยียวยาตามที่รัฐบาลประกาศ จึงอดตั้งข้อสงสัยไม่ได้ว่า สุดท้ายแล้วรัฐบาลต้องการกู้เงินมากกว่าการใช้เครื่องมือโอนงบประมาณ

“ประชาธิปัตย์สนับสนุนการโอนงบ แต่สนับสนุนด้วยความผิดหวัง เพราะความล่าช้าและจำนวนงบที่น้อยนิดไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว พร้อมแสดงความเป็นห่วงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ต้องแบกรับภาระหลายด้าน พร้อมย้ำว่าการบริหารลักษณะนี้ไม่ใช่การบริหารในภาวะวิกฤต และการโอนงบเพียง 1 หมื่นล้านบาทไม่เพียงพอที่จะอ้างได้ว่ารัฐบาลได้ใช้ทุกวิถีทางแล้วก่อนตัดสินใจกู้เงินจำนวนมหาศาล

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า รัฐบาลมุ่งเน้นการใช้ทุกเครื่องมือทางการคลังเพื่อดูแลและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณและภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยได้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณทุกภาคส่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่น ควบคู่ไปกับการใช้เงินนอกงบประมาณผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ในการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการแก้ปัญหาปุ๋ยราคาแพง นอกจากนี้ ยังได้ดึงเม็ดเงินลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เข้ามาช่วยเสริมเพื่อรักษาความสมดุลระหว่างการพัฒนาประเทศและการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น

สำหรับกระแสข่าวที่มีการโยกย้ายเงินงบประมาณสูงถึง 6-8 หมื่นล้านบาทนั้น รมว.คลัง ชี้แจงปฏิเสธ ว่า กระทรวงการคลังได้ดำเนินการเร่งรัดการเบิกจ่ายควบคู่กับการตัดลดงบรายจ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างเข้มงวด โดยมีนโยบายชัดเจนในการสั่งระงับงบประมาณการเดินทางไปต่างประเทศ และโครงการก่อสร้างที่ยังไม่ได้เริ่มกระบวนการประกวดราคา ส่งผลให้มีงบประมาณเหลือกลับคืนมาจำนวนหมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้นำเงินส่วนนี้ไปสมทบใน งบกลาง เพื่อเป็นกระเป๋าสำรองฉุกเฉินในการรองรับความผันผวนของวิกฤตพลังงานรวมถึงวิกฤตภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น

"เราต้องรักษาวินัยการเงินการคลังควบคู่กับการดูแลเศรษฐกิจ ข้อมูลตัวเลขการลงทุนภาครัฐในไตรมาสที่ 1 เติบโตถึง 13.3% ไตรมาสที่ 2 โต 9.4% และล่าสุดยังคงสูงกว่า 10% ซึ่งถือเป็นอัตราการเบิกจ่ายที่สูงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเราใช้เม็ดเงินลงทุนมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริง" นายเอกนิติ กล่าว

รมว.คลัง กล่าวทิ้งท้ายว่า ผลจากการดำเนินนโยบายการคลังอย่างสมดุล ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ สะท้อนจากการที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ทั้ง Moody's และ S&P ได้ปรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยจากติดลบขึ้นมาสู่ระดับมีเสถียรภาพ พร้อมยืนยันว่าจะนำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปปรับใช้ เพื่อบริหารจัดการงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและโปร่งใสต่อไป

ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์กล่าวแย้งว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายล้วนเป็นคำให้สัมภาษณ์ของบุคคลในรัฐบาล ไม่ใช่ข่าวลือ พร้อมเห็นด้วยกับความตั้งใจของรัฐมนตรีในการสร้างความสมดุลด้านการคลัง แต่ยังมองว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งเบิกจ่ายมากกว่าการปรับยุทธศาสตร์รับมือวิกฤต หากรัฐบาลยกเลิกโครงการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เช่น โครงการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก็จะเป็นบทพิสูจน์ว่าการคลังไม่ได้พ่ายแพ้ต่อแรงกดดันทางการเมือง

จากนั้น ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ด้วยคะแนนเห็นชอบ 462 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายจำนวน 25 คน