“ภราดร” แจงออก พ.ร.บ.โอนงบฯ ล่าช้า เพราะติดข้อกฎหมาย ต้องรอ ครม.เห็นชอบงบฯ ปี 2570 ก่อน ยอมรับโอนได้เพียง 10,300 ล้านบาท หลังทุกหน่วยงานเร่งเบิกจ่ายงบ พร้อมย้ำการตัดงบบูรณาการน้ำไม่กระทบโครงการป้องกันน้ำท่วมระยะยาว และนำเงินทั้งหมดเติมงบกลางรองรับภารกิจฉุกเฉิน
วันที่ 25 มิ.ย.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ว่า จากการรับฟังการอภิปรายของสมาชิก พบว่าไม่มีผู้ใดคัดค้านการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณครั้งนี้ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมรัฐบาลเพิ่งเสนอร่างกฎหมายในเดือนมิถุนายน และเหตุใดจึงโอนงบได้เพียง 10,300 ล้านบาท
นายภราดร กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าเม็ดเงินดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาของประเทศ แต่การดำเนินการต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 140 และพระราชบัญญัติเงินคงคลัง มาตรา 7 ซึ่งกำหนดว่า หากรัฐบาลนำเงินคงคลังมาใช้ จะต้องนำเงินไปชดใช้คืนผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติม หรือ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ แล้วแต่กฎหมายใดจะมีผลใช้บังคับก่อน
ทั้งนี้ ก่อนรัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาบริหาร ประเทศมีการนำเงินคงคลังไปใช้แล้วกว่า 71,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ และค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ เนื่องจากงบประมาณปี 2568 ไม่เพียงพอ หากรัฐบาลเสนอ พ.ร.บ.โอนงบประมาณตั้งแต่เดือนเมษายน เงินที่โอนกลับมาจะต้องถูกนำไปชดใช้เงินคงคลังก่อน ไม่สามารถนำไปแก้ปัญหาเร่งด่วนได้ จึงจำเป็นต้องรอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ก่อน จึงเสนอ พ.ร.บ.โอนงบประมาณเข้าสู่การพิจารณา
นายภราดร กล่าวต่อว่า เดิมรัฐบาลประเมินว่าจะสามารถโอนงบได้ประมาณ 80,000-100,000 ล้านบาท ตามที่ระบุไว้ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่เมื่อมีข้อจำกัดทางกฎหมาย ประกอบกับหลังรัฐบาลประกาศแนวคิดโอนงบประมาณ หน่วยรับงบประมาณทุกแห่งต่างเร่งรัดการเบิกจ่ายในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทำให้เหลืองบที่สามารถโอนกลับมาได้เพียง 10,300 ล้านบาท
สำหรับกรณีที่สมาชิกตั้งข้อสังเกตถึงการตัดงบบูรณาการทรัพยากรน้ำและงบของกรมโยธาธิการและผังเมือง นายภราดร ชี้แจงว่า รัฐบาลใช้หลักเกณฑ์ตัดลดเฉพาะโครงการลงทุนที่ยังไม่สามารถประกาศประกวดราคาได้ การปรับลดดังกล่าวไม่กระทบโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้วในปี 2569 แต่เป็นเพียงการเลื่อนวงเงินไปดำเนินการในปีงบประมาณถัดไป จึงไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาว
นายภราดร ยังกล่าวถึงข้อสงสัยว่าทำไมองค์กรอิสระหลายแห่งไม่ถูกโอนงบประมาณกลับว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 141 วรรคสอง และข้อสังเกตของคณะกรรมการกฤษฎีกา กำหนดให้เงินที่จัดสรรแก่องค์กรอิสระถือเป็นเงินอุดหนุน เมื่อจัดสรรแล้วรัฐบาลไม่สามารถดึงกลับได้ ต่างจากงบประมาณของรัฐสภาที่ในส่วนดังกล่าวยังไม่ได้จัดสรร จึงสามารถโอนคืนได้
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า เงินโอนงบประมาณจำนวน 10,300 ล้านบาท จะถูกนำไปตั้งไว้ในงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน โดยปัจจุบันงบกลางคงเหลือประมาณ 20,000 ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลยังมีภารกิจสำคัญอีกหลายด้านที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณ และไม่ได้ตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายปี 2569.


