xs
xsm
sm
md
lg

“กรณ์” อัดรัฐบาลเหมือนเล่นขายของ โอนงบได้แค่ 1 หมื่นล้าน ทั้งที่เคยประเมินโอนได้ 1 แสนล้าน แฉจงใจยื้อให้กระทรวงเซ็นสัญญา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“กรณ์” อัดรัฐบาลทำ พ.ร.บ.โอนงบฯ เหลือเพียง 1 หมื่นล. ทั้งที่เคยประเมินโอนได้ 1 แสนล. เปรียบเหมือนเด็กเล่นขายของ แฉจงใจยื้อเวลาเปิดช่องให้กระทรวงเร่งเซ็นสัญญารักษางบ ก่อนใช้ พ.ร.บ.เป็นเครื่องมือ “แก้เขิน-แก้ต่าง” รองรับการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อภิปรายร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. โดยวิจารณ์ว่าผลลัพธ์ของการโอนงบประมาณครั้งนี้แทบไม่มีนัยสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ และช่วยเหลือประชาชนได้น้อยกว่าที่ควร พร้อมเปรียบการบริหารการคลังของรัฐบาลว่าเป็นการทำงานแบบ “เด็กเล่นขายของ”

นายกรณ์กล่าวว่า เดิมรัฐบาลประกาศหลังแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 9 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดสงครามในตะวันออกกลางและราคาพลังงานพุ่งสูง ว่าจะสามารถโอนงบประมาณได้ถึง 100,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับงบกลางอีก 25,000 ล้านบาท จะมีวงเงิน 125,000 ล้านบาทสำหรับเยียวยาประชาชนได้ทันที ต่อมามีกระแสข่าวว่ารัฐบาลเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินวงเงินสูงถึง 500,000 ล้านบาท ขณะที่ปลัดกระทรวงการคลังออกมาระบุว่ายังไม่ได้รับการหารือ และเห็นว่าการใช้ พ.ร.บ.โอนงบประมาณเป็นเครื่องมือทางการคลังที่เหมาะสมกว่า

“การคลังแพ้การเมืองเพราะเดิมรัฐบาลกำหนดเส้นตายวันที่ 30 เมษายน ให้โครงการที่ยังไม่ลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างถูกดึงงบกลับมาโอน แต่กลับยืดเวลาถึงวันที่ 2 มิถุนายน ทำให้ทุกกระทรวงเร่งลงนามสัญญาเพื่อรักษางบประมาณของตนเอง ส่งผลให้ พ.ร.บ.โอนงบประมาณเหลือวงเงินเพียง 10,300 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 0.2% ของงบประมาณทั้งประเทศ 3.78 ล้านล้านบาท พร้อมเรียกว่าเป็น เป็ดง่อย”

นายกรณ์ยังเปรียบเทียบกับปี 2563 ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นสามารถโอนงบได้ถึง 88,000 ล้านบาท หรือ 2.7% ของวงเงินงบประมาณ ถือว่ามีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ แตกต่างจากการโอนงบครั้งนี้ที่แทบไม่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ การเดินหน้า พ.ร.บ.โอนงบประมาณวงเงินเพียง 10,300 ล้านบาท มีเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือแก้เขิน เพราะรัฐบาลเคยประกาศว่าจะออกกฎหมายฉบับนี้ และ แก้ต่าง เพื่อใช้เป็นเหตุผลประกอบการออก พ.ร.ก.กู้เงิน โดยหวังแสดงต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าได้ใช้เครื่องมือทางการคลังตามปกติอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังไม่เพียงพอ

“รัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าสามารถโอนงบได้เป็นแสนล้าน แต่กลับปล่อยให้เหลือเพียงหมื่นล้าน จะถือว่าทำเต็มความสามารถจนเข้าเงื่อนไข ‘หลีกเลี่ยงไม่ได้’ สำหรับการออก พ.ร.ก.กู้เงินจริงหรือไม่ เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณา” นายกรณ์กล่าว
ทั้งนี้จากข้อมูลเศรษฐกิจพบว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับประมาณการ GDP เพิ่มขึ้นกว่า 2% ราคาน้ำมันโลกปรับลดลง การจัดเก็บรายได้ภาษีเกินเป้าหมาย และทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จึงไม่มีเหตุด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจเพียงพอที่จะใช้อ้างในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน พร้อมเตือนรัฐบาลว่าอย่าเพิ่งรีบนำเงินโอนงบ 10,300 ล้านบาทไปใช้ เพราะหากสุดท้ายไม่มี พ.ร.ก.กู้เงิน เงินก้อนดังกล่าวจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น