xs
xsm
sm
md
lg

สภาเดือด! “หมอวรงค์” สาวไส้ TH-AI บริษัทประมูลตั้งอยู่ในบ้านพัก สส.ภท.ประท้วงวุ่น "โสภณ" สั่งปิดไมค์อ้างเกินกรอบวาระ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หมอวรงค์ ” อภิปรายร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ สาวไส้ TH-AI Passport วงเงิน 1,645 ล้านบาท บริษัทประมูลงานมีที่ตั้งเป็นบ้านพักเข้าชิงระดับพันล้าน โยงผู้ชนะประมูล ก่อนเจอ สส.ภูมิใจไทยประท้วงยับ สุดท้าย “โสภณ” สั่งปิดไมค์ ชี้เกินกรอบวาระ แนะรอไปเปิดในเวทีซักฟอก


วันที่ 25 มิ.ย.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.. ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ วงเงิน 10,328 ล้านบาท

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้อภิปรายถึงรายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงิน 1,645 ล้านบาท ที่ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าราคากลางของโครงการดังกล่าวมีบริษัทเอกชนเข้าร่วมในการเสนอ 2 บริษัท คือ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บริษัทยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมี 3 บริษัทเข้าร่วมประมูล ซึ่งบริษัทยูไนเต็ดฯ ได้เข้าร่วมประมูลโครงการดังกล่าวด้วย แต่บริษัทที่ชนะประมูล คือ กิจการร่วมค้าทีเอช ที่เสนอราคา 1,621 ล้านบาท และได้ทำสัญญาจ้างแล้ว อย่างไรก็ดีจากที่ตนตรวจสอบพบบริษัทที่เข้าร่วมประมูล 1 รายมีที่ตั้งเป็นบ้านพักอาศัย มีที่จอดรถเพียง 1 คัน แต่กลับเข้าร่วมประมูลโครงการขนาดพันล้านบาทได้

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่าสำหรับกิจการร่วมค้าทีเอช มี 2 องค์กรหลัก คือ บริษัท เทิร์นคีย์ที่มีชื่อเป็นบริษัทที่ร่วมสืบราคากลาง และ บริษัทฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด หลังจากเกิดกระแสปลัดกระทรวงดีอีได้ทำประชาพิจารณา พบว่าตัวแทนของกิจการร่วมค่าทีเอชได้เข้าร่วมชี้แจง ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทฮิวแมน และเคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาฝ่ายการตลาดและพันธมิตรธุรกิจบริษัทแพลน บี

“ผมอยากให้ทำความรู้จักกับบริษัทฮิวแมน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่ชนะประมูล พบการถือหุ้นของนาย ป.ปลา ที่ถือหุ้นในบริษัทแพลนบี เป็นอันดับสอง 23.82% คิดเป็น 1,095 ล้านหุ้น และขณะนี้เป็นเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทแพลนบี และ นาย พ.พานที่ถือหุ้นในบริษัทแพลนบี 1.64% คิดเป็น 5.3หมื่นหุ้น และที่สำคัญบริษัทฮิวแมน สำนักงานตั้งอยู่ที่บริษัทแพลนบี ถนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งทำให้เห็นว่าบริษัทที่ชนะประมูลมีความเกี่ยวเนื่องและเกี่ยวข้องกับบริษัทแพลนบี” นพ.วรงค์ อภิปราย
นพ.วรงค์ อภิปรายต่อว่า ขณะที่ทีโออาร์ของโครงการ TH-AI Passport มี 17 หัวข้อ 33 หน้า ข้อที่สำคัญคือ ข้อที่ 4 ขอบเขตดำเนินการ ที่มีสภาพบังคับต้องมี ที่เชื่อมโยงไปที่ข้อที่ 8 ว่าด้วยการชำระเงินที่แบ่งเป็น 5 งวดๆละ 20%

ในระหว่างนี้มี สส.พรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะ และเป็นทุกครั้งที่ นพ.วรงค์ พูดถึงโครงการ TH-AI passport ก็จะมีการประท้วง ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า ตนฟังการอภิปรายอยู่เรื่องรายละเอียดเอาไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอนนี้พูดในหลักการก่อน

ด้าน นพ.วรงค์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการใช้เงินภาษีประชาชนด้วยความโปร่งใส ตนกำลังช่วยรัฐบาล ตนไม่ได้มีเจตนาต้องการไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถ้าตนจะไล่รัฐบาลจะเก็บเรื่องนี้ไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจ และเชื่อว่าจะเป็นทางออกที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลถ้าฟังให้จบ

จากนั้นน.ส.นันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วง จึงทำให้นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น สภาจะอยู่ได้อย่างไร กลัวอะไรกันนักกันหนา เรื่องนี้ประชาชนสนใจทั้งประเทศ

ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า นพ.วรงค์ก็ต้องเคารพข้อบังคับของการประชุม ที่นพ.วรงค์บอกว่ากลัวอะไรนั้น คงไม่มีใครกลัว เมื่อมีผู้ประท้วงยกมือขึ้นตนก็ต้องอนุญาตให้ประท้วง แล้วนพ.วรงค์ มาโต้ตอบว่ากลัวอะไรนักหนาซึ่งนี่คือผิดข้อบังคับ ฉะนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อบังคับ จึงวินิจฉัยให้นพ.วรวค์สรุปประเด็น

โดยนพ.วรงค์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนอภิปราย เป็นการโยงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส ซึ่งตนได้สรุปให้เห็นว่าส่วนหนึ่งความไม่โปร่งใสเกิดจากบริษัทและ TOR ซึ่งที่โยงให้ฟังคือข้อ 4 และ 8 ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังประชุมเรื่องการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี ฉะนั้นประเด็นทุจริตพูดได้ถ้าเฉพาะเป็นเรื่องที่ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า แต่ท่านเลยไปจนถึงรายละเอียด เมื่อประธานวินิจฉัยถือว่าเป็นที่สิ้นสุด

จากนั้น นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ลุกขั้นประท้วงประธานตามข้อบังคับข้อที่ 9 เพื่อให้ควบคุมการประชุม เนื่องจากวาระในการประชุมของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ พวกเราต้องอภิปรายสนับสนุนเห็นค้าหรือเห็นต่างจากตัวหลักการจากตัวละครและเหตุผล ซึ่งตนก็รอฟัง และท่านผู้อภิปรายก็พูดเรื่อยๆ และการพูดทุกอย่างไม่ได้อยู่ในหลักการและเหตุผลของ พ.ร.บ.โอนงบประมาณเลย จึงขอให้ประธานควบคุมการประชุม ขณะที่ประธานในที่ประชุม กล่าวย้ำว่า ได้อธิบายไปแล้วว่า ให้ผู้อภิปราย อภิปรายอยู่ในขอบเขตของวาระที่ปรึกษาหารือ ซึ่งหากยังพูดประเด็นนอกเหนือต่อไป จะไม่อนุญาตให้พูด พร้อมขอให้นพ.วรงค์พูดประเด็นอื่น ไม่เช่นนั้นก็จะไม่อนุญาตให้พูด

นพ.วรงค์ กล่าวว่า สุดท้ายแล้วต้องการจะสื่อสารว่า โครงการนี้มันไม่โปร่งใส เป็นการล็อคสเปก เป็นการเอื้อประโยชน์ ที่ต้องการสื่อเพียงเท่านี้ พร้อมถามกลับไปยังประธานสภาว่า เป็นแบบนี้ สามารถพูดได้หรือไม่ โดยประธาน ตอบกลับว่า หากท่านบอกว่าโครงการนี้ไม่โปร่งใส ล็อคสเปค ก็เป็นความเห็นของนพ.วรงค์ ส่วนจะจริงหรือไม่ ไม่รู้ แต่การที่นพ.วรงค์พูดออกไปเป็นคำพูดที่ยังไม่ได้พิสูจน์ ก็เป็นการพูดใส่ร้ายว่าโครงการนี้ล็อคสเปครือไม่โปร่งใส

นพ.วรงค์ จึงกล่าวต่อว่า ที่เมื่อสักครู่ท่านประธานเหมือนจะกล่าวหาว่าตนใส่ร้าย ขอย้ำว่า ตนมีหลักฐาน แต่ประธานไม่ให้ฉาย จากนั้นประธานสภา ได้ปิดไมค์นพ.วรงค์ พร้อมกล่าวว่า ก็บอกว่าวันนี้ที่ไม่ให้ใช้ไม่ใช่วาระ ดังนั้นจึงขอวินิจฉัยว่า ให้จบการอภิปราย เพราะไม่ใช่ที่มาเถียงกันแบบนี้ คำวินิจัยของประธานถือว่าสิ้นสุด ผมขอให้คุณหยุดอภิปราย