“ศิริกัญญา” อภิปรายร่าง พ.ร.บ.โอนงบ 1.03 หมื่นล้านได้ไม่คุ้มเสีย ชี้ 93% ตัดงบลงทุน สะท้อนไร้ภาวะผู้นำ ห่วงเป็นสัญญาณเตือนหนี้ท่วม
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายในวาระพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ วงเงิน 10,328 ล้านบาท โดยระบุว่า รายละเอียดของงบประมาณที่ถูกตัดส่วนใหญ่ถึง 93% เป็นงบรายจ่ายลงทุน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากปล่อยให้งบดังกล่าวกว่า 9,000 ล้านบาทหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ จะก่อให้เกิดตัวคูณทางเศรษฐกิจสูงกว่าการนำไปแจกหรือใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งสะท้อนว่าไม่ใช่การตัดงบจากการจัดลำดับความสำคัญใหม่ แต่เป็นเพียงการเลื่อนจ่ายหรือเลื่อนงวดงาน เพราะรัฐบาลไม่ได้จริงจังกับการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณ
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า รัฐบาลระบุว่าจะนำเงินไปเตรียมรองรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แต่กลับตัดงบในแผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำถึง 1,033 ล้านบาท จึงตั้งคำถามว่า หากให้ความสำคัญกับการรับมือภัยพิบัติจริง เหตุใดจึงตัดงบในส่วนดังกล่าว หรือหากให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เหตุใดจึงเลือกตัดรายจ่ายลงทุนแทนการตัดรายจ่ายประจำ
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีหลายโครงการที่ควรถูกตัดแต่กลับไม่ได้ถูกพิจารณา ทั้งโครงการ Skill Credit Portfolio ที่อยู่ระหว่างการทบทวนสัญญาและยังไม่ได้ลงนามสัญญา งบก่อสร้างของกระทรวงกลาโหมที่มีการเบิกจ่ายล่าช้า งบด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน รวมถึงงบของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่นำไปใช้ก่อสร้างสนามกีฬา
“รู้สึกงงว่ารัฐบาลจัดลำดับความสำคัญแล้วหรือไม่ หรือแค่ดึงในส่วนที่ดึงได้ หรือใช้เพียงเกณฑ์วันที่เบิกจ่ายไม่ทัน แต่ไม่แตะรายจ่ายที่ไม่มีประสิทธิภาพ ร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ มีปัญหาที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มีภาวะผู้นำประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับการจัดลำดับความสำคัญใหม่เมื่อเจอวิกฤติ และมีปัญหาในการบริหารเงิน เหมือนรอให้หนี้เพิ่ม หนี้บวม แล้วค่อยวิ่งหาเงิน งบหมื่นล้านบาทที่จะโอนครั้งนี้ กลายเป็นช่วยรัฐบาลหมุนเงินที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่ต้องแลกกับการชะลอการใช้จ่ายของหน่วยราชการ เมื่อเทียบกับภาระหนี้ที่ต้องจ่ายกว่า 1.4 แสนล้านบาท ถือว่าได้ไม่คุ้มเสีย และเป็นสัญญาณเตือนว่า หากรัฐบาลเป็นบริษัทเอกชน ก็จะถือว่ากำลังประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก เงินหมุนไม่ทัน เพราะใช้จ่ายเกินตัว ติดหนี้มหาศาลทั้งจากคู่ค้าและคู่ความ ไม่ใช่เป็นหนี้ที่เกิดจากการกู้” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า แม้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 จะไม่สามารถแก้ไขหรือโอนงบประมาณได้ แต่ยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและรัดกุม พร้อมเห็นว่า สิ่งที่ไม่สมควรทำ หรือรายการที่ควรถูกตัดเพิ่มเติม ควรถูกบันทึกไว้เป็นข้อสังเกต เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้ใช้อำนาจในการพิจารณางบประมาณอย่างเต็มที่


