xs
xsm
sm
md
lg

โกงสอบท้องถิ่น อีกหนึ่งฉาวโฉ่ มหาดไทย ยุคอนุทิน !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน  ชาญวีรกูล
เมืองไทย 360 องศา

ทำท่าจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว สำหรับเบื้องหลังการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย และเมื่อมีการตรวจค้นจับกุมเมื่อวันก่อนแบบคาหนังคาเขา และต่อมามีคำสั่งย้ายอธิบดีกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น ออกจากตำแหน่งเป็นการชั่วคราว ขณะเดียวกันเมื่อเกิดเหตุ “เรื่องแดง” ขึ้นมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็แสดงท่าทีขึงขัง สั่งเอาผิดเด็ดขาด ถึงขนาดจะ “ล้มโต๊ะ” ยกเลิกผลสอบทั้งหมด แต่ตอนหลังก็ออกมากลับลำ บอกว่ายกเลิกแค่ผู้กระทำผิดเท่านั้น


เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการท้องถิ่น เข้าหารือบนตึกไทยคู่ฟ้า โดยมี พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ขณะที่ นายอนุทิน กล่าวในที่ประชุมช่วงแรกตอนหนึ่ง ว่า เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นที่สนใจและกังวลของประชาชน สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำคนกระทำผิดมาลงโทษ ยึดทรัพย์สินจากการกระทำผิดที่ผ่านไปแล้ว เพื่อประโยชน์ของการทำทุจริตนี้ ลงโทษผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจจะไม่ได้จบที่กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นอย่างเดียว อาจจะมีหน่วยงานอื่นที่มากกว่านั้น ซึ่งก็ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ตลอดจนหาแนวทางแผนการที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งเรื่องการสอบครั้งนี้คงเป็นเรื่องที่ชัดเจนที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะต้องยกเลิก แม้จะมีการประกาศผลสอบไปแล้ว

“ในเมื่อที่มาเป็นไปตามทฤษฎีผลไม้พิษ ที่มาไม่ถูกต้องก็ต้องยกเลิกไป ใครได้รับความเดือดร้อนก็ต้องไปไล่บี้เอาเอง เพราะจะมาใช้ว่าบรรจุไปแล้ว ประกาศผลสอบไปแล้ว แต่เมื่อกระบวนการสอบผิดกฎหมายก็ต้องยกเลิก ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ต้องกลัวใครมาฟ้อง เพราะหากพวกเราทุกคนดำเนินการสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีทุกอย่างเรียบร้อยและมีคำพิพากษา และมีการยืนยันที่พิสูจน์ด้วยหลักฐาน”

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ถ้าเกี่ยวข้องกับใครโยงไปถึงใคร ไม่ว่าจะเป็นระดับส่วนกลางหรือท้องถิ่น ก็ขอให้เร่งดำเนินการ ซึ่งทราบมาว่ามีเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างเช่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ดำเนินการ ในพื้นที่ที่ถูกสงสัยหรือถูกกล่าวหาให้พ้นจากการปฎิบัติหน้าที่ให้เร็วที่สุด ซึ่งคำว่าเร็วที่สุดกระทรวงมหาดไทยคงเข้าใจดี และขอให้เราทุกคนช่วยกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องอุกอาจ และจะเป็นการทำลายความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เพราะเราให้ข้าราชการที่เข้ามา บริหารประเทศมาปกครองประเทศ เริ่มจากการกระทำที่ทุจริตนับตั้งแต่วันแรก และคนที่ตั้งใจสอบตั้งใจดี คนพวกนี้ก็เข้ามาแทรก คนที่ชั่วกว่านั้นคือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ปล่อยให้มีกระบวนการนี้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องปราบปรามป้องกัน ดำเนินคดีไม่ให้เกิดขึ้น

“ผมเคยเจอที่บอกว่า ต่อให้ผิดแต่บรรจุเข้ามาแล้ว แต่งตั้งมาแล้ว บางทีคัดสรรผิด กว่าศาลจะบอกว่าผิดก็ไปเป็นซี 9 ซี 10 กันหมดแล้ว ถึงเวลาบอกว่าผิดแต่ก็ไปดึงกลับมาไม่ได้ ผมก็ยกตัวอย่างตรงนั้นว่าสำหรับตรงนี้มันไม่ใช่ เพราะนี่ไม่ใช่ซี 9 ซี 10 แต่เข้ามาทำงานยังไม่ถึงหนึ่งปีเลย ถ้าเขามาด้วยการสอบที่ถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามาด้วยการทุจริตแก้ข้อสอบมาก็ต้องมาโมฆะหมด” นายกฯ กล่าว อย่างไรก็ดี นายอนุทิน ก็ยอมรับว่าการทุจริตดังกล่าวเกิดขึ้นในยุคที่เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ การจับกุมจากหน่วยงานจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ร่วมกับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท.) นำกำลังบุกเข้าจับกุมที่ทำการบริษัทแห่งหนึ่งย่านจังหวัดนนทบุรีเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยในนั้นพบข้าราชการสังกัดกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 10 คนกำลังแก้ข้อสอบกันแบบคาหนังคาเขา โดยมีการระบุว่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 4.5 พันล้านบาท มีการจ่ายเงินตั้งแต่หัวละ 3.5 แสนบาท จนถึง 8 แสนบาท ขึ้นอยู่กับพื้นที่และตำแหน่ง

แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นล้วน “น่าขยะแขยง” และรับไม่ได้สำหรับสังคม เพราะนี่คือการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ แต่เมื่อเกิดการทุจิตขึ้นมาตั้งแต่ต้นมือแบบนี้ หากสามารถหลุดรอดไปได้ก็จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติที่ได้ข้าราชการที่มีพื้นฐานการทุจริตประพฤติมิชอบเข้าไปเพิ่มเติมอีก หลังจากมีการระบุกันอยู่ตลอดเวลาในเรื่องการทุจริตในระบบราชการไทย ที่เวลานี้ติดอันดับโลกไปแล้ว

ขณะเดียวกัน การสืบสวนและจับกุมครั้งนี้ ย่อมไม่อาจให้เครดิตกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นอันขาด แม้จะพยายามทำท่าขึงขังว่าต้องสืบสวนให้ถึงที่สุด และที่ผ่านมาก็มีการสั่งย้ายอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นไปช่วยราชการในกระทรวงมหาดไทยทันทีแล้วก็ตาม ซึ่งการที่บอกว่าไม่สมควรให้เครดิตกับ “มท.1” คนนี้ เพราะหากตรวจสอบและไล่เรียงกันไปก็จะพบว่า ทั้งเรื่องอื้อฉาว เรื่องความไร้ประสิทธิภาพ ภาวะไร้ผู้นำ ล้วนเกิดขึ้นในยุคของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่นั่งในกระทรงคลองหลอดแห่งนี้มายาวนาน

อีกทั้งยังต้องจับตากันต่อไปอีกว่า “ตอนจบ” จะออกมาในแนวไหน ผลการสอบสวนจะถูกตัดตอนแค่ตรงไหน สามารถสอบสวนสาวไปถึงต้นตอได้หรือไม่ เพราะเรื่องที่น่าสนใจก็คือ หากยิ่งสาวไปลึกมากเท่าไหร่ ก็อาจพบเรื่อง “ฉาวโฉ่” ที่เป็นช็อตต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพมาถึงรัฐมนตรีและนักการเมืองที่นั่งเก้าอี้ในกระทรวงนี้มายาวนาน งานนี้ก็ต้องมารอดูกันว่าเมื่อเวลาผ่านไป พอเรื่องซาลงก็จะค่อยๆ “ตัดตอน” ตัดจบกันไปหรือเปล่า

ดังนั้น เรื่องอื้อฉาว การทุจริตการสอบเข้ารับราชการของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงานในหน่วยงาน ทั้งในกรมที่เกิดเรื่องอื้อฉาว และภายในกระทรวงมหาดไทย ในยุคที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่ง “มท.1” ทำให้ต้องจับตากันว่าจะ “ตัดจบ” กันอย่างไร !!