"อนุทิน" แจงสื่อพาดหัวยกเลิกผลสอบท้องถิ่น 68 ทำคนตกใจ บอกถ้าพบทุจริตให้เป็นโมฆะ ไม่ไหวทำอุกอาจไม่ไหวเอาข้อสอบมาแก้ รับสอบอยู่ในสมัยรบ.หนู 1 สาวถึงใครโดนหมด ส่วนคลิปเสียงไม่สำคัญเท่าหลักฐาน มีคนบอกว่าเป็นคลิปปลอม ถ้าทำกันจริงดูไม่ยาก บอก "เดชอิศม์" ไม่ต้องร้อนตัว ยังไม่พูดถึงใครทั้งนั้น
ทำเนียบ วันนี้ ( 24 มิ.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การทุจริตสอบท้องถิ่น ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสั่งการ เพื่อที่จะหาวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก และต้องดำเนินการ ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ในส่วนกระทรวงมหาดไทยได้มีการตั้ง นายสันติธรยิ้มละไมรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานคณะกรรมการสอบ ดำเนินการสอบสวนภายใน 7 วัน ว่าได้เกิดขึ้นเป็นไปตามข้อกล่าวหาหรือไม่ เพราะมีพฤติกรรมอุอาจถึงขั้นเอาข้อสอบ ราชการท้องถิ่นมาแก้ไขได้ เพื่อให้ใครคนใดคนหนึ่ง ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ถือว่าเป็นการเอาเปรียบ เป็นการทุจริตถือเป็นการขายชาติด้วย เพราะเป็นการปิดโอกาสคนที่มีความรู้ความสามารถ มาแพ้ให้กับขบวนการที่มีการทุจริตเช่นนี้ เราก็จะได้ข้าราชการที่ทุจริต เข้ามาตั้งแต่วันแรก ของการเป็นข้าราชการ เราปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้
พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อสื่อฯ ที่มีการพาดหัวข่าวว่านายกรัฐมนตรีสั่งยกเลิกผลสอบและการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นทั้งหมด ทำไมข่าวจึงไปพาดหัวเช่นนั้น จึงขอสื่อมวลชนบางครั้งไม่ได้รู้ใจตนเอง ไปพาดหัวแบบนั้น คนก็ตกอกตกใจกันไปหมด
“ผมบอกว่าถ้าไปถึงจุดที่พบว่ามีการทุจริต ในส่วนของการทุจริตก็ให้เป็นโมฆะ แต่มีการชี้แจง ว่ามีการบรรจุข้าราชการไปหลายคนนั้น แต่ถ้าต้นตอมาจากการทุจริต ตรงนี้ก็ต้องไปทั้งยวง ทฤษฎีผลไม้มีพิษ ถ้าจุดเริ่มต้นมันไม่ถูก ก็ไม่ถูกไปตลอดทาง นี่เป็นหลักที่ผมมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับทราบ เป้าหมายมันต้องเป็นแบบนี้ เพราะผมเคยเจอ จะมาบอกว่าปล่อยให้ผิด แต่บรรจุแต่งตั้งมาแล้ว ในส่วนของราชการทั่วไป บางครั้งผิดแต่งตั้งคัดสรรผิด กล่าวศาลจะบอกว่าผิด คนนั้นไปเป็น ผอ. ซี 9 ซี 10 ไปแล้ว เมื่อถึงเวลาบอกว่าผิดจะไปดึงเขากลับมาที่เดิมไม่ได้ ผมยกตัวอย่างนั้น แต่ตรงนี้ไม่ใช่ ซี 9 ซี 10 แต่นี่เป็นการรับเข้ามาทำงานยังไม่ถึงปี ถ้าเขามาด้วยการสอบที่ถูกต้องไม่มีปัญหา แต่ถ้าเข้ามาโดยการแก้ข้อสอบ ก็ต้องโมฆะหมด”นายอนุทิน กล่าว
นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ขบวนการทุจริตสอบเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2568 ในสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็อย่างที่บอก ส่วนการสอบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ตนได้มีการยกเลิกทั้งแรก แล้วท้องถิ่นกดดัน ว่าช่วงที่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ปี 2566 ไม่มีการสอบเลย และมีการกดดันว่า 2-3 ปีแล้วไม่มีการสอบข้าราชการเพิ่ม ทำงานไม่ไหว ก็ขอให้มีการสอบ จะปล่อยหรือไม่ปล่อยก็เป็นหน้าที่ของตนและทำให้มันดี เปลี่ยนจาก ม.บูรพา เป็น มศว. บริหารการสอบ ซึ่งไม่ว่าจะเป็น ม.บูรพา หรือ มศว. ก็เป็นหน่วยงานราชการ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง แต่มีการรั่วเฉลยข้อสอบได้อย่างไร แต่ที่แย่ที่สุดคือมีการแก้ข้อสอบอันนี้ไม่ไหว เป็นเหตุที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ต้องดำเนินการต่อ ต่อให้ผู้บริหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่บรรจุข้าราชการเข้าไปก็ถือว่าประสิทธิภาพการทำงานไม่มี
ส่วนที่มีคลิปเสียงอ้างว่ามีรัฐมนตรีช่วยเข้าไปเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่า คลิปเสียงไม่สำคัญเท่ากับหลักฐาน ไม่รู้ว่าของจริงของปลอม ตนก็ฟังมาจากโซเชียลมีเดียยังไม่มีใครบอกว่า เป็นคลิปเสียงที่ยึดมาเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ซึ่งตำรวจเขาก็ทำอยู่ ถ้ามันเป็นของจริง ก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้เสียหาย กระทรวงมหาดไทยโดยปลัดกระทรวง จะไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเมื่อเช้าฟังรายงานคดีของตำรวจยังทำไม่ได้ เพราะสำนวนอยู่ที่ ป.ป.ช. เพราะผู้ที่ร้องกลุ่มแรก ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ที่สอบได้แล้วยังไม่ได้รับการบรรจุ ไปฟ้อง ป.ป.ช. มหาดไทยจึงจะไปฟ้องตำรวจ ให้มาดำเนินคดีควบคู่กันไป
สำหรับข้อสันนิษฐานว่า บุคคลที่เป็นเจ้าของเสียงตามคลิปที่ปรากฎนั้น เป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นคลิปเสียงเก่า ก่อนที่จะมีรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน จากข้อมูลเขาบอกว่า เป็นคลิปเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม แต่ไม่รู้ว่าเดือนธันวาคมปีไกน แต่ไม่ใช่ปี 2567 แน่นอน ส่วนเดือนธันวาคม ปี 2568 ซึ่งตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตอนนั้นมีรัฐมนตรีช่วย มี 3 คน คือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี , นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ , นางสาวศศิธร กิตติธรกุล ซึ่งก็มีอยู่แค่นี้ โดยจะต้องไปสืบว่า
“ คลิปนี้เป็นคลิปจริงหรือเปล่า หรือว่าเป็นAI ที่ผลิตขึ้นหรือเปล่า ส่วนคนที่ชื่อว่าส้ม ทำไมเสียงผู้ชายดูเรียบร้อยจัง อ้างจริงหรือเปล่า ถ้าหากทำขึ้นมาจริงดูไม่ยากหรอก” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนแรกมีรัฐมนตรีที่ถูกกระทรวงนี้ 4 คน และมีกลุ่มส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลเรื่องนี้เพียงแค่กรมเดียว เป็นการขำกัดงงตีกระชับในการสอบสวนได้ ตอนนี้หลักฐานได้ส่งให้ สํานักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตำรวจ และปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ให้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องได้ทุกชิ้น แค่แก้ไขผลการสอบแผ่นเดียวก็ผิดแล้ว ไม่ต้องทำถึงพันคน
ส่วนกรณีที่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย ในโควต้าพรรคประชาธิปัตย์ได้โพสต์เฟซบุ๊กออกมาปฏิเสธนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องมีใครออกมาปฏิเสธ อยู่กันสอบสวนมากกว่า ปฏิเสธก่อนตอนนี้เดี๋ยวจะหาว่าร้อนตัว ยังไม่พูดถึงใครทั้งนั้น ตนได้ประชึมและสั่งการไปเมื่อเช้า
“ดำเนินการเต็มที่ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ต้องเกรงใจใครทั้งนั้น พลาดถึงใครก็โดนคนนั้น ใกล้ชิดสนิทสนม รู้จักหรือไม่รู้จักไม่ใช่ประเด็น ปิดชื่อและพฤติกรรม ซึ่งตอนกระทำแนวนี้มาโดยตลอด ถ้าไม่ทําแนวนี้ คนที่โดนก็คือผม บางทีก็ต้องไม่มีญาติ”
ส่วนปัญหาการทุจริตการสอบนั้นเกิดขึ้นมายาวนานนั้น จะแก้ไขอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ไม่ได้อุกอาจเหมือนขนาดนี้ ตนเคยได้ยินการทุจริตที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งตนก็ไม่เชื่อว่าทําจริง พอมาดูรายละเอียเห็นหมดเอากล่องไปไว้สถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง ห้องมั่นคงของหน่วยงานรัฐมีเยอะแยะ โดยนําไปไว้ที่บริษัทแห่งไหนก็ไม่รู้ ค่อนข้างชัดเจนว่า ซึ่งในตอนที่ตนดํารง ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยปี 2566-2567 ไม่จัดให้มีการสอบข้าราชการ เพราะได้ยินข่าวแบบนี้ ได้เรียกของผู้บริหารเข้ามาชี้แจงแต่ชี้แจงให้ไม่ได้ ชี้แจงไม่สมเหตุสมผล จึงได้ระงับการสอบไปก่อน
ในช่วงนี้กระทรวงมหาดไทยมีแต่เรื่องร้อนๆ มีความกังวลหรือไม่ นายอนุทิน ได้กล่าวว่า ถ้าเรื่องร้อนเกิดจากการทุจริต ไม่ต้องทําว่าจะเอาอยู่หรือไม่เอาอยู่ ถ้าจะไม่เอาก็ไม่ได้ ถ้าไม่เอาตรงก็โดนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีความกังวลเลย อย่างน้อยในกรณีมี 2 เรื่อง ถ้าเป็นจริง คือ ที่เห็นชัดเอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบคนที่สอบได้ไม่ให้สอบได้ เอาเปรียบคนที่ทำมาหากินโดยสุจริตในที่ดินแล้วไปแอบอ้างมีสิทธิ์ ไปขับไล่คนที่มีสิทธิ์ในที่ดินนั้นออกไป ซึ่งใน 2กรณีจะต้องดำเนิน อย่างเต็มที่ ไม่ต้องมาถามว่าจะต้องทําอย่างไร จะต้องทําตามกฎหมายทั้งหมด เช่น วันนี้จับได้แล้วย้ายคนออก จะรอให้ศาลตัดสินอีก 5 ปีจะรอไหม การดําเนินการก่อนที่ศาลจะตัดสินในฐานะ ผู้บริหารกระทรวงจะต้องทําให้งานไม่ติดขัด การทํางานไม่ต้องไม่ส่อทุจริต ส่วนกระบวนการยุติธรรมและการดําเนินคดี การลงลงโทษผู้กระทําความผิดทำคู่ขนานกันไป
สําหรับกรณีนี้จะมีการสอบสวนย้อนหลังถึงผลการสอบหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คําว่าขยายผลต้องไปทั้งหน้าและข้างหลัง จะโดนใครก็โดนตรงนั้น ไม่ได้ขยายไปแค่ข้างหน้าอย่างเดียว ขยายเป็นวงกลมทั้งซ้ายขวาบนล่าง
สําหรับตอนนี้ปัญหาในกระทรวงมหาดไทยมีค่อนข้างมาก นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องแก้กันไป จะต้องตั้งสมมติฐานว่าข้าราชการทุกคนเป็นคนดีรักชาติบ้านเมือง กว่าจะดําเนินการเห็นคนกระทําผิดต้องตามหลักยุติธรรม การไปลงโทษคนไม่ได้ทําผิดเพียงแค่คนเดียวก็ไม่ใช่หลักความยุติธรรม ลงโทษคนถูก 1คน ไม่ถ้าลงโทษคนผิด100 คน ต้องทําทุกอย่างให้รอบคอบ


