อดีต รมช.มหาดไทย ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีถูกพาดพิงเกี่ยวกับโครงการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ยืนยันเข้ารับตำแหน่งหลัง สถ.ประกาศผลผู้ชนะประมูลแล้ว เคยเสนอให้ยกเลิกผลประมูลและเปิดแข่งขันใหม่ หลังได้รับร้องเรียนเรื่องความโปร่งใส และประสานกระทรวงยุติธรรม-ดีเอสไอ ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ตนเองพ้นจากตำแหน่งเสียก่อน
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกแถลงการณ์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก “นายเดชอิศม์ ขาวทอง นายกชาย” กรณีมีการกล่าวถึงบทบาทของตนในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เกี่ยวกับโครงการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
นายเดชอิศม์ ระบุว่า ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 โดยในช่วงปฏิบัติหน้าที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้กำกับดูแลกรมที่ดิน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)
ทั้งนี้ ก่อนเข้ารับตำแหน่งเพียง 4 วัน คือเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีในขณะนั้น ได้ประกาศให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นผู้ชนะการเสนอราคาโครงการดังกล่าว
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ได้ยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณา ซึ่งตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ หน่วยงานเจ้าของโครงการจะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง เป็นผู้วินิจฉัย
อดีต รมช.มหาดไทย ระบุด้วยว่า ระหว่างที่เรื่องอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์ ได้รับการร้องเรียนและข้อมูลจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงข้าราชการบางส่วน เกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสในการสอบ รวมทั้งมีการกล่าวอ้างถึงการเรียกรับหรือจ่ายผลประโยชน์เพื่อแลกกับการบรรจุเข้ารับราชการ ซึ่งเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
นายเดชอิศม์ เปิดเผยว่า ภายหลังมีการแต่งตั้ง ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคนใหม่ ได้หารือร่วมกันและเสนอให้ยกเลิกผลการเสนอราคาดังกล่าว พร้อมเปิดให้มีการแข่งขันใหม่ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของสังคม ซึ่งอธิบดีเห็นพ้องในหลักการ แต่เนื่องจากเรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมบัญชีกลาง จึงต้องรอผลการวินิจฉัยก่อนดำเนินการใดๆ
นอกจากนี้ นายเดชอิศม์ ยังระบุว่า ได้นำข้อกังวลดังกล่าวไปหารือกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พิจารณาสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบพยานหลักฐานที่เข้าข่ายการกระทำความผิด
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กระบวนการพิจารณาของกรมบัญชีกลางจะแล้วเสร็จ ตนได้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 จึงไม่มีโอกาสติดตามหรือดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อในฐานะผู้กำกับดูแล
นายเดชอิศม์ ยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ พร้อมย้ำว่าได้ดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่และกระบวนการตามกฎหมาย


