กมธ.กระจายอำนาจฯ ลงพื้นที่ถอดบทเรียนกันสาดตึกร้อยปีถล่ม จี้ กทม. เร่งสำรวจความปลอดภัยอาคารเก่าทั่วกรุง ป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย พร้อมผลักดันมาตรการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.69 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย น.ส.นิตยา มีศรี สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม. เขต 1 พรรคประชาชน และคณะ ได้ประชุมติดตามสถานการณ์และรับฟังข้อเท็จจริงกรณีกันสาดอาคารพาณิชย์อายุกว่าร้อยปีร่วงหล่นในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายธนาเดช จันทร์แก้ว ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพมหานคร รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมชี้แจงข้อมูลและแนวทางดำเนินการ
นายคงกฤษ กล่าวว่า กมธ.ได้รับทราบรายละเอียดเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 69 บริเวณถนนพระราม 4 ใกล้วัดไตรมิตร เขตสัมพันธวงศ์ โดยเป็นกรณีกันสาดคอนกรีตของอาคารพาณิชย์เก่าอายุกว่า 100 ปี ร่วงหล่นลงมาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เข้าควบคุมสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือในพื้นที่อย่างทันท่วงที ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารและมีคำสั่งห้ามใช้อาคารเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัย ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าสาเหตุเกิดจากการเสื่อมสภาพของวัสดุตามอายุการใช้งานของอาคาร ขณะที่กรุงเทพมหานครได้กำหนดแนวทางป้องกันในระยะต่อไป โดยเตรียมสำรวจอาคารเก่าที่มีลักษณะและสภาพความเสี่ยงใกล้เคียงกันในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหมั่นตรวจสอบสภาพอาคาร และแจ้งหน่วยงานภาครัฐเมื่อพบสัญญาณความไม่ปลอดภัยด้านโครงสร้าง
นายคงกฤษ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ กมธ.ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นควรให้มีการสำรวจและประเมินสภาพอาคารเก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนานอย่างเป็นระบบ กำหนดมาตรการตรวจสอบอาคารตามช่วงอายุการใช้งาน ส่งเสริมความร่วมมือกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนศึกษาทบทวนกฎหมาย ระเบียบ และข้อบัญญัติที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการซ่อมแซม ฟื้นฟู และปรับปรุงอาคารเก่า เพื่อให้การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์สามารถดำเนินควบคู่ไปกับมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างเหมาะสมอ โดยในช่วงบ่ายวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทาง สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ จะประชุมร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในฐานะเจ้าของอาคาร และผู้เช่าทั้ง 5 คูหา เพื่อหารือแนวทางการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ สัญญาเช่าและแบบแปลนอาคาร เพื่อประกอบการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยปัจจุบันยังคงมีคำสั่งห้ามใช้อาคารเป็นการชั่วคราวจนกว่าการตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารจะแล้วเสร็จ
ประธาน กมธ.กระจายอำนาจฯ กล่าวว่า การติดตามกรณีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและป้องกันเหตุในลักษณะเดียวกันมิให้เกิดขึ้นอีก โดย กมธ. พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมประสานและผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าของมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารเก่า สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว และส่งเสริมการอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของกรุงเทพมหานครให้ดำรงอยู่ได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน


