xs
xsm
sm
md
lg

“มัลลิกา” ชูวิสัยทัศน์ ‘Human Innovation’ นำ AI พลิกโฉมกรุงเทพฯ ดัน 14 นโยบายแก้จราจร-น้ำท่วม-เศรษฐกิจชุมชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ดร.มัลลิกา”  ขึ้นเวทีดีเบตเสนอแนวคิด “Human Innovation เมืองที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อประชาชน” พร้อมเปิด 14 นโยบายเร่งด่วน ตั้งแต่ระบบจราจรอัจฉริยะ แก้ปัญหาน้ำท่วม ยกระดับสาธารณสุขดิจิทัล ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ไปจนถึงผลักดันกรุงเทพฯ สู่เมืองปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00 น. ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ขึ้นเวทีดีเบตแสดงวิสัยทัศน์ที่สถานีข่าว Top News โดยนำเสนอนโยบายสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหากรุงเทพมหานครอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิด “Human Innovation เมืองที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อประชาชน”

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญปัญหาสะสมหลายด้าน ทั้งปัญหาการจราจร น้ำท่วม ความปลอดภัย เศรษฐกิจชุมชน การค้าขาย และความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่ จึงจำเป็นต้องมีผู้บริหารที่กล้าตัดสินใจ ทำงานเชิงรุก และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการเมือง

สำหรับนโยบายสำคัญที่นำเสนอบนเวทีดีเบต ประกอบด้วย การพัฒนาระบบ “AI Traffic กรุงเทพฯ” เพื่อบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจรแบบเรียลไทม์ ลดระยะเวลาการเดินทางของประชาชน การจัดตั้ง “AI Flood Radar” พร้อมศูนย์บัญชาการน้ำท่วมอัจฉริยะ เพื่อเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้า รวมถึงบริหารจัดการน้ำได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายยกระดับความปลอดภัยของเมืองตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านการเพิ่มไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด และระบบ AI วิเคราะห์จุดเสี่ยงอาชญากรรม ควบคู่กับการพัฒนา “Smart Health Hub” ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่ง ให้สามารถให้บริการสุขภาพดิจิทัลและ Telemedicine ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านเศรษฐกิจฐานราก ดร.มัลลิกา เสนอแนวคิด “Street Food Paradise” เปิดพื้นที่ค้าขายอย่างเป็นระเบียบ สร้างโอกาสทางรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมจัดตั้งกองทุนสนับสนุน SME และผู้ค้ารายย่อย เพื่อเชื่อมต่อแหล่งเงินทุนและตลาดใหม่ ขณะเดียวกันยังเสนอการพัฒนา 50 เขตของกรุงเทพมหานครอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในและชั้นนอก

ในส่วนของคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะ โดยใช้พื้นที่ว่างของภาครัฐและเอกชนที่พร้อมให้เช่าใช้ประโยชน์ ตลอดจนผลักดันการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้เป็นวาระแห่งชาติและวาระอาเซียนอย่างเป็นระบบครบวงจร

ขณะเดียวกัน ยังเสนอการปราบปรามการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนในทุกหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ยกระดับชุมชนกว่า 2,000 แห่งให้เป็นชุมชนสะอาด สว่าง ปลอดภัย ฟื้นบทบาทสมาชิกสภาเขต (สข.) ให้กลับมาเป็นตัวแทนเสียงของประชาชน รวมถึงพัฒนาแอปพลิเคชัน Hub E-Commerce เพื่อเปิดพื้นที่ค้าขายสู่ตลาดระดับโลก โดยมีกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพ

นอกจากนี้ ยังผลักดันแนวคิด “กรุงเทพฯ สว่าง 24 ชั่วโมง” เพื่อให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย และทุกเจเนอเรชัน สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยตลอดทั้งวันและคืน

ดร.มัลลิกา กล่าวตอนหนึ่งว่า “กรุงเทพมหานครต้องก้าวสู่เมืองแห่งอนาคต แต่การพัฒนาเมืองต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกเขตต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม และทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณต้องถูกใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14 ยืนยันว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะเร่งผลักดันนโยบายที่สามารถดำเนินการได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เพื่อให้ประชาชนเห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชิญชวนชาวกรุงเทพมหานครออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 เพื่อร่วมกำหนดอนาคตของเมืองหลวงให้ดียิ่งขึ้น