xs
xsm
sm
md
lg

ป.ป.ช.-ปปป.เปิดขบวนการซื้อเก้าอี้ ขรก.ท้องถิ่น เงินสะพัด 4.5 พันล้าน บุกค้นบริษัทย่านบางใหญ่ เจอจะๆ กำลังแก้คะแนนให้คนจ่ายเงิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ป.ป.ช.-ปปป.เปิดขบวนการ "ซื้อเก้าอี้ข้าราชการท้องถิ่น" คาดวงเงิน 4,500 ล้านบาท บุกตรวจค้นบริษัทย่านบางใหญ่ พบ 10 ขรก.ท้องถิ่นกำลังแก้คะแนนสอบให้คนจ่ายเงิน เตรียมขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ โยน ป.ป.ช.แจ้ง นายก ในฐานะ มท.1 เพื่อปรามหน่วยงาน

วันนี้(23มิ.ย.)นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และนายเนติพล ชุมยวง และ พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วันนแสงประเสริฐ รองผบก.ปปป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.2 บก.ปปป. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น หลังมีผู้ร้องเรียนพร้อมมอบหลักฐานและคลิปเสียงให้กับ ป.ป.ช. และมีการตั้งเป็นสำนวนสอบสวน โดยเมื่อวานนี้(22มิ.ย.)ได้มีการเข้าตรวจค้นบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรือง จำกัด หมู่ที่ 9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่จ.นนทบุรี และมีการยึดสิ่งของ ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ ข้อมูล กระดาษคำตอบในการสอบภาค ก.และภาค ข.และพบข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 10 คน เป็นเจ้าหน้าที่รัฐต่างหน่วยงานกำลังดำเนินการแก้ไขกระดาษคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คะแนนในกระดาษคำตอบตรงกับคะแนนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศในเว็บไซต์
และให้สอดคล้องกับรายชื่อผู้จ่ายเงิน


สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มขบวการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการท้องถิ่น โดยมีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์แอบอ้างว่าสามารถใช้เส้นสายในการช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ โดยเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 บาท สำหรับตำแหน่งทั่วไป และสูงถึง 700,000-800,000 บาท ในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง

สำหรับการสอบดังกล่าวเป็นการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประจำปี 2568 ซึ่งเปิดรับสมัครรวม 87 ตำแหน่ง จำนวน 6,669 อัตรา โดยมีผู้ต้องสงสัยสำคัญคือ "นาย พ." ปัจจุบันเป็นข้าราชการอยู่ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดเก็บและซุกซ่อนกระดาษคำตอบไว้ภายในสถานที่ดังกล่าว


ทั้งนี้ของกลางจำนวนมากที่ตรวจยึด ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์และซีพียู จำนวน 18 ชุด ที่ใช้ในการแก้ไขข้อมูลกระดาษคำตอบ, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลดิจิทัลที่บรรจุข้อมูลกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจากทั่วประเทศ, บัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบที่ถูกกำหนดให้มีการแก้ไขคะแนน และสำเนากระดาษคำตอบการสอบเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2568 ของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 ราย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการแก้ไขคะแนนแล้วประมาณ 2,000 ราย และจากการประเมินการทุจริตสร้างความเสียหาย รวมกว่า 4,500 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเร่งขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ ข้าราชการ และผู้เข้าสอบที่เกี่ยวข้องต่อไป


นายเนติพล กล่าวว่า หลังได้รับเบาะแสเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขกระดาษคำตอบ เจ้าหน้าที่สำนักสืบสวนได้วางแผนเฝ้าสังเกตการณ์สถานที่ดังกล่าวต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน พบความเคลื่อนไหวของบุคคลเข้าออกผิดปกติ สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง จึงรวบรวมพยานหลักฐานก่อนขออำนาจศาลเข้าตรวจค้น และพบทั้งคอมพิวเตอร์ เอกสาร รวมถึงกระดาษคำตอบที่อยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขในขณะเข้าตรวจค้น

ด้าน พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ กล่าวว่า บก.ปปป. ได้รับการประสานจาก ป.ป.ช. ให้ร่วมปฏิบัติการตรวจค้น หลังการสืบสวนพบพฤติการณ์ทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน โดยครั้งนี้เป็นการปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่มีคุณภาพเข้ามาดำรงตำแหน่งราชการผ่านการทุจริต หากประชาชนพบข้อมูลหรือเบาะแสการทุจริตในลักษณะเดียวกัน สามารถแจ้งมายัง ป.ป.ช. หรือ บก.ปปป. ได้ตลอดเวลา โดยหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบที่มาของรายชื่อ เอกสาร และวิธีการดำเนินการทั้งหมด เพื่อขยายผลหาต้นตอผู้กระทำผิด ซึ่งอาจส่งผลถึงผู้ที่เคยสอบผ่านและได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้วอาจต้องพ้นจากตำแหน่ง หากพบว่าการได้มาซึ่งตำแหน่งเกิดจากการทุจริต


ขณะที่ พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า จากการเฝ้าสังเกตการณ์พบว่ามีบุคคลเข้าออกบ้านหลังดังกล่าวในช่วงเวลาหลังเลิกงานราชการ โดยส่วนใหญ่จะเข้ามาประมาณ 17.00 น. และออกจากพื้นที่ประมาณเวลา 20.00 น. ประกอบกับสถานที่ตั้งอยู่ในซอยค่อนข้างลึก ทำให้ยากต่อการสังเกตจากบุคคลภายนอก เบื้องต้นพบว่าบุคคลที่เข้ามาปฏิบัติงานส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับรูปแบบการกระทำความผิดการแก้ไขกระดาษคำตอบนั้นเป็นการแก้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อน โดยมีการคัดแยกรายชื่อผู้ที่จ่ายเงินออกจากผู้สมัครทั่วไป ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผลและกำหนดข้อที่ต้องแก้ไข จากนั้นจึงส่งข้อมูลกลับไปยังจุดต้นทางที่เก็บข้อมูลต้นฉบับ เพื่อดำเนินการแก้ไขผลคะแนนให้สอดคล้องกับผลการสอบที่ต้องการ


นายเนติพล กล่าวถึงพฤติการณ์และบทบาทของนาย พ.ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนเชิงลึก โดยพบข้อมูลว่ามีกลุ่มบุคคลทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแก้ไขข้อมูล จึงต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเอกสารและข้อมูลต่าง ๆ ถูกนำออกมาจากระบบได้อย่างไร รวมถึงมีผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนเกี่ยวข้องหรือไม่ และยังต้องตรวจสอบเชื่อมโยงว่ามีความเกี่ยวข้องกับการสอบสนามอื่นหรือไม่ เนื่องจากพบเอกสารจำนวนกว่า 9,000 แผ่น ขณะที่การเปิดรับบรรจุครั้งดังกล่าวมีจำนวน 6,669 อัตรา นอกจากนี้ จากการตรวจค้นพบ 10 เจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่บริษัทดังกล่าว อยู่คนละสังกัด ดังนั้นจึงจะต้องมีการตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับการสอบในสนามอื่นอีกหรือไม่ หรือการได้มาซึ่งตำแหน่ง

ส่วนผู้ที่สอบผ่านและได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้วนั้น เจ้าหน้าที่จะพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยต้องตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็อาจถูกดำเนินการทั้งทางอาญา ทางวินัย และอาจมีผลต่อสถานะการดำรงตำแหน่งตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ส่วนการตรวจสอบหากเชื่อมโยงไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานใดก็จะต้องเรียกมาชี้แจง ส่วนการจะต้องรายงานให้นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยหรือไม่เพื่อเป็นการปรามหน่วยงานท้องถิ่นก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อมีการสืบสวนแล้วก็จะต้องรายงานให้คณะกรรมการได้รับทราบ ขณะที่พยานหลักฐานที่ได้จากการตรวจยึดนั้นก็จะนำไปประกอบสำนวนที่ ป.ป.ช.ตั้งไต่สวนไว้แล้ว