xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์” เผย ครม.ถกตั๋วร่วมทุกเส้นทาง ตั้งเป้าให้ทันปีใหม่ 2570 ราคา 17-45 บาท/เที่ยว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พิพัฒน์” เผย ครม.เตรียมพิจารณานโยบายตั๋วร่วมทุกเส้นทาง พยายามให้เป็นของขวัญปีใหม่ประชาชน เริ่มใช้ 1 ม.ค.70 ในราคา 17-45 บาท/เที่ยว

เวลา 09.28 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเตรียมพิจารณาเสนอมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน หรือ นโยบายตั๋วร่วม ว่า รัฐบาลได้ดำเนินการมาในระยะหนึ่งแล้วในเส้นทางสายสีม่วงและสายสีแดง ในราคา 40 บาทตลอดวัน แต่ตอนนี้กำลังขยายผลเพื่อให้รถไฟทุกเส้นทางเป็นของ รฟม. แต่การจะดำเนินการทุกเส้นทางให้เป็นของ รฟม. นั้น จะต้องไปซื้อกิจการบางเส้นทางจากภาคเอกชน ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนสูง เนื่องจากบางเส้นทางไม่ใช่ของรัฐ ซึ่งมีบางสัญญากำลังจะหมดอายุสัญญาสัมปทานลงภายในปี 2572 มีมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลจึงเลือกใช้วิธีการตั๋วร่วมในลักษณะในราคา 17-45 บาท โดยค่าแรกเข้าจะเก็บครั้งเดียวไม่ว่าจะเดินทางในกี่สาย สิ้นสุดที่ไม่เกิน 45 บาท และหลังจากนี้ก็เตรียมที่จะหารือกับกระทรวงการคลัง ตามที่รัฐบาลมีนโยบายจะนำรถไฟฟ้าทุกเส้นทางมาเป็นของ รฟม. จะระดมทุนจากที่ไหน ซึ่งมีแนวคิดที่จะดำเนินการ อาจตะนำรถไฟฟ้าทั้งหมดเข้าไประดมทุน ในฟิวเจอร์ฟัน ซึ่งจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1-2 ปี

“ เป็นการนำเป็นการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณนั้น เพื่อที่จะระดมเงินทุนมาซื้อกิจการรถไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งให้มาเป็นของรัฐซึ่งก็น่าจะเกิดความเป็นจริงได้ และเมื่อถึงตรงจุดนั้นจะมีลักษณะดำเนินการอย่างไร เช่น One day trip หรือตั๋ววันกำหนดราคาเท่าไหร่ ตั๋วสัปดาห์ราคาเท่าไหร่ ราคาหรือนักเรียนนักศึกษาผู้สูงอายุราคาเท่าไหร่ ผู้พิการดำเนินการอย่างไร ก็จะมีรายละเอียดออกมาทั้งหมด” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ ยังเปิดเผยอีกว่า เมื่อ ครม. เห็นชอบแล้ว จะพยายามทำให้ทัน ใช้เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน จะพยายามทำให้ทันวันที่ 1 มกราคม 2570 ในราคา 17-45 บาท โดยจะให้ใช้ได้ทุกเส้นทาง และเป็นตั๋วเดียวกันหมด ส่วนสายสีเขียว ที่มีเอกชนถือสัมปทานอยู่ จะต้องมีเงินคืนให้ ซึ่งต้องเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่ารัฐก็ต้องหาวิธีเอาเงินบางส่วนไปชดเชยให้กับผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง และคืนให้กับผู้ใช้บริการหรือประชาชนทั่วไป แต่ประเด็นที่สำคัญคือ จะใช้สถาบันการเงิน (Clearing House ) ใด เป็นคนเก็บเงินล่วงหน้า ซึ่งเรื่องนี้เป็นดุลพินิจของกระทรวงการคลังที่จะต้องดำเนินการ

อย่างไรก็ตามในวันนี้จะเป็นการเห็นชอบในหลักการ เพื่อที่จะดำเนินการให้ทันเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน