xs
xsm
sm
md
lg

“พรรคส้ม”อีกดอก ไม่มีเทา ไม่ใช่เรา!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ - ณัฐพงษ์ เรืองปัญญวุฒิ

เมืองไทย 360 องศา

“มีเรา ไม่มีเทา” ทำท่าจะค่อยๆ เงียบหายลงไป ตามกาลเวลา หรือเมื่อมีเรื่องอื่นเข้ามาแทรก แต่สำหรับ “พรรคส้ม” แล้ว มีข้อยกเว้น เพราะเมื่อเรื่อง “เทาๆ” กำลังค่อยๆ จางลง กลับมี “เคส”ใหม่โผล่เข้ามาตอกย้ำความทรงจำให้หนักแน่นขึ้นมาอีก


ล่าสุด ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เปิดเผยและแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ forex ผิดกฎหมาย เข้าข่ายการกระทำผิดการหลอกหลวงแบบ “แชร์ลูกโซ่” โดยมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องหลายคน โดยในจำนวนนั้นมี ส.ส.ของพรรคประชาชน คือ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้แถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ ระบุว่า จากการตรวจสอบกระบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า กระแสเงินจำนวนมากที่หมุนเวียนอยู่ในระบบมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ Forex จึงได้ดำเนินการตรวจสอบที่มาของการดำเนินธุรกิจดังกล่าว รวมถึงสถานะการได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยได้รับการยืนยันจากธนาคารแห่งประเทศไทย ว่า ไม่มีผู้ประกอบธุรกิจ Forex รายใดได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้อง ประกอบกับมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1. กลุ่มโบรกเกอร์ที่เปิดเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มรับลงทุน ชื่อ QRS, Global, HFM, GOFX, Eterwealth 2. กลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ประกอบด้วย อาจารย์พี, โค้ชเจมส์, JP Global, แอคมี่ และ 3. กลุ่มบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ-ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Payment Gateway) อีก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด, บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด ทำการหลอกลวงให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex)

“กล่าวคือ หลอกให้ลงทุน โดยแอบอ้างเป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาต มีเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มีการโชว์ไลฟ์สไตล์หรูหรา ท่องเที่ยวต่างประเทศ รถยนต์สปอร์ต รวมถึงแสดงผลพอร์ตที่ได้ผลกำไรสูง เพื่อจูงใจให้ฝากเงินเข้าทำการเทรด โดยมีการจัดเซลล์ประกบดูแลลูกค้าเป็นรายๆ ซึ่งช่วงแรกถอนเงินได้จริง ต่อมาอ้างเงื่อนไข หรือ ขายคอร์ส ฝากเทรด หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ จนไม่สามารถถอนเงินได้จริง” เจ้าหน้าที่ ดีเดอสไอ ระบุ ถึงพฤติกรรมการหลอกให้ลงทุนจนสร้างความเสียหายกับเหยื่อ

ทั้งนี้ ดีเอสไอ ทำการสืบสวนพบว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายราย ประกอบด้วย นักการเมืองที่เป็นผู้จัดตั้งบริษัท โดยให้ผู้อื่นถือครอง อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ชื่อดัง และมีบุคคลในวงการบันเทิงมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าว โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจรับชำระเงินในธุรกิจเทรดและให้คำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงเคยมีบทบาทในการจัดตั้งและส่งเสริมโบรกเกอร์ Etherwell ซึ่งจดทะเบียนในต่างประเทศ แต่มีการดำเนินกิจการในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากในประเทศไทยไม่สามารถการทำธุรกิจในลักษณะดังกล่าวได้ ซึ่งต่อมาใบอนุญาตของบริษัทดังกล่าวในต่างประเทศถูกเพิกถอน และมีผู้เสียหายจำนวนหนึ่ง ร้องเรียนว่าไม่สามารถถอนเงินได้หรือได้รับเงินล่าช้า จนเกิดความเสียหาย

ทั้งนี้ การที่นิติบุคคลจดทะเบียนอยู่ในต่างประเทศส่งผลให้การดำเนินคดีและการเรียกร้องสิทธิของผู้เสียหายเป็นไปด้วยความยากลำบาก

“ส่วนความเกี่ยวข้องนักการเมืองจากการเข้าค้นบ้านหลังหนึ่ง ที่ใช้ในการจดตั้งบริษัท ALPFX พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยง บริษัท สปาร์ค ดิจิทัล ซึ่งปรากฏข้อมูลการโอนเงินไปยังบุคคล โดยหนึ่งในบุคคลที่ปรากฏเส้นทางการเงิน คือ นายภาวุธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน มีเงินเข้าบัญชีจากบริษัทเข้าบัญชีส่วนบุคคล ภายใน 1 วัน มีรายการโอน 14 ครั้งๆ ละ 2 ล้านบาท รวม 28 ล้านบาท เตรียมเชิญมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่า การปรากฏชื่อในเส้นทางการเงินยังไม่ถือเป็นการยืนยัน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และทุกฝ่ายจะได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการกฎหมาย”

อย่างไรก็ดี กรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ ป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่พบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน จำนวน 28 ล้านบาท (วันที่ 18 ก.ค.67) ซึ่งรับโอนจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด นั้น พนักงานสืบสวนระบุว่า ต้องรอฟังคำชี้แจงของเจ้าตัวก่อน

ส่วนกรณีที่ในรูปภาพแผนผังความเชื่อมโยงสัมพันธ์ ปรากฏมีภาพชายปริศนารายหนึ่ง มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด : QRS Global และรายงานการสืบสวนยังระบุว่า รู้จักและสนิทสนมกับนายภาวุธ เพราะเคยไปเที่ยวปารีสด้วยกัน มีภาพร่วมงานประชุมสัมมนาร่วมกันนั้น ข้อมูลจากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่าชายปริศนารายนี้มีบทบาทเป็นทั้งโบรกเกอร์ และยังเป็นผู้มีบทบาทเกี่ยวข้องในบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด : QRS Global อีกด้วย

สำหรับ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ผ่านมายังเก็บตัวเงียบ ไม่ปรากฏตัวที่สภา แม้ว่าที่ผ่านมาตัวเขาจะเป็นคนเดินหน้าตรวจสอบโครงการ โครงการยกระดับทักษะดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH - AI Passport) ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย ในคณะกรรมาธิการ (กมธ) การสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สภาผู้แทนราษฎร มาอย่างเข้มข้นก็ตาม

แต่เมื่อเจอกับเรื่อง “เทาๆ” แบบนี้ น้ำหนักก็ลดฮวบทันที แม้ไม่ได้ทำให้ความอื้อฉาว และความไม่ชอบมาพากลของโครงการ TH-AI Passport ลดลงไปก็ตาม แต่ความหมายก็คือ ทำให้ความชอบธรรมของ นายภาวุธ รวมไปถึงสั่นสะเทือนไปถึงพรรคประชาชน ต้นสังกัดอีกรอบ เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า “เรื่องเทาๆ เป็นของคู่กันกับพรรคนี้” แล้วแบบนี้ จะไปตรวจสอบใครได้

อย่าได้แปลกใจที่เวลานี้ โดนพรรค“สีน้ำเงิน” ภูมิใจไทย ทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรค ต่างออกมาเย้ยทำนองว่า “ก่อนขึ้นเทศน์ ต้องล้างเท้าให้สะอาดก่อน” ความหมายคือ ก่อนจะไปสอน หรือตรวจสอบคนอื่นตัวเองต้องบริสุทธิ์หรือสะอาดเสียก่อน

ล่าสุด นายภาวุธ ได้โพสชี้แจงว่าสาเหตุที่เงียบไปนั้นเป็นเพราะต้องเตรียมเอกสารไว้ชี้แจงกับ ดีเอสไอ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานหลายปีแล้ว จึงต้องใช้เวลารวบรวมเอกสารจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี ที่น่าจับตาก็คือ ยังมีท่าทีปกป้องจากพรรคและแกนนำพรรค โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ระบุในเชิงหลักการว่า นายภาวุธ ยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ต้องให้เจ้าตัวชี้แจงเอง ซึ่งพรรคมีกระบวนการในการตรวจสอบ พร้อมทั้งพยายามชี้ให้เห็นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพราะมี “แรงจูงใจทางการเมือง” อะไรประมาณนั้นไปอีก

ดังนั้น กรณีเครือข่ายธุรกิจ forex ที่ทางดีเอสไอ กำลังจะยกเป็น “คดีพิเศษ” และเข้าข่าย “แชร์ลูกโซ่” ที่มีการธุรกรรมหลอกหลวงสร้างความเสียหายนับร้อยล้านบาท และมีข้อมูลเชื่อมโยงไปถึง นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.พรรคประชาชน(อีกแล้ว) ตอกย้ำให้เห็นว่า คำว่า “มีเรา ไม่มีเทา” นั้น เป็นเรื่องตรงกันข้าม ภาพลักษณ์ทางการเมืองเสียหายจนไม่รู้จะพูดแบบไหนออกมาได้แล้ว !!