"เท้ง-พิจารณ์" ป้อง "ภาวุธ" พร้อมแจง DSI ลั่นพรรคมีมาตรฐานวินัย ไม่ปกป้องคนผิด ชี้ เป็นหน้าที่เจ้าตัว แจงข้อสงสัยสังคม หลังหายตัวเกือบสัปดาห์ เชื่อ เป็นกระบวนการลดทอนความน่าเชื่อถือ ปัดตอบฟ้องกลับหรือไม่ บอก เห็นใจข้าราชการ ทำเพื่อตอบสนองฝ่ายการเมือง
วันที่ 22 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่หากทาง DSI ทำหนังสือเชิญนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้ไปชี้แจงทางพรรคประชาชนหรือฝ่ายค้ายจะมีมติอย่างไรนั้น ว่า ตนขอแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรกคือความสมัครใจของนายภาวุธเอง เชื่อว่านายภาวุฒิพร้อมที่จะเข้าไปชี้แจงต่อทุกหน่วยงาน แต่รอความชัดเจนจากทาง DSI ก่อนว่าตกลงแล้วข้อกล่าวหาที่มีต่อนายพาวุธเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้นายภาวุธยังอยู่ในสถานะของผู้ต้องสงสัยอยู่ ส่วนอีกประเด็นคือเรื่องของกระบวนการภายใน พรรคประชาชนก็มีมาตรฐานการกำกับดูแล กระบวนการภายในอยู่เช่นเดียวกัน
ด้านนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า ถ้าเราพิจารณาจากสิ่งที่ DSI ตั้งโต๊ะแถลง คิดว่าสังคมตั้งคำถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ จากการติดตามการแถลงของ DSI ก็ทราบว่าจะแถลง 3 ประเด็นแต่สุดท้ายปรากฏว่าแถลงประเด็นเดียว การแถลงที่พาดพิงมาที่นายภาวุธ ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ชี้ด้วยซ้ำว่าเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างไร แต่กลับสร้างความเคลือบแคลงให้กับสังคมรู้สึกต่อตัวนายภาวุธ
"ผมเองก็ต้องตั้งคำถามและตั้งข้อสังเกตว่านี่มันคือความพยายามที่จะลดทอนความน่าเชื่อถือของนายภาวุธและของพรรคประชาชนในการตรวจสอบโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลหรือไม่ เป็นความพยายามที่จะทำให้ความเข้มข้นในการตรวจสอบของเราลดลงหรือเปล่า" นายพิจารณ์กล่าว
นายพิจารณ์ ยังกล่าวว่า การชี้แจงต่อสังคม ก็เป็นหน้าที่ที่นายภาวุธต้องพิสูจน์ตัวเอง ให้สังคมได้รับรู้ข้อกล่าวหายังไม่ชัดเจน แต่หากติดตามในโลกโซเชียลมีเดีย ก็จะเห็นว่าข้อกล่าวหาอาจจะรุนแรงถึงขั้นเป็นอาชญากรข้ามชาติ หลอกลวงฟอกเงินหรือไม่ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งนายภาวุธก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้กับตัวเอง ถึงขั้นบอกว่าจะไม่ใช้เอกสิทธิ์ของ สส. สำหรับพรรคเองเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ทางพรรคก็จะมีคณะกรรมการวินัยที่จะตรวจสอบเป็นการภายในของพรรคเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นมาตรฐานและวัฒนธรรมที่พรรคยืนยันว่าเราไม่มีการปกป้องคนผิด แต่ปัจจุบัน DSI ยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใด ๆ กับนายภาวุธเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า การแถลงที่ผิดวิสัยแบบนี้ถ้าสุดท้ายในภาวุธไม่มีความผิด มีโอกาสที่จะฟ้องหรือเรียกร้องหรือไม่ นายพิจารณ์ กล่าวว่า ต้องถามว่าการแถลงของ DSI ประเทศไทยได้อะไร ประชาชนได้อะไร เราอยากเห็นบทบาทการทำงานของหน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง ทำงานอย่างตรงไปตรงมาแก้ปัญหาให้กับประชาชนจริง ๆ เราอยากเห็นการทำงานที่ตอบสนองความต้องการและผลประโยชน์ของประเทศ สำหรับกระบวนการทางกฎหมายตรงนั้นยังคงไม่ถึงเวลาที่จะมาพูดหรือลงรายละเอียดแต่อยากจะให้กำลังใจกับข้าราชการทุกคนมากกว่า ถ้าทำงานและยึดมั่นในอุดมการณ์ ผลประโยชน์ของประชาชนเชื่อว่าสังคมพร้อมที่จะสนับสนุน
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตหรือไม่ ในการแถลงข่าวเพราะมีการเอ่ยชื่อ-นามสกุลเต็มของนายภาวุธ พร้อมบอกว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง นายพิจารณ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเห็นใจการทำงานของข้าราชการ ตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็นการถูกกดดันโดยฝ่ายการเมือง ที่สอดคล้องกับการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport
โดยสองกรรมาธิการของพรรคประชาชน มีการพยายามสร้างกระแสสร้างเรื่องราวเพื่อพยายามลดทอน ความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบของพวกเรา ตนคิดว่ามีความรู้สึกเห็นใจต่อข้าราชการ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อตอบสนอง ทางฝ่ายการเมืองหรือไม่
ส่วนกังวลหรือไม่เพราะนายภาวุธไม่ได้เข้าร่วมประชุมและติดต่อไม่ได้ และอาจโดนเพ่งเล็งเป็นประเด็นการเมือง นายพิจารณ์ กล่าวว่า หน้าที่ในการชี้แจงต่อสังคมเป็นหน้าที่ของนายภาวุธ พรรคเอง ไม่ได้นิ่งนอนใจเราก็จะใช้คณะกรรมการวินัยของพรรคตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชน ที่ติดตามอยู่ได้เห็นว่า นายภาวุธและพรรคไม่ได้พยายามปิดบังข้อมูลใด ๆ
และจะทำงานอย่างเต็มที่


