xs
xsm
sm
md
lg

ไทย–ลาว จับมือดันกาแฟอาเซียนสู่ตลาดโลก รับวาระ 35 ปีอาเซียน–รัสเซีย ตั้งเป้าส่งออก 5 พันตันต่อปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ไทย-ลาวจับมือดันกาแฟอาเซียน รับวาระ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย “เอ็ม ยูนิฟายด์–กั๊ทเก๋ ลาว โซเล” ปักฐานปากซอง–จำปาศัก เจาะตลาดไทย รัสเซีย และยุโรป ตั้งเป้าส่งออก 3,000-5,000 ตันต่อปี

เมื่อวันที่18 มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัท เอ็ม ยูนิฟายด์ จำกัด ร่วมกับบริษัท กั๊ทเก๋ ลาว โซเล จำกัด ผู้ผลิตกาแฟรายสำคัญจากแขวงจำปาศัก สปป.ลาว ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) เพื่อความร่วมมือด้านการผลิต แปรรูป และจัดจำหน่ายเมล็ดกาแฟลาวคุณภาพสูง โดยมุ่งผลักดัน “กาแฟที่ราบสูงโบลาเวน” สู่ตลาดประเทศไทย สหพันธรัฐรัสเซีย กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) และยุโรป

พิธีลงนามจัดขึ้นที่ เมืองปากซอง แขวงจำปาศัก ระหว่าง นางสาวภิญญ์ชยุตม์ อัครกุลศานต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม ยูนิฟายด์ จำกัด ในฐานะผู้แทนจำหน่าย และนาย Nguyen Duy Vinh รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กั๊ทเก๋ ลาว โซเล จำกัด ในฐานะผู้ผลิต โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับห่วงโซ่มูลค่ากาแฟของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และเพิ่มโอกาสทางการค้าของสินค้าเกษตรอาเซียนในตลาดโลก


ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว บริษัท กั๊ทเก๋ ลาว โซเล จำกัด จะรับหน้าที่ผลิตและจัดหาเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า โรบัสต้า และเอ็กเซลซา รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกาแฟ ขณะที่บริษัท เอ็ม ยูนิฟายด์ จำกัด จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายและตัวแทนทางการค้าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย รัสเซีย กลุ่มประเทศ CIS และยุโรป

ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าพัฒนาตลาดและเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกันในระดับ 3,000-5,000 เมตริกตันต่อปี โดยจะพิจารณาปริมาณการส่งออกตามศักยภาพการผลิตและความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงเวลา เพื่อยกระดับศักยภาพการส่งออกกาแฟลาวและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมกาแฟในภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมีการวางแนวทางพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์รองรับการขยายตลาด ทั้งการขนส่งผ่านท่าเรือแหลมฉบัง การใช้เส้นทางผ่านด่านปากซอง–ปากเซ รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงระบบรางจีน–รัสเซีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดต้นทุนในระยะยาว

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน–รัสเซีย ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหาร และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างภูมิภาค โดยกาแฟถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีศักยภาพสูงในการสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายตลาดสู่ผู้บริโภคทั่วโลก


สำหรับเมืองปากซอง แขวงจำปาศัก ถือเป็นแหล่งผลิตกาแฟสำคัญของ สปป.ลาว เนื่องจากตั้งอยู่บนที่ราบสูงโบลาเวน ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของดินที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ทำให้กาแฟจากพื้นที่ดังกล่าวได้รับการยอมรับในตลาดโลกด้านคุณภาพ กลิ่นหอม และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทยและลาวในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการขยายตลาดกาแฟสู่ต่างประเทศ แต่ยังสะท้อนการยกระดับห่วงโซ่มูลค่าทางการเกษตรของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในอาเซียน ภายใต้เป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว