รมว.วัฒนธรรม ยืนยัน กัมพูชาได้รับเลือกเป็นกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก ไม่ได้มีอำนาจพิจารณาการขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมของประเทศอื่น ไทยมั่นใจหลักฐานครบถ้วนสำหรับการขึ้นทะเบียนชุดไทยพระราชนิยมและมวยไทย ขณะที่ไทยร่วมเป็นบอร์ดบริหารยูเนสโกอยู่แล้ว ไปจนถึงปี 2572
วันนี้ (19 มิ.ย.) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงกรณีที่ประเทศกัมพูชาได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 ขององค์การยูเนสโก (UNESCO) วาระปี 2569-2573 ว่า การพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมของยูเนสโกเป็นการดำเนินงานในรูปแบบพหุภาคี และประเทศไทยเองก็เป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารยูเนสโก (UNESCO Executive Board) อยู่แล้วตั้งแต่ปี 2568 และจะดำรงตำแหน่งต่อเนื่องถึงปี 2572
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารยูเนสโก ถือเป็นคณะกรรมการระดับสูงที่ทำหน้าที่กำหนดทิศทางองค์กรและกำกับดูแลภารกิจทั้งหมดของยูเนสโก โดยในกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิก มีประเทศสมาชิก ได้แก่ เวียดนาม อินเดีย เกาหลีใต้ จีน ปากีสถาน มาเลเซีย และประเทศไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันว่า การที่กัมพูชาได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการยื่นขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมของไทย เนื่องจากการเป็นสมาชิกคณะกรรมการไม่ได้หมายความว่าจะมีอำนาจเหนือกระบวนการพิจารณาของยูเนสโก ซึ่งดำเนินการตามหลักสากล โดยอาศัยการพิจารณาข้อมูลทางวิชาการอย่างรอบด้านและครบทุกมิติ
“การดำเนินงานของยูเนสโกเป็นระบบพหุภาคี ดังนั้น ประเทศใดประเทศหนึ่งไม่สามารถคัดค้านหรือแย้งการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศอื่นได้เพียงลำพัง” นางสาวซาบีดา กล่าว
สำหรับการยื่นขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมของไทย โดยเฉพาะ “ชุดไทยพระราชนิยม” และ “มวยไทย” นั้น นางสาวซาบีดา ระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรม มีความมั่นใจในเอกสารและหลักฐานที่ได้ยื่นต่อยูเนสโก เนื่องจากกระบวนการพิจารณาจะต้องผ่านการตรวจสอบจากคณะผู้ประเมินอิสระ (Evaluation Body)
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีข้อมูลและหลักฐานทางวิชาการรองรับอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาด้านการออกแบบ เอกสาร และภาพถ่ายทางวิชาการ ตลอดจนหลักฐานการใช้และสืบทอดในสังคมไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยกระทรวงวัฒนธรรมได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อรวบรวมข้อมูลในทุกมิติ
นางสาวซาบีดา ย้ำว่า กระทรวงวัฒนธรรม จะดำเนินงานเชิงรุกในการผลักดันการขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมของไทย พร้อมติดตามสถานการณ์และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดต่อไป


