xs
xsm
sm
md
lg

กรมลดโลกร้อน ผนึกกำลังจุฬาฯ ยกระดับศักยภาพท้องถิ่น ขับเคลื่อนแผนปรับตัวแห่งชาติสู่การปฏิบัติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้(19 มิ.ย.)กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลุ่มนโยบายและขับเคลื่อนการปรับตัว ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการจัดการองค์ความรู้ เรื่อง “การเสริมศักยภาพและส่งเสริมการดำเนินงานด้านการปรับตัวรายสาขาและสาขาที่เกี่ยวข้อง (Cross Cutting)” เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแก่หน่วยงานในระดับจังหวัดและท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมการบูรณาการการดำเนินงานภายใต้แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP) ทั้ง 6 สาขา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและกลไกการขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกำหนดดำเนินกิจกรรมครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศไทย และมีกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์กรปกครองส่วนตำบล และหน่วยงานระดับท้องถิ่นสังกัดกระทรวงมหาดไทย ขณะที่กลุ่มเป้าหมายรอง ได้แก่ หน่วยงานที่ดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนา และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันยกระดับการดำเนินงานด้านการปรับตัวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ ภาคกลางเป็นภูมิภาคแรกที่เริ่มดำเนินกิจกรรม โดยจัดกิจกรรมการจัดการองค์ความรู้ ระหว่างวันที่ 16 – 18 มิถุนายน 2569 ณ ห้องออโรร่า โรงแรมเดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้แทนหน่วยงานระดับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาในทุกมิติ กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวนุชนารถ ไกรสุวรรณสาร ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและขับเคลื่อนการปรับตัว เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ โดยตลอดการอบรมทั้ง 3 วัน ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีด้านความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของสังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.พัชรียา รุ่งกิจวัฒนานุกูล รองผู้อำนวยการ และวิทยากร ทีมงานจากสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน ได้ร่วมมอบองค์ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และความสำคัญของการปรับตัว รวมถึงระเบียบ นโยบาย และแผนที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมต่อร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการปรับตัวในรายสาขาและสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนและดำเนินงานในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ กิจกรรมยังมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ผ่านการวิเคราะห์ห่วงโซ่ผลกระทบ (Impact Chain Analysis) การประเมินความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาแนวทางการรับมือที่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของพื้นที่ของตนเอง อันเป็นการสร้างรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการปรับตัวสู่ระดับท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ

และในวันสุดท้ายของกิจกรรม ได้มีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “รู้รอด รู้ปรับ เสริมศักยภาพท้องถิ่นสู่แผนตั้งรับวิกฤตโลกรวน” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน และภาคประชาชน ในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนแนวทางการเสริมสร้างศักยภาพและความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนการปรับตัวอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่ผู้เข้าร่วมจะร่วมกันนำเสนอแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ได้พัฒนาขึ้นจากการเรียนรู้ตลอดหลักสูตร เพื่อรับข้อเสนอแนะจากวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิ และต่อยอดสู่การนำไปใช้จริงในระดับพื้นที่

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานระดับจังหวัดและท้องถิ่น พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ชุมชนและสังคมไทยให้สามารถก้าวผ่านความท้าทายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการอบรมจำนวนกว่า 70 คน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขยายผลองค์ความรู้และขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปสู่ระดับพื้นที่ เพื่อร่วมสร้างสังคมไทยที่พร้อมรับมือกับความท้าทายจากวิกฤตโลกรวนในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ