xs
xsm
sm
md
lg

“ไอซ์” แฉ “กลุ่มทุนสีน้ำเงิน” กินรวบงานไอที-AI รัฐกว่า 10,000 ล้าน แช่งแรง TH-AI Passport งานนี้มีคนนอนตะราง? ** “มท.หนู” เล่นลิเก โยกย้าย ผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯภูเก็ต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รักชนก ศรีนอก - ไชยชนก ชิดชอบ - ธีระพงศ์ ช่วยชู - นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร
ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ “ไอซ์” แฉ “กลุ่มทุนสีน้ำเงิน” กินรวบงานไอที-AI รัฐกว่า 10,000 ล้าน แช่งแรง TH-AI Passport งานนี้มีคนนอนตะราง?

นาทีนี้บอกเลยว่า กระทรวงกระสุนตกอย่างดีอี มีครั่นเนื้อครั่นตัวเพราะ ตัวตึงสีส้ม “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” โพสต์ลงโซเชียล แฉยับกระบวนการ “ไทม์แมชชีน” โครงการ TH-AI Passport มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท

โครงการ TH-AI Passport เริ่มประมูล มกราคมปี 2569 แต่หลักฐานชี้ชัดว่า บริษัทเริ่มทำโครงการนี้ ตั้งแต่ตุลาคม ปี2568
ไม่รู้ว่า “ลูกนก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ทำตามนโยบายของหัวหน้าคณะลิเก “เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ชอบพูด สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน? หรือก็คือ เริ่มงานก่อนประมูล!

รักชนก ศรีนอก
งานนี้ “ไอซ์-รักชนก” ยังแฉ “กลุ่มทุนหน้าเดิม” ไม่ได้มาแค่โครงการเดียวนะจ๊ะ ยังมีโครงการคอนเนกชัน “สีน้ำเงิน" รวมๆ แล้วหมื่นกว่าล้านบาท

ทั้งโครงการ IT, AI, คลาวด์, และ พวกโครงการอัปสกิล-รีสกิล e-learning ต่างๆ ที่หลอกเด็ก หลอกคนไอที ว่าจะสร้างอนาคตสดใส แต่สุดท้ายเงินไหลไปหาคนแค่กลุ่มเดียว

เดชะบุญ โครงการ Skill-Credit Portfolio ของ อว. 5,400 ล้านบาท “อาจารย์เชน” ยชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรี สั่งทบทวน TOR แล้ว

ตัวตึงสีส้ม ยังจี้ถามถึง "รัฐมนตรีติ๊กต๊อก" ที่อวยกันว่าเป็นคนหนุ่มอนาคตไกล รวยล้นฟ้า มีคนประเคนให้ทุกอย่าง ถ้าไม่อยากเป็นหุ่นเชิด แต่อยากเป็น “เจ้าชายสายเทค” แบบขาวสะอาด ก็สั่งยกเลิกโครงการพวกนี้ซะตอนนี้ยังทัน พร้อมเตือนสติแบบเจ็บจี๊ด ว่า เงินทอง อำนาจ วาสนา คนที่บ้านอาจจะหามาประเคนให้ได้ แต่ ความรัก ความเคารพนับถือ ของแบบนี้เงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ ต้องทำเอง

ไชยชนก ชิดชอบ
ไฮไลต์ตอนท้ายในโพสต์ของ “ไอซ์-รักชนก” ฝากถึงขบวนการผลาญงบประมาณแผ่นดินว่า เสวยสุขกันให้พอ เพราะถ้า ฟ้าเปลี่ยนสีเมื่อไหร่ มีคนได้นอนตะรางแน่ๆ แถมยังขอพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แช่งเน้นๆ ให้คนทุจริตคอร์รัปชัน “ขอให้ไม่ตุยดี!”

อุ๊ยแรงงงงง! แช่งเบอร์ใหญ่ขนาดนี้ ปลัดฯดีอี ที่เคยบอกว่า ‘ส่อทุจริตจะยกเลิก’ จะว่ายังไง? แล้วรัฐมนตรีติ๊กต๊อก จะยังนิ่งดูดายอยู่ได้ไหม?

งานนี้คงไม่จบง่ายๆ ลองได้เปิดโปงขนาดนี้ต้องมีขยี้ซ้ำตามมา โปรดติดตามกันต่อไป!

ธีระพงศ์ ช่วยชู
++ “มท.หนู” เล่นลิเก โยกย้าย ผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯภูเก็ต

หลังจาก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ออกอาการ “เกรี้ยวกราด” ระหว่างการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการระดับสูง ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ เมื่อเช้าวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ถามหา “รองฯซีฟู้ด” รองผู้ว่าฯภูเก็ต ที่มีข่าวในโซเชียลฯ ว่าจะสั่งย้าย ผู้ว่าฯภูเก็ต... ว่าใหญ่มาจากไหน จะใหญ่กว่าผู้ว่าฯ ใหญ่กว่าปลัด รองปลัด อธิบดี หรือ?!

รู้ไหมว่า “ผู้ว่าฯภูเก็ต” นั้นเคยเป็นอธิบดีกรมการปกครองมาก่อน จะมีใครย้ายท่านได้ ยกเว้นผม ก็ให้มันรู้ไป เราจะได้รู้ว่ากระทรวงนี้มันไม่ไหวแล้ว...!!

ไม่รู้จะเรียกว่า “ออกงิ้ว” หรือ “เล่นลิเก” แต่ “อนุทิน” แสดงออกชัดว่า ปกป้องผู้ว่าฯภูเก็ต และไม่พอใจ รองผู้ว่าฯซีฟู้ด

จากนั้นก็สั่งให้ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย จัดการเคลียร์เรื่องนี้ให้เสร็จ ก่อนที่ตนเองจะเดินทางไปรัสเซีย (บ่ายวันที่16 มิ.ย.)

ไม่ทันข้ามวัน ตกเย็นวันเดียวกันนั้น ก็มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย สั่งย้ายรองผู้ว่าฯ 5 ราย แบบมีผลทันที ในจำนวนนั้น เป็นรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต 2 ราย คือ

อดุลย์ ชูทอง
ย้าย “ธีระพงศ์ ช่วยชู” รองผู้ว่าฯภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช, ย้าย“อดุลย์ ชูทอง” รองผู้ว่าฯภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯสงขลา

บังเอิญรองผู้ว่าฯภูเก็ตทั้งสองคนนี้ ต่างก็มีชื่อเล่นว่า “กุ้ง” เลยกลายเป็นว่ามี “รองฯซีฟู้ด” ถึง 2 คนที่ถูกเด้ง!

ส่วนอีก 3 คน ให้ “นางวจิราพร อมาตยกุล” รองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช ไปเป็นรองผู้ว่าฯสมุทรสาคร , “ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์” รองผู้ว่าฯสมุทรสาคร ไปเป็นรองผู้ว่าฯภูเก็ต , รอมดอน หะยีอาแว” รองผู้ว่าฯสงขลา ไปเป็นรองผู้ว่าฯภูเก็ต

และวันรุ่งขึ้น 16 มิ.ย. ก็มีคำสั่งย้าย “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” หรือ “ผู้ว่าฯเซมเบ้” ผู้ว่าฯภูเก็ต ไปเป็น รองปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วส่ง “โชตินรินทร์ เกิดสม” รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ไปเป็นผู้ว่าฯภูเก็ต แทน

“อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ชงเรื่องโยกย้าย ยอมรับว่า นอกจากปัญหาระหว่างบุคคลแล้ว ก็เรื่องแก้ปัญหาในพื้นที่ไม่ลุล่วง ก็มีส่วนด้วย

...เหมือนเราใส่รองเท้า และมีเม็ดทรายเข้าไปอยู่ในรองเท้า มีความลำบากที่จะแก้ไขมัน ก็ต้องถอดรองเท้าออกมา เพื่อที่จะได้สวมเข้าไปใหม่ เอาคนใหม่เข้าไปทำหน้าที่ เพราะคนเก่า รู้ปัญหา แต่ไม่สามารถคลี่คลายปัญหาได้สักที !

ขณะที่ “อนุทิน” บอกว่าการย้ายผู้ว่าฯภูเก็ตนั้น ทางปลัดกระทรวงฯ เป็นผู้เสนอมา เพื่อประสิทธิภาพของการทำงานเพราะภูเก็ตมีปัญหาหลายเรื่อง ตนเองเคยลงไปดำเนินการ 2-3 วัน ก็ยังไม่ดีขึ้น และพอมีอะไรขึ้นมาก็มีการแฉนั่น แฉนี่ แฉนู่น มันทำงานกันไม่ได้หรอกแบบนี้...

นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร
“อนุทิน” ยังบอกว่า การย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต เป็นการย้ายมาในตำแหน่งที่ดีขึ้น คือมาเป็นรองปลัดกระทรวงฯ

แต่ขอโทษเถอะ! คนในมหาดไทย มองว่า นั่นมันเป็นการ “ย้ายเข้ากรุ” ชัดๆ

ต่างจาก 2 รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ที่ดูเหมือนถูกลงโทษ แต่ได้ย้ายไปเป็นรองผู้ว่าฯในจังหวัดที่ใหญ่ขึ้น

คราวนี้ หากย้อยไปดู เส้นทางของ “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” ซึ่งก่อนหน้านี้ เป็นอธิบดีกรมการปกครอง เพิ่งถูกย้ายมาเป็นผู้ว่าฯภูเก็ต ในช่วงการโยกย้ายใหญ่ก่อนการเลือกตั้งนี่เอง โดยมีคำสั่งในเดือนตุลาคม 68 แต่ไปปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.68
ส่วนคนที่ มาเป็นอธิบดีกรมการปกครองแทน ก็คือ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” สายตรงจากบุรีรัมย์ ที่ตกเป็นข่าวไลน์หลุด สั่งปลัดจังหวัด “ช่วยน้ำเงินด้วย” นั่นแหละ

จะว่าไปแล้ว “นิรัตน์” เพิ่งย้ายไปเป็นผู้ว่าฯภูเก็ต ไม่ถึงปี แล้วไปแบบแค่ต้องการให้พ้นตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองเท่านั้น จะให้ไปจัดการปัญหาในพื้นที่เศรษฐกิจ อย่าง จ.ภูเก็ต ที่มีทั้งเรื่องอิทธิพลท้องถิ่น ข้าราชการ ปัญหานอมินี ต่างชาติ การบุกรุกที่ป่า ชายหาด และสารพัดเรื่อง ให้เรียบร้อยโดยพลันคงเป็นเรื่องยาก

ยิ่งถ้าเปรียบเทียบกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่เป็น รมว.มหาดไทย ควบรองนายกฯ มาตั้งแต่หลังเลือกตั้งปี 2566 นับถึงตอนนี้ก็ประมาณเกือบ 3 ปีแล้ว แถมตอนนี้ยังควบตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” อีกต่างหาก

แต่ปัญหาเรื่องมาเฟีย เรื่องเทาๆ ก็ไม่ได้คลี่คลายลงไปเลย ไม่ว่าเป็นที่ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีปัญหาคล้ายๆกัน...จะเรียกว่า “ล้มเหลว” ก็ไม่ผิดไปจากความจริง

แล้วอย่างนี้ “อนุทิน” สมควรพิจารณาตัวเองได้หรือยัง?!