ครม.เห็นชอบตั้งคณะฝ่ายไทยเจรจาเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชาตามกลไก UNCLOS “สีหศักดิ์” หัวหน้าคณะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต เป็นรองฯ พร้อมตั้ง 2 ตัวแทนในคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ เป็นอดีตประธาน ITLOS ชาวเยอรมัน และ แอฟริกาใต้
วันนี้ (16 มิ.ย.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งตนเป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และแต่งตั้ง นายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต เป็นรองหัวหน้าคณะ เพื่อเข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เพื่อแก้ข้อพิพาททางทะเลกับกัมพูชา
นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการประนอมฝ่ายไทยเพิ่มเติมอีก 2 คน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากประเทศแอฟริกาใต้และเยอรมนี โดย นายสีหศักดิ์ ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้คัดเลือกบุคคลทั้งสองอย่างรอบคอบ เนื่องจากต่างเคยดำรงตำแหน่งประธานศาลทะเลระหว่างประเทศ (ITLOS) และได้รับการยอมรับในระดับสากล มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านกฎหมายทะเลเป็นอย่างดี
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อฝ่ายไทยและกัมพูชา มีคณะผู้ประนอมฝ่ายละ 2 คนครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ การคัดเลือกบุคคลที่ 5 เพื่อทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการประนอมร่วมกัน โดยกระบวนการดังกล่าวจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ก่อนเริ่มการหารืออย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า คณะกรรมาธิการประนอมไม่ใช่ศาล และไม่มีอำนาจตัดสินชี้ขาด แต่มีหน้าที่เสนอแนวทาง หรือข้อเสนอแนะเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาระหว่างคู่กรณี ซึ่งท้ายที่สุดฝ่ายไทยและกัมพูชายังต้องเจรจากันต่อไป
สำหรับกรอบการหารือ ฝ่ายไทยเห็นว่าควรจำกัดอยู่ในประเด็นการกำหนดเขตแดนทางทะเลและเขตไหล่ทวีปเป็นลำดับแรก เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเล ขณะที่กรณีที่ฝ่ายกัมพูชาต้องการให้มีการหารือเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วม (Joint Development Area) นั้น นายสีหศักดิ์ เห็นว่า ไม่ควรนำมาพิจารณาในชั้นต้น แต่ควรมุ่งเน้นการกำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจนเสียก่อน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากไทยและกัมพูชามีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับข้อเสนอในการเจรจา จะมีผู้ใดเป็นผู้ชี้ขาด นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการประนอมที่จะพิจารณาประเด็นดังกล่าว โดยย้ำว่า ควรให้ความสำคัญกับการกำหนดเขตแดนทางทะเลให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจนที่สุด ก่อนพิจารณาว่าพื้นที่ใดเป็นเขตทับซ้อนมากน้อยเพียงใด และจึงค่อยหารือถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่ใต้ทะเลร่วมกันในอนาคต
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ตัวแทนฝ่ายไทยในคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.รือดิเกอร์ โวล์ฟรุม (Professor Dr. Rüdiger Wolfrum) นักกฎหมายระหว่างประเทศชาวเยอรมัน และ นายอัลเบิร์ต ฮอฟฟ์แมน (Judge Albert Hoffmann) ผู้พิพากษาและอดีตประธานศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ ชาวแอฟริกาใต้
ศ.ดร.รือดิเกอร์ เป็นนักกฎหมายระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงกฎหมายทะเล เคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ (ITLOS) ตั้งแต่ปี 1996-2017 และเคยเป็นประธานศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศในช่วงปี 2005-2008
นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในผู้ที่มีส่วนร่วมตั้งแต่ช่วงการเจรจาจัดทำอนุสัญญา UNCLOS ฉบับที่ 3 ระหว่างปี 1980-1982 นำไปสู่การถือกำเนิดของ UNCLOS ที่ประเทศต่างๆ ใช้เป็นกติกากลางในการเรื่องเขตแดนทางทะเลมาจนถึงปัจจุบัน
ศ.ดร.รือดิเกอร์ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเกี่ยวกับ มาตรา 298 ของ UNCLOS ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการประนอมภาคบังคับ กลไกที่ไทยและกัมพูชากำลังเข้าสู่กระบวนการในขณะนี้
ส่วน นายอัลเบิร์ต ฮอฟฟ์แมน เป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญในวงการกฎหมายทะเลโลก เคยดำรงตำแหน่งประธานศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศในช่วงปี 2020-2023 และเป็นผู้พิพากษาศาลดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2005 อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งประธาน Seabed Disputes Chamber ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่พิจารณาข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพยากรใต้พื้นทะเลโดยเฉพาะ ก่อนเข้าสู่ตำแหน่งผู้พิพากษา ฮอฟฟ์แมน เคยเป็นที่ปรึกษากฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศแอฟริกาใต้ และมีประสบการณ์ด้านการเจรจาระหว่างประเทศจำนวนมาก


