สส.ส้ม สับเดือด! ซัด “อนุทิน” เด้งผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต แค่ละครตบตา-วัดพลังภายใน จี้เลิกวัฒนธรรมย้ายหนีปัญหาไปนครศรีฯ เผย “รองซีฟู้ด” เส้นใหญ่รับผลประโยชน์ตั้งแต่ปี 66 ไล่บี้ ถอนรากถอนโคน อย่าเกรงใจเอเยนซีใหญ่ เตรียมลากเข้าสภา สอบพ่วงแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ต่อ สัปดาห์นี้
วันนี้ (16 มิ.ย.) ที่พรรคประชาชน นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ กล่าวถึงการเด้งรองผู้ว่าฯ และผู้ว่าฯ จ.ภูเก็ต หลังมีแชตหลุด ว่า วัฒนธรรมที่เจอปัญหาและสั่งย้าย เกิดคำถามว่าย้ายแล้วไปยังไงต่อ เพราะรองซีฟู้ดที่ว่าย้ายจากภูเก็ตไปนครศรีธรรมราช ที่เป็นจังหวัดบ้านเกิด ไม่เห็นจะเป็นบทลงโทษเลย และ รู้สึกผิดหวังที่คนเป็นนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำไมถึงเพิ่งทราบเรื่องนี้ เพราะคนในพื้นที่ทราบมานานแล้ว ซึ่งในวันที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต สส.พรรคประชาชน เข้าไปยื่นซองสีน้ำตาลเพื่อที่จะยื่นเรื่องร้องเรียนให้กับนายกรัฐมนตรี แต่กลับบอกให้ออกไป จึงคิดว่าความจริงใจในการรับฟังปัญหาไม่มีตั้งแต่แรก และไม่แน่ใจว่าการเด้งรองผู้ว่าฯ เป็นการวัดพลังกันภายในหรือไม่
“รองซีฟู้ดยิ่งใหญ่มานานแล้ว เส้นสายไม่ธรรมดา ดิฉันมีข้อมูลหลักฐานที่พอจะยืนยันได้ เกี่ยวกับเรื่องราวการรับผลประโยชน์มีมาตั้งแต่ปี 2566 แต่ทำไมนายกรัฐมนตรีเพิ่งมาเด้งวัฒนธรรมการจัดการปัญหาแบบนี้ เลิกได้เลิกถ้าคิดว่าเอาจริง ต้องมีบทลงโทษที่สำคัญกว่านี้ เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องแรก” นางสาวภคมน กล่าว
นางสาวภคมน ยังกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ก็มีเรื่องแชตไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ตอนนี้เอาเข้ากรรมาธิการพัฒนาการเมือง และ ได้เชิญอธิบดีกรมการปกครองเข้ามาชี้แจงและได้รับการยืนยันว่ายังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบเรื่องนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ข่าวไป แล้วประชาชนจะคาดหวังอะไรได้กับการจัดการของ มท.1
“เรื่องนี้แค่เด้งไปแล้วยังไงต่อ ศักดิ์ศรี ยศการทำงานของท่าน ก็ยังเหมือนเดิม แค่ย้ายที่เท่านั้นเอง จากจังหวัดที่เป็นเศรษฐกิจย้ายมานครศรีธรรมราช อาจจะไม่ฟุ้งซ่านเหมือนเดิม แต่เชื่อหรือว่าคนที่ยิ่งใหญ่มานาน จะไม่มีเส้นสายไม่มีมือไม้ในพื้นที่ ถ้าจะเอากันจริงๆ กวาดล้างกันให้หมดถอนรากถอนโคน ให้หมดไม่ต้องไว้หน้าใครทั้งนั้น วันนี้ไม่แน่ใจว่านายกรัฐมนตรี เกรงใจเอเยนซี คนใดหรือไม่ ที่เป็นเอเยนซีใหญ่สำคัญของรองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด รวมถึงอธิบดีกรมการปกครองนฤชา วันนี้ถ้าจะเอากันให้ชัดกระทรวงมหาดไทย ไม่มีใครยิ่งใหญ่เท่ากับท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ดิฉันให้กำลังใจแต่ท่านก็ต้องทำให้ประชาชนเห็นเหมือนกัน ว่าคนที่ใหญ่ที่สุดคือท่าน” นางสาวภคมน กล่าว
นางสาวภคมน ยังกล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้มีประโยคหนึ่งที่บอกว่า “เป็นรองผู้ว่าฯ จะมีอำนาจอะไรสั่งย้ายผู้ว่าฯ” แล้ววันนี้ก็เกิดการย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะมีใครหยามท่านหรือไม่ วันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เลยถูกเด้งก็เป็นการยืนยันว่า คนที่ใหญ่ที่สุดคือใคร กลายเป็นละครตรงตามประชาชนเยอะแยะมากมาย
เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงเหตุผลการย้ายข้าราชการล็อตใหญ่ที่จังหวัดภูเก็ต นายกรัฐมนตรี ก็โยนให้ไปถามปลัดกระทรวงมหาดไทย แค่คำตอบของการโยกย้าย ยังไม่ชี้แจงให้กับประชาชนทราบ วันนี้ประชาชนไม่มีใครเชื่อ ว่า การเด้งผู้ว่าฯ เด้งรองผู้ว่าฯ เป็นการแก้ปัญหาในการกวาดล้างมาเฟีย
“สิ่งเหล่านี้เป็นแค่การวัดพลังกันเป็นแค่ละครตบตาประชาชน เท่านั้น ดิฉันไม่ได้ดูถูกแทนใคร แต่ถ้าจะเอากันให้ชัดชี้แจงมาเลยว่าความผิดมีสถานไหนบ้าง ใครเกี่ยวข้องบ้าง แล้วใครอยู่เบื้องหลังบ้าง อยากให้มันชัดเจนประชาชนทั้งประเทศก็จะได้ประโยชน์เช่นกัน” นางสาวภคมน กล่าว
นางสาวภคมน ยังกล่าวต่อว่า หลังจากเด้งแล้ว เรื่องก็จะจบ ปัญหาเกิดที่ภูเก็ตเด้งไปนครศรีธรรมราชก็จบแล้ว ทั้งๆ ที่ตัวคนที่เด้งนั่นแหละคือตัวปัญหา ถ้าจะแก้ปัญหากันแบบนี้ ก็ต้องไล่แก้กันทั้ง 77 จังหวัด วันนี้ข้าราชการกรมการปกครอง มีข้าราชการน้ำดีจำนวนไม่น้อย วันนี้พวกเขาเสียขวัญและกำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาอย่างมาก อย่าทำให้ข้าราชการแค่ไม่กี่คน กับการตัดสินใจแก้ปัญหาของ มท.1 ในแบบที่ไม่เด็ดขาดจริง ทำให้ข้าราชการที่มุ่งมั่นทำงาน เสียขวัญและกำลังใจ วันนี้ต้องเป็นหลักให้ได้ ต้องดูแลข้าราชการที่มีความจริงใจ ที่ตอบแทนประชาชนจริงๆ ให้ได้
“วันนี้อย่าทำแค่การเด้งไปนู่นไปเด้งไปนี่ นี่คือ การลงโทษแล้วไม่มีใครเชื่อ วัฒนธรรมแบบนี้เลิกได้เลิกถ้าจะเอากันจริงๆ ถอนรากถอนโคนบอกประชาชนไปเลย ว่าผิดอะไรใครอยู่เบื้องหลัง สาวกันมาให้หมด ถ้านายกรัฐมนตรีจริงใจกับประชาชนจริงเอากันให้ชัด” นาวสาวภคมน กล่าว
เมื่อถามว่า ฝั่งกรรมาธิการที่มีประธานเป็นพรรคภูมิใจไทยก็เด้งรับเรื่องนี้จะลงพื้นที่ไปที่ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามปัญหา นางสาวภคมน กล่าวว่า เขาเด้งแล้วจะไปทำไม ในวันที่ สส.พรรคประชาชน เอาเอกสารไปยื่นขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพียง 10 นาที คณะรัฐมนตรีวันนั้นไม่มีเวลาให้เลย วันนี้พอนายกรัฐมนตรีในฐานะ มท.1 เล่นใหญ่ ก็ลงไปทำหน้าที่ ตอบรับกันอย่างเป็นระบบ ตนก็มองว่าก็เป็นหน้าที่ที่ต้องตอบรับให้เป็นระบบให้ดูเป็นทีมแต่สุดท้ายประชาชนคาดหวังอะไรไม่ได้ เพราะจะลงไปทำเรื่องที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว แล้วจะลงไปแก้ปัญหาหลังจากนั้นมันไม่ได้ ตนไม่ได้ดูถูกประธานกรรมาธิการ ไม่ได้ดูหมิ่นการทำงานของกรรมาธิการท่านใด แต่ถ้าจะเอาจริงต้องสืบกันให้ลึก ปัญหานี้ถ้าภูเก็ตจบแล้วไปเกิดที่สงขลา นครศรีธรรมราช อีกแล้วยังไงต่อ ก็จะเด้งต่อไปเรื่อยๆ มันไม่จบ สิ่งที่ประชาชนคาดหวังและจับตาดูคือการจัดการ อย่างจริงจังถ้าจัดการมาเฟียภูเก็ตจบ แล้วคิดว่าทุกอย่างจบส่งไปนครศรีธรรมราชแล้ว จะไม่มีมาเฟียใหม่งอกออกมา ตนเชื่อว่า มท.1 ทราบเรื่องนี้ดี แต่การแก้ปัญหา อาจจะต้องกล้าหาญกว่านี้ ต้องสาวให้ถึงต้นตอ สาวให้ถึงไส้จริงๆ ว่า ใครที่ทำให้ข้าราชการเหล่านี้ยิ่งใหญ่ ไม่กลัวใครทั้งสิ้น แม้กระทั่ง มท.1 ก็ยังเพิ่งจะรู้เรื่องนี้
เมื่อถามว่า จะนำเรื่องนี้เข้ากรรมาธิการดำเนินการต่ออย่างไร นางสาวภคมน กล่าวว่า เรื่องนี้น่าจะมีหลายกรรมาธิการที่จะซักถาม หรือแม้กระทั่งถามในที่ประชุมสภา นายกรัฐมนตรีต้องมีคำตอบ เราไม่ได้พอใจแค่การเด้ง ไม่ใช่พอใจแค่การโยกย้ายข้าราชการ แต่สิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามคือเกิดอะไรขึ้น ผลประโยชน์ที่รองซีฟู้ดได้ ผลประโยชน์ที่คนนั้นคนนี้ในจังหวัดภูเก็ตได้ แล้วหาว่าเขามีความผิด ในการรับผลประโยชน์ผลประโยชน์อะไรเกี่ยวข้อง กับใครบ้าง นี่คือ สาระสำคัญไม่ใช่แค่มีความผิดแล้วลงโทษ ย้ายไปตรงนั้นตรงนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้นตอของปัญหายังไม่ ถูกแก้ไขก็จะเด้งไปเรื่อยๆ เด้งทั้ง 77 จังหวัด
นางสาวภคมน ยังกล่าวต่อว่า ในอาทิตย์นี้ กรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ยังคงหาข้อเท็จจริงเรื่องแชต “ช่วยน้ำเงินด้วยต่อ” ครั้งที่แล้วอธิบดีนฤชาไม่ได้มาส่งรองอธิบดีมา และอาทิตย์นี้มีการเชิญปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมถึง มท.1 ตนก็คิดว่าไม่ได้มาเอง แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะส่งตัวแทนมา เพราะรองอธิบดีตอบอะไรไม่ได้เลย ให้คำตอบอะไรไม่ได้เลยสิ่งเดียวที่รู้ คือ ขณะนี้ยังไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบ อธิบดีนฤชา อธิบดีนฤชาก็ยังคงทำงานลอยหน้าลอยตาอยู่เหมือนเดิม โดยที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย นอกจากนี้ ยังมีการเชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาด้วย ก็จะได้ถามว่าการแทรกแซงเจ้าหน้าที่รัฐในการเลือกตั้งแบบนี้มีความผิดหรือไม่ กกต.มีความคิดเห็นอย่างไร
“แล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านน่าจะมีความรับผิดรับผิดชอบ อย่าปกป้องศักดิ์ศรีแค่ตัวท่านเองแต่ต้องปกป้องประชาชน ปกป้องความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศบ้าง วันนี้มองไปทางไหนในคณะรัฐมนตรี ประชาชนมีความภูมิใจอะไรบ้าง หันไปทางนั้นก็ AI Passport หันไปทางนี้ก็เรื่องผลประโยชน์ข้าราชการ ถ้าจะเอากันแบบนี้จริงๆ ดิฉันคิดว่าระยะการเมืองไม่ยาว แก้ให้เป็นเรื่องๆ ให้โปร่งใสกันถึงที่สุด ให้ประชาชนเขารับทราบและสบายใจ ว่า ขณะนี้เขาอยู่ภายใต้การบริหารงาน ของรัฐบาลที่ตรงไปตรงมา และกล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างจริงๆ นี่คือ สิ่งที่ประชาชนคาดหวังแต่ท่านยังทำให้ไม่ได้เลย” นางสาวภคมน กล่าว


