นายกฯ มอบนโยบายส่วนราชการกระทรวงมหาดไทย น้อมนำพระราชปณิธาน “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” อุทิศตนเพื่อการยุติธรรม มาเป็นแนวทางการทำงาน บำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน กำชับปราบปรามทุจริต ปิดชื่อถือพฤติกรรม ถึงเวลาเจ้าหน้าที่ชัดเจน จับกุมผู้กระทำผิดเข้าคุก ลบความจำเสื่อม “คุณรู้ไหมผมเป็นใคร” เดินหน้ามหาดไทยทำทันที ปรามต่างชาติพฤติกรรมไม่เหมาะสม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมมอบนโยบายให้กับส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมประชุม นายอนุทิน กล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยจะน้อมนำพระราชปณิธาน ตลอดจนการอุทิศตนเพื่อการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน ประโยชน์ส่วนรวม มาเป็นแนวทางการทำงานเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนสืบไป
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงภารกิจสำคัญที่ผ่านมา เช่น การเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อขับเคลื่อนการเข้าร่วม OECD ของไทยในอนาคต ซึ่งมีความสำคัญกับไทย ทั้งในด้านการค้าการลงทุน การทำสัญญากับนานาชาติ กระทรวงมหาดไทยจึงต้องขับเคลื่อนนโยบาย 'มหาดไทยใสสะอาด' เพื่อยกระดับมาตรฐานต่าง ๆ ขึ้น ให้สอดคล้องกับการเข้าร่วม OECD และการจัดงาน 'ราชพัสตราสู่สากล' ซึ่งกระทรวงมหาดไทย สามารถใช้โอกาสนี้ในการสนับสนุนและส่งเสริมสินค้าผ้าไทยที่มีศักยภาพของแต่ละจังหวัด ให้ไปถึงระดับสากลได้ รวมทั้งได้เน้นย้ำสั่งการให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ดูแลองคาพยพในจังหวัดให้พร้อมทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตามนโยบาย 'มหาดไทย ทำ ทัน ที' (Action 5 Plus) ซึ่งครอบคลุมภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในทุกมิติ ได้แก่ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้/ แก้ไขปัญหาความมั่นคง/ ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด/ เพิ่มศักยภาพการป้องกันสาธารณภัย การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนและสมดุล ผลักดันนโยบาย 'ราชการโปร่งใส' และการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล พร้อมย้ำให้ทุกจังหวัด ให้ความสำคัญกับโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เนื่องจากเป็นโครงการที่ช่วยลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนโดยตรง รวมถึงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อผลักดันให้ประชาชนพ้นจากความยากจนภายใต้การบริหารจัดการของกระทรวงมหาดไทย
นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า ตนเองกำกับดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคง เนื่องจากไม่มีรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านนี้ ดังนั้น หากเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น กระทรวงมหาดไทย ต้องรับผิดชอบเพราะเป็นองคาพยพเดียวกันที่จะเข้าไปแก้ปัญหาเวลาเกิดเหตุการณ์ขึ้น พร้อมกันนี้ ยังกำชับด้านการปราบปรามให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง โดยยึดหลักปิดชื่อถือพฤติกรรม หากพบพฤติกรรมของข้าราชการซูเอี๋ย สมคบคิดกันทุจริต ขอให้ทุกคนปิดชื่อและเปิดเผยเมื่อสำนวนเสร็จแล้ว ซึ่งตนเองได้มอบนโยบายนี้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการทุจริตไปแล้ว พร้อมเปิดเผยว่า พฤติกรรมแบบนี้จะมีลักษณะความจำเสื่อมเมื่อถูกจับกุม จะสอบถามว่า คุณรู้ไหมผมเป็นใคร ดังนั้น ทุกคนจะต้องทำให้กลุ่มคนเหล่านี้หายจากสภาพความจำเสื่อม และให้ไปรำลึกได้ในคุก ย้ำว่าวันนี้ถึงเวลาที่จะต้องดำเนินการ หากขอความร่วมมือไม่ได้
นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงความสำคัญของนโยบายความมั่นคงทั้ง 9 ด้าน ของรัฐบาล โดยเฉพาะ การจัดการชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยเฉพาะ กรณีชาวต่างชาติขับจักรยานยนต์ชนแพทย์เสียชีวิต ในพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยยืนยันว่าในขณะที่ดำรงตำแหน่ง จะไม่ยอมให้คนต่างชาติมารังแกคนไทย และย้ำว่าหากมีเหตุอุกฉกรรจ์เช่นนี้ และชาวต่างชาติที่กระทำการดังกล่าว ยังได้รับการประกันตัว จะถือว่าผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ยังขาดความใส่ใจ และทำงานได้ไม่เต็มที่ และหากมีการสั่งการให้ติดตามในประเด็นใด ๆ ขอให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องชี้แจ้งมาโดยละเอียด เพื่อสร้างความกระจ่างให้กับสังคม และบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนอย่างเต็มที่


