กมธ.พัฒนาการเมือง เริ่มถกปมแชตหลุดช่วยน้ำเงินด้วย “ภคมน” ผิดหวังอธิบดีกรมการปกครอง ไม่มาเอง ส่งรองฯ มาแทน ชี้ ทุกคำตอบคือคำพูดของ “นฤชา-กรมฯ” จ่อทำหนังสือถึง “อนุทิน” ตั้ง คกก.สอบสวนคืบหน้าถึงไหนแล้ว ยันไม่ได้ทำตัวเป็นศาลเตี้ย แต่หวังเห็นภาพการเมืองดีขึ้น
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 มิถุนายน ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ.วาระพิจารณาข้อความแชตไลน์หลุดสั่งให้ช่วยน้ำเงินด้วย ของ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา
น.ส.ภคมน กล่าวว่า วันนี้ อธิบดีกรมการปกครอง ได้มอบหมายให้กับ นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง เข้ามาชี้แจงแทน ซึ่งตนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะเราเชิญตัวอธิบดี และอาจจะคาดหวังเยอะไปว่าหากอธิบดีอยากแก้ข้อครหาที่สังคมอาจจะตั้งคำถามว่าข้อความไลน์ที่บอกว่าช่วยน้ำเงินด้วย เป็นข้อความของท่านจริงหรือไม่ แต่ท่านกลับตัดสินใจไม่มาชี้แจงด้วยตัวเอง เราก็จะได้รู้กันว่ากรมการปกครองทำงานกันผ่านแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันไลน์ และไลน์สาธารณะที่ว่านั้นเป็นอย่างไร วันนี้ประชาชนจะได้ทราบว่านโยบายการสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาในช่วงเวลาการหาเสียงเลือกตั้ง เป็นเรื่องส่วนตัวของอธิบดีฯ หรือเป็นแนวปฏิบัติของกรมการปกครอง
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม วันนี้เราควรจะได้ทราบกันแล้วเพราะก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็บอกว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ดังนั้น คณะกรรมการที่ว่าจ่อตั้ง ตนก็อยากรู้ว่าตอนนี้ถึงไหนแล้ว ดำเนินการไปแล้วหรือมีข้อสรุปแล้วหรือไม่ เพราะวันนี้เหตุการณ์ต่างๆ มากมายในสังคมไทยก็ต่างที่จะจ่อตั้งคณะกรรมการ จึงอยากให้มันเกิดขึ้นจริงๆ สักที ตนในฐานะผู้แทนราษฎรไม่ได้อยากเห็นใครถูกลงโทษ หรือต้องการทำตัวเป็นศาลเตี้ย เพียงแค่วันนี้ความผิดปกติในสังคมไทย ควรได้รับความชัดเจนบ้าง
น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า ตนไม่อยากให้เจ้าหน้าที่หรืออธิบดีกรมการปกครองที่อาจจะวางตัวเป็นกลาง และทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมถูกตั้งคณะกรรมการสอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของกรมการปกครอง ไม่เช่นนั้นจะสรุปว่าสังคมไทยเวลาใครทำผิดอะไรก็จะผลัดกันเกาหลัง จนหลังแหกหมดแล้ว ดังนั้น วันนี้ในการประชุม กมธ.จะเป็นเวทีกลาง และจะใช้เวทีนี้ในการซักถาม สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“พวกเราหวังว่าทุกหน่วยงานจะให้ข้อมูลกับเราอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งวันนี้ไม่ได้อยากรู้ว่านายนฤชาเป็นคนอย่างไร หรือสั่งการให้ลูกน้องทำอะไรบ้าง แต่สิ่งที่นายนฤชาต้องทำให้เห็น ก็คือ กรมการปกครอง ไม่ได้มีแนวทางแบบอธิบดีคนเดียว เพราะต้องปกป้องผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ในกรมการปกครองทั่วประเทศ 76 จังหวัด ส่วนตัวเชื่อว่าข้าราชการทั้ง 76 จังหวัด เกิน 90% ทำงานด้วยความมุ่งมั่น และอยากเห็นประเทศนี้เดินไปข้างหน้าจริงๆ” น.ส.ภคมน กล่าว
เมื่อถามว่า วันนี้มีหน่วยงานใดที่ตอบรับเข้าชี้แจงบ้าง น.ส.ภคมน กล่าวว่า วันนี้มี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนเลขาธิการข้าราชการพลเรือน ตัวแทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน รองอธิบดีกรมการปกครอง เข้าร่วมประชุม ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหนังสือแจ้งมาว่าจะเข้าชี้แจงในวันที่ 18 มิถุนายน แทน เนื่องจากติดภารกิจสำคัญและด่วนมาก ซึ่งองค์กรอิสระเหล่านี้น่าจะต้องทำหน้าที่ตามบทบาททางกฎหมาย และต้องพิสูจน์ให้เห็นด้วยว่า ประชาชนคนไทยยังเชื่อในองค์กรอิสระ และองค์กรอิสระเองก็ยังมีความกล้าหาญ มีความเป็นธรรมเพียงพอที่จะกล้าตรวจสอบทุกฝ่ายหรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือรัฐไทย ที่จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าภาครัฐจะใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อให้กับฝ่ายการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ขอยืนยันอีกครั้งว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่ข้อขัดแย้งระหว่างปลัดจังหวัด หรือ นายนฤชา อธิบดีกรมการปกครอง แต่เป็นเรื่องของภาพใหญ่ที่เกี่ยวกับระบอบสีน้ำเงินที่เรายอมรับไม่ได้ที่กำลังคืบคลานแทรกแซงและขยายใหญ่ ซึ่งอยากให้ทุกคนที่อยู่ในข้อกล่าวหาและข้อครหาเหล่านี้ มีความละอายใจต่อสังคมมีความตรงไปตรงมา พวกเราเป็น สส.ฝ่ายค้านไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเวลาเกิดอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับศรัทธาการเมือง ประชาชนไม่ได้แบ่งว่าเป็นการตรวจสอบ สส.ฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน แต่เขาเบื่อนักการเมืองทั้งหมด ฉะนั้น วันนี้ต้องช่วยกันยกระดับการเมือง ให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นการเมือง” น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า การที่รองอธิบดีกรมการปกครองเข้ามาชี้แจงวันนี้ตนถือว่าทุกคำตอบของรองอธิบดีคือคำตอบของอธิบดี และเป็นคำตอบของกรมการปกครอง เพราะในเมื่อเราเชิญอธิบดีแต่กลับมีการมอบหมายรองอธิบดีมาตอบ ถือว่าเป็นการปัดความรับผิดชอบ และหลังจบการประชุมในวันนี้ ตนจะทำหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้แจ้งความคืบหน้าในการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่าปัจจุบันปัจจุบันนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า เรื่องนี้นายอนุทินได้ตั้งไว้สองคณะคณะกรรมการ โดยคณะกรรมการแรกคือกรณีย้ายปลัด จ.ภูเก็ต เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับส่วยสถานบันเทิง วันนี้เหลือเวลาอีก 9 วันแล้ว ที่จะครบกรอบระยะเวลาว่าคณะกรรมการจะพิจารณาอย่างไร ส่วนคณะกรรมการที่สองที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าจ่อตั้งหากนายนฤชาบอกว่า มีคำสั่งตามแชตไลน์ให้ช่วยน้ำเงินด้วย ก็จะต้องมีการสอบนายนฤชา ซึ่งผ่านมาแล้วกว่าสองสัปดาห์ที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะตั้ง
“ฉะนั้น จึงจะต้องทำหนังสือไปถามและให้นายกรัฐมนตรีโปรดเมตตาแจ้งความคืบหน้าว่าขณะนี้พิจารณาไปถึงไหนแล้ว ซึ่งการประชุมของเราจะต้องมีข้อยุติ เพราะยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ต้องมีข้อสรุป” น.ส.ภคมน กล่าว


