xs
xsm
sm
md
lg

“ไอซ์” จวกงานฟังความเห็น TH-AI Passport แค่เวทีฟอกขาว เรียก “ไชยชนก” แจง กมธ.สัปดาห์หน้า ขู่ถ้ายังลุยไฟต่อเจอ ป.ป.ช.แน่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“รักชนก” อัดยับงานรับฟังความเห็น “TH-AI Passport” แค่เวทีฟอกขาว แฉ TOR ล็อกสเปกจอบิลบอร์ดเอื้อพวกพ้อง จ่อจับมือ กมธ.กฎหมาย เรียก “ไชยชนก” แจงสัปดาห์หน้า ขู่ถ้ายังเดินหน้าลุยไฟ เจอยื่น ป.ป.ช.แน่

วันนี้ (11 มิ.ย.) เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้สัมภาษณ์แล้วว่า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรใน TOR ได้ ตนก็งงเหมือนประชาชน ว่า ในเมื่อเปลี่ยนแปลงอะไรใน TOR ไม่ได้ ทำไมจึงต้องรับฟังความเห็นและการรับฟังความเห็นควรจะเกิดก่อนที่โครงการจะตั้งลำ ตนเข้าใจว่า มีการจ่ายเงินงวดแรกแล้ว แต่เพิ่งมารับฟังความเห็น ตนจึงขอตั้งข้อสังเกต ว่า งานที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากคนในแวดวงไอที ผู้เชี่ยวชาญที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือประชาชน แต่งานนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นการฟอกขาวโครงการ คงจะมีการเชิญอินฟลูเอนเซอร์หรือชาวไอทีทั้งหลาย เข้ามารับฟังความคิดเห็น และตนเข้าใจว่าจะมีบริษัทระดับโลกที่เป็นเจ้าของโมเดล AI ด้วย

“เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่เชิญมา ท่านก็คงได้วิจารณ์นิดๆ หน่อยๆ และเขาก็จะบอกว่าจะเอาสิ่งนี้ไปปรับปรุง แต่อย่างที่ท่านปลัดได้ยืนยันแล้วว่า สุดท้ายไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สุดท้ายเขาจะเอาทุกๆ ความเห็นไปบอกว่าได้มีการปรับปรุง หรือเปลี่ยนแนวทางที่ดีขึ้นแล้ว จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อแล้วยิ่งมีบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกไปร่วมงาน ก็เหมือนกับเป็นการสร้างความชอบธรรมกับการเดินหน้าโครงการนี้ ว่า นี่ไงคุณเห็นหรือไม่ ว่า บริษัทระดับโลกยังมาร่วมงานและพูดถึงอนาคตของ AI พูดถึงเรื่องความคุ้มค่าและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ดิฉันอยากให้ทุกคนตั้งสติ สิ่งที่ดิฉันพูดมาตลอดคือ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี หรือปลัดกระทรวงพยายามจะดึงไปพูดถึงความคุ้มค่า แต่สิ่งที่พวกเราตั้งข้อสังเกต เพราะเราทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่า AI เป็นอนาคตของประเทศ แต่ประเด็นของโครงการนี้คือคุณล็อกสเปกโครงการทำไม ถ้ามีใครสักคนที่มีความกล้าหาญ ดิฉันก็อยากจะให้ถามท่านรัฐมนตรี หรือท่านปลัดในงานไปเลยว่า คุณล็อกสเปกโครงการทำไม” น.ส.รักชนก กล่าว

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า โครงการเป็นโครงการ AI แต่ในรายละเอียดของ TOR ในส่วนประชาสัมพันธ์กลับล็อกสเปกอย่างละเอียด ว่า ต้องเป็นบริษัทที่มีจอดิจิทัลหรือจอบิลบอร์ดทั่วประเทศ อยู่ในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ซึ่งมันก็มีอยู่ไม่กี่เจ้านับสองนิ้วก็ไม่เกิน ดังนั้นตนตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ตั้งใจล็อกสเปกมาตั้งแต่เริ่ม

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ ตนเพิ่งเปิดข้อมูลไป โดยการนำโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท มาเทียบกับโครงการเนชั่นแนล เครดิตแบงก์ ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้ช่วงรัฐมนตรีเป็นคนพรรคภูมิใจไทย ที่เกิดขึ้นในสมัย นางศุภมาส อิศรภักดี หากไปดูแล้วจะงงเลยว่า TOR ในส่วนประชาสัมพันธ์แทบจะคัดลอกวางเปลี่ยนแค่หน่วยเท่านั้น จากคำว่า จอ เป็นคำว่า จุด ตนจึงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงลงรายละเอียดประชาสัมพันธ์ลึกขนาดนั้น ล็อกเอาไว้ถึง 3 ชั้น แล้วโครงการของกระทรวงอุดมศึกษาฯ เป็นคนละรูปแบบ ท่านก็ล็อกสเปกเอาไว้ใน TOR แบบเดียวกัน เราเลยไม่ได้มานั่งพูดกันเรื่องความคุ้มค่า จึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นความพยายามการที่ทำโครงการภาครัฐออกมาแล้วใส่บางส่วนไว้ใน TOR เพื่อล็อกมงคนที่มีโอกาสจะได้โครงการ

เมื่อถามว่า หลังจากนี้ จะทำอย่างไรต่อ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนคิดว่า เราตั้งเป้าหมายสูงที่สุดไว้ก่อน เราอยากที่จะประหยัดเงินให้กับประเทศนี้ 1,600 ล้านบาท แต่ถ้า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเดินหน้าลุยไฟ ตนก็คิดว่าถ้าประเทศนี้ต้องเสียเงินไป 1,600 ล้านบาท จริงๆ นายไชยชนก ก็ต้องจ่ายในราคาที่มากที่สุดด้วยความน่าเชื่อถือของท่าน

เมื่อถามว่า บริษัทที่เข้าข่ายล็อกสเปกมีกี่บริษัท น.ส.รักชนก กล่าวว่า ถ้าดูในโครงการโครงการเนชั่นแนล เครดิตแบงก์ จริงๆ มีโครงการในแพกเกจนี้ที่มีชื่อคล้ายกันแบบนี้ อยู่ในจักรวาลนี้อีก เดี๋ยวเราจะเปิดต่อ ซึ่งโครงการเนชั่นแนล เครดิตแบงก์ ถ้าเราไปดูในรายละเอียดจะพบว่าต้องประชาสัมพันธ์ผ่านจอที่สนามบินสุวรรณภูมิ ผ่านทางเข้าทางออก ตนจึงตั้งคำถามว่าทำไมจึงต้องประชาสัมพันธ์โครงการที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งที่เป็นโครงการนักศึกษา

“นักศึกษาจะไปเที่ยว แล้วเห็นโฆษณาจะมาเข้าร่วมโครงการหรืออย่างไร หรือท่านต้องการประชาสัมพันธ์ให้กับชาวต่างชาติ ให้สนใจจะได้มาเป็นนักศึกษาประเทศไทยหรืออย่างไร ถ้าไปเปิดดูอาจจะใช้ AI หาก็ได้ จะพบว่าบริษัทที่เป็นเจ้าของจอโฆษณาทั้งหมดในสนามบินสุวรรณภูมิเป็นบริษัทอะไร แล้วท่านอาจจะไปไล่ชื่อบริษัทร่วมค้า ท่านอาจจะเห็นชื่อที่มีส่วนทับซ้อนกันแน่นอน”

เมื่อถามว่า น.ส.รักชนก เคยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แนะนำบริษัท แพลน บี มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าประชาชนสามารถคิดวิเคราะห์แยกแยะได้ ส่วนที่ นายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาระบุว่า TOR สามารถขอคู่สัญญาแก้ไขได้ สัญญามันยกเลิกได้ เพราะ TOR ก็เปิดช่องให้กระทรวงดิจิทัลสามารถยกเลิกโครงการได้ถ้ากระทบกับประโยชน์สาธารณะ ตนคิดว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ที่พวกเราทำงานอย่างเข้มข้นชี้ให้เห็นว่าปัญหาของโครงการนี้คืออะไร ถือว่าเข้าเงื่อนไขที่จะขอยกเลิกสัญญาได้แล้ว

เมื่อถามว่า หากขยายสัญญาให้กว้างขึ้น บริษัทขนาดกลางที่สามารถมารับงานต่อจะมีกี่บริษัท น.ส.รักชนก กล่าวว่า มีกี่บริษัทไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญ คือ ต้องเปิดให้มีการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ การที่ทำแบบนี้เป็นขบวนการการขโมยอนาคตของคนทั้งวงการไอที แทนที่ทุกคนจะได้แข่งขันอย่างตรงไปตรงมาเอาของที่ดีที่สุดมานำเสนอประชาชน แต่การที่คุณล็อกผู้ชนะไว้ให้กับคนในเครือข่ายของคุณ มันเป็นการขโมยความฝันและอนาคตของทุกคนในแวดวงไอที ทำให้อุตสาหกรรมนี้ไม่สามารถเติบโตได้เพราะคุณแปะป้ายเอาไว้ว่าใครคือผู้ชนะ

เมื่อถามว่า จะมีการยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือไม่ น.ส.รัชนก กล่าวว่า เมื่อไหร่ที่มีการเริ่มลงทะเบียน นั่นก็เป็นกำหนดการที่จะไปยื่น ป.ป.ช. ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า (18 มิ.ย.) กรรมาธิการของตน จะประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะพิจารณาเรื่องนี้ โดยเชิญ นายไชยชนก, ปลัดกระทรวง, คณะยกร่าง TOR, ป.ป.ช. และ สตง. มาร่วมประชุมด้วย หากไม่มาจะใช้อำนาจเรียกหรือไม่นั้น คงจะพิจารณาว่าการประชุมนั้นมีประโยชน์หรือไม่

“ขอเชิญท่านรัฐมนตรี มาที่กรรมาธิการเพื่อให้เกียรติสภาและประชาชน ในการแสดงความจริงใจ” น.ส.รักชนก กล่าว