xs
xsm
sm
md
lg

"หนู" เข้าสูตรโกยแน่บ...ทิ้ง "โจ-โบว์" เฝ้าโรงลิเก เจอ "สนธิ" สับลากไส้ "ไอโอ" สีน้ำเงินวงแตก! ** จาก“ศักดิ์สยาม” มาถึง “พิพัฒน์-ไชยชนก” เบื้องหลัง “มาเฟียแอปฯเรียกรถ” ผยองเดช!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


มณฑานี ตันติสุข - นัฏฐา มหัทธนา - ทองเจือ ชาติกิจเจริญ
ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ "หนู" เข้าสูตรโกยแน่บ...ทิ้ง "โจ-โบว์" เฝ้าโรงลิเก เจอ "สนธิ" สับลากไส้ "ไอโอ" สีน้ำเงินวงแตก!

วันก่อนยังเห็นลั้นลา สวมบทเกรียนคีย์บอร์ดแวะไปกดคอมเมนต์ “อิอิ ทายกี่ทีก็ถูกว่าเป็นใคร” ในเพจ "เจ๊โจ" มณฑานี ตันติสุข เพื่อตบยุงสร้างราคาให้คอนเทนต์ แฉรีดเงิน 5 ล้านอยู่หยกๆ แท้ๆ

แต่พอมาวันนี้ ทัวร์ลงหนักเรื่องวุฒิภาวะบวกกับโดนสื่อจี้ถามว่า คอมเมนต์นั้นน่ะ “ตัวจริง หรือแอดมินลั่น?”... "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เล่นบท "เตมีย์ใบ้" ทันที ทำเป็นตีมึนไม่รู้ไม่ชี้ ซอยเท้าถี่ๆ ดิ่งขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าหนีวงล้อมนักข่าวอย่างไว

ทองเจือ ชาติกิจเจริญ
แต่แหม... สายตาแอบไปเห็นยืนคุยกับที่ปรึกษาส่วนตัวหน้าคล้าย "ทองเจือ ชาติกิจเจริญ" หน้าดำคร่ำเครียด ก่อนจะรีบโดดขึ้นรถเก๋งคันหรู บึ่งออกจากทำเนียบฯ แทบไม่ทัน... โถ่ เม้นต์ "อิอิ" วันนั้น กลายเป็น "อุ๊ยอุ๊ย" ในวันนี้ ซะแล้ว!

ส่วน "บ้านพระอาทิตย์" มีความเคลื่อนไหว จัดชุดใหญ่ไฟกะพริบ ลากไส้ตัวการหลังม่าน

บอกแล้วว่า อย่ากระตุกหนวดเสือ! ในขณะที่ "นายกฯหนู" วิ่งหนีสื่อ "สนธิ ลิ้มทองกุล" แห่งบ้านพระอาทิตย์ ก็ไม่ปล่อยให้รอนาน จัดหนักแบบสับแบบแซ่บ เปิดโปงขบวนการ "IO" ค่ายสีน้ำเงินแบบลากไส้ ถึงต้นตอ!

มณฑานี ตันติสุข
งานนี้ไม่ได้ส่องแค่ "อินฟลูฯรับงาน" สองคน แต่ฉายสปอตไลต์ ไปที่ "ทองเจือ ชาติกิจเจริญ" คนสนิทข้างกาย "เนวิน ชิดชอบ" และที่ปรึกษานายกฯ อนุทินนั่นแหละ ที่ถูกระบุว่าเป็น "คนแจกงาน" ตัวจริงเสียงจริง! โดยมีสองนารี "โจ มณฑานี" อดีตดีเจรุ่นเดอะ และ "โบว์ ณัทฐา" น.ส.ณัทฐา มหัทธนา อินฟลูฯ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองซัปพอร์ต เป็นผู้รับไม้ต่อ มาละเลงหน้าสื่อ
ต้องบอกว่า งานนี้เหล่า "ไอโอน้ำเงิน" วงแตก กะจะใช้ยุทธวิธี "หลบหลังนารี" เอา "โจ-โบว์ "มาเป็นโล่มนุษย์ คอยเบี่ยงเบนความสนใจจากสังคม เพื่อแปลงตัวเหล่า "จำเลย" บาดแผลเหวอะอย่าง...ปมกักตุนน้ำมันแพงของ "พิพัฒน์" ,มหากาพย์ฮุบที่ดิน "เขากระโดง", คดี"สว.สีน้ำเงิน"

และบิ๊กโปรเจกต์ TH-AI พาสปอร์ต 1,621 ล้านของ "ลูกนก-ไชยชนก ชิดชอบ"

หวังจะเปลี่ยนภาพพจน์ให้กลายเป็น "พระเอกลิเกผู้ถูกรังแก" เพื่อเรียกคะแนนสงสาร... แต่เกมนี้มันตื้นไปหน่อยมั้ย !?

นัฏฐา มหัทธนา
เพราะพอเจอ "ของจริง" สวนกลับตูมเดียว ข้อมูลขบวนการ IO หลุดมาทั้งแผง แถมระบุชื่อ "คนแจกงาน" คีย์แมนของเนวิน ขนาดนี้... "เสี่ยหนู" เลยต้องรีบตัดวงจรความซวย โกยแน่บสลัดภาพเกรียนคีย์บอร์ด ทิ้งระยะห่างอย่างไว เพื่อเซฟตัวเองดังที่เห็นๆ

เมื่อความจริงคือความจริง บาดแผลเน่าทางการเมืองมันปิดไม่มิด และแรงกระแทกจากความจริงมันหนักเกินต้าน ท้ายที่สุดหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อย่าง “อนุทิน” ก็เลือกที่จะหอบผ้าหอบผ่อนหนีตาย ปล่อยให้สองนารี "โจ-โบว์" ที่ยอมเป็นโล่กำบัง กลายสภาพเป็นแพะรับบาป นั่งเฝ้าโรงลิเกไปตามระเบียบ

อิอิ... งานนี้ทายกี่ทีก็ถูกจริงๆ ชิมิๆ หนู!?

ศักดิ์สยาม ชิดชอบ
++ จาก“ศักดิ์สยาม” มาถึง “พิพัฒน์-ไชยชนก” เบื้องหลัง “มาเฟียแอปฯเรียกรถ” ผยองเดช!

ใครที่ใช้แอปพลิเคชันเรียกรถ (Ride-hailing)ตอนนี้คงมีหนาวๆ ร้อนๆ

เพราะข่าวคราวพฤติกรรมคนขับรถแอปพลิเคชันบางค่าย ทั้งการทำร้ายร่างกายผู้โดยสาร คุกคามทางเพศ และความหละหลวมในการคัดกรองคนขับที่ปล่อยให้มีการ “สวมไอดี” หรือไม่มีใบขับขี่สาธารณะ เข้ามาวิ่งเกลื่อนเมืองมีเป็นเรื่องถี่ๆ

คำถามสำคัญส่งตรงถึง กระทรวงคมนาคม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่พรรคภูมิใจไทย เป็นเจ้ากระทรวง ทั้ง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” และ “ลูกเทพ” ไชยชนก ชิดชอบ คือ เหตุใดจึงปล่อยให้แพลตฟอร์มเรียกรถค่ายนี้ ยังคงลอยนวลให้บริการต่อได้ ?

มิหนำซ้ำ นอกจากตกเป็นข่าวสร้างความหวาดผวาให้ผู้ใช้บริการแล้วยังแว่วมาว่า “ใบอนุญาต” ก็หมดอายุด้วย ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก

พิพัฒน์ รัชกิจประการ
แม้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในสังกัดกระทรวงคมนาคม จะรับทราบถึงปัญหาการปล่อยปละละเลยของแพลตฟอร์ม แต่มาตรการที่ออกมากลับดูเหมือน “มวยล้มต้มคนดู” เพราะแทนที่จะใช้ยาแรงสั่งระงับการให้บริการ หรือลงโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด กลับมีความพยายามสื่อสารในเชิง “สร้างความชอบธรรม” ให้กับความผิดพลาด

ทั้งนี้ ใบอนุญาตให้บริการของแอป B สิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 แต่เป็นที่สังเกตว่า แม้เหตุการณ์ไรเดอร์แอป B ก่อเหตุล่วงละเมิดนักเรียนหญิง จะเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นไม่นาน แต่ในวันที่ใบอนุญาตหมดอายุ กรมการขนส่งทางบก ก็ประกาศผ่อนผันให้สามารถบริการต่อได้

เช่นเดียวกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งมีบทบาทกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล ออกมาการันตีการให้บริการต่อของแอปบี ด้วยเหตุผลว่า “ความเป็นแพลตฟอร์มของแอปบี ยังคงอยู่ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าให้บริการรถไม่ได้ อาจให้บริการประเภทอื่น”

เรียกได้ว่า สองกระทรวงที่เกี่ยวข้อง “อุ้ม” แอป B เจ้าปัญหานี้เต็มที่

สำหรับ แอปบี เป็นแอป เรียกรถต่างชาติที่ได้รับอนุมัติ ในยุคของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” นั่งรมว.คมนาคม ปี 2562 เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2563 แต่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2565 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท สัดส่วนการถือครองหุ้นโดยฝ่ายไทย 51% และ ต่างชาติ 49% โดยข้อมูลระบุชื่อคนไทยเพียงคนเดียวเป็นกรรมการและผู้มีอำนาจลงนาม ไร้บทบาทของตัวแทนจากบริษัทแม่ และกลุ่มทุนไทยผู้ถือหุ้นใหญ่ในหน้าสื่อ ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งในระดับเดียวกันอย่างมาก นำมาสู่การตั้งข้อสังเกตถึงตัวตนของนักธุรกิจไทยผู้กุมบังเหียนใหญ่ในบริษัทแห่งนี้มี “บิ๊กการเมือง” หรือ กลุ่มทุนที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลภูมิใจไทยหนุนหลัง หรือไม่?

ไชยชนก ชิดชอบ
เพราะหากไม่มีเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่ง เป็นไปได้ยากที่บริษัทหนึ่งจะสามารถละเมิดกฎหมายขนส่ง และเมินเฉยต่อความปลอดภัยของประชาชนได้ต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ส่วนหนึ่งยังพุ่งเป้าไปที่ "ไชยชนก ชิดชอบ" และกระทรวงดีอี ซี่งมีบทบาทหน้าที่กำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล เพราะในขณะที่ประชาชนเรียกร้องความปลอดภัยบนท้องถนน จากพฤติกรรมคนขับรถแอป ที่หลุด QC แต่ รมว.ดีอี กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ สังคมจึงเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า “รมว.ลูกเทพ”กำลังวุ่นอยู่กับการ “ฟอกขาว”

โครงการ AI-Passport อยู่หรือไม่ ?

โดยเฉพาะล่าสุดที่มีข่าวลือหนาหูว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างมูลค่าสูงถึง 1,621 ล้านบาท นี้ กำลังมีการเตรียมจัดสรรงบประมาณ PR ขนานใหญ่ เพื่อจ้างอินฟลูเอนเซอร์มาช่วย “เทเสียงสนับสนุน” และฟอกขาวโครงการนี้ให้ดูโปร่งใส จึงเกิดคำถามว่า หรือเพราะงบประมาณก้อนโตในโครงการนี้ "น่าสนใจ" กว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้แอป เรียกรถ?