xs
xsm
sm
md
lg

"ภัณฑิล" จวก "โสภณ" 90 วันงานสภาไม่คืบ หมกมุ่นอยู่บุรีรัมย์ ทำแต่งานพิธีกรรม ลั่นสภาไม่ใช่ค่ายลูกเสือ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"ภัณฑิล" ฉะ "โสภณ" สาระแน 90 วันงานสภาฯ ไม่คืบ หมกมุ่นอยู่บุรีรัมย์ หาทำแต่พิธีกรรม ไร้ภาพจำประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ลั่น สภาไม่ใช่ค่ายลูกเสือ จี้เร่งบรรจุวาระพิจารณากฎหมาย-แก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน

นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชน แถลงถึงบทบาทการทำงานของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมาแล้ว 90 วัน ว่า ตนคงไม่วิพากษ์วิจารณ์ตรง ๆ เพราะ 3 เดือนอาจจะสั้นไปแต่ได้รับเสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิก ขณะที่ สส. ฝ่ายรัฐบาลอาจจะวิพากษ์วิจารณ์ประธานสภาฯลำบาก และประชาชนอาจไม่ได้ส่งเสียงสะท้อนถึงประธานสภาฯได้โดยตรง เพราะนายโสภณเป็นประธานสภาฯคอยควบคุมและกำกับดูแลการประชุม แต่คงไม่ใช่คำถามว่า 90 วันแรกทำอะไรไปบ้าง เพราะเราคงเห็นตามข่าวแล้วว่านายโสภณพยายามทำหลายๆ เรื่อง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เช่น ปราบปรามยาเสพติดโดยไปทำในจังหวัดบุรีรัมย์เยอะ ทั้งที่หน้าที่หลักอยู่ที่รัฐสภา และหลายคนอาจเห็นว่าประธานทำในฐานะหัวหน้าพิธีการของรัฐสภา ทั้งที่ผ่านมานายโสภณเคยบอกว่าเคยบอกว่าหน้าที่ของสภาฯคือการออกกฎหมาย ไม่ใช่แค่เป็นเหมือนฝ่ายบริหารในการทำพิธีกรรมต่าง ๆ

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า หลายเรื่องที่นายโสภณทำอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ เช่น ให้เข้าแถวเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น. และเวลา 18.00 น. ซึ่งไม่แน่ใจว่าตนที่เป็น สส.จะต้องไปเคารพธงชาติด้วยหรือไม่ เรื่องการฝึกระเบียบวินัยคิดว่าเราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีก่อน อาจส่งตำรวจสภาฯ แค่ 5-10 คนไปเคารพธงชาติ

หรือในสัปดาห์ที่แล้วที่จัดกิจกรรมอาสา ดีความสะอาดก็เป็นการร่วมกันทำความดีทำความสะอาดเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีฯ ซึ่งก็เข้าใจได้แต่ไม่อยากให้เป็นข้ออ้างว่านายโสภณไปโหนสถาบัน แล้วไปกวาดลานอยู่หน้าอาคารรัฐสภา

"ตรงนี้ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านมันหาทำ เราไม่อยากไปว่าท่านว่าท่านสาระแน ทำในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัว เพราะแม่บ้านเราก็มีอยู่แล้ว เราจ้างแม่บ้านทำความสะอาด" นายภัณฑิลกล่าว

นายภัณฑิล กล่าวด้วยว่า หน้าที่ของ สส. คือการออกคือการออกกฎหมาย ถ้าเราอยากทำหน้าที่ของเราให้ดีขอถามว่า 90 วันแรกได้บรรจุวาระเพื่อพิจารณากฎหมายในวาระแรกแล้วกี่ฉบับ ซึ่งตอนนี้เป็นศูนย์ ซึ่งก็เข้าใจว่าเพิ่งเปิดสภามีเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการนำกฎหมายที่ค้างจากสมัยที่แล้ว ที่รัฐบาลให้ความเห็นชอบนำกลับมาพิจารณาใหม่ หรือญัตติที่ค้าง ๆ อยู่เยอะขนาดไหน นายโสภณได้ไปดูหรือไม่เพราะตอนนี้มี 30 กว่าญัตติแล้ว นายโสภณเคยสัญญาว่าจะมีการประชุมเพิ่มเติมในวันศุกร์ ที่ผ่านมามีแล้วกี่ครั้ง รวมถึงการพิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ที่จะมีการพิจารณาในปลายเดือนนี้ ก็อย่าให้ล่าช้า

นายภัณฑิล กล่าวว่า นายโสภณได้ขยันขันแข็งพอหรือยังในการกำกับดูแลการประชุม ไม่ใช่เวลา 17.00-18.00 น.ก็ปิดประชุมแล้ว นั่งกันไม่ไหวแล้ว ทั้งที่สามารถมอบให้รองประธานสภาฯทั้งสองคน ทำหน้าที่แทนได้ ไปวัดกันเลยว่านายโสภณอยู่บนบัลลังก์นานเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่ก็มอบให้รองประธานสภาทำหน้าที่อยู่แล้ว

"ผมไม่ได้คัดค้านการทำกิจกรรมอาสาหรือการยืนเคารพธงชาติ เพราะสิ่งเหล่านี้มีคุณค่าในตัวของมันเอง แต่ท่านให้ความสำคัญกับงานหลักเพียงพอหรือยัง สภาไม่ใช่ค่ายลูกเสือไม่ใช่สถานที่จัดพิธี เพราะสภาฯเป็นที่ออกกฎหมาย ซึ่งต้องเดินหน้า จะได้มีการประสานงานกับฝ่ายบริหารเพื่อให้รัฐมนตรีมาตอบกระทู้หรือไม่ และได้จัดลำดับความสำคัญของงานหรือไม่ เช่นรายงานที่ค้างอยู่จำนวนมาก"นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดสภาฯมามีการจัดประชุมไปแล้ว 19 ครั้ง มีการพิจารณากฎหมายที่ค้างจากสภาฯชุดก่อนเท่านั้น จาก 147 ฉบับพิจารณาได้ไปแค่ 34 ฉบับเท่านั้น และมีญัตติค้างอยู่อีกมาก ดังนั้นหลังจากนี้ไป 3-6 เดือนข้างหน้า การประชุมสภาอยู่ตรงไหนถ้ามีอะไรที่ค้างเยอะขนาดนี้ ประชาชนและสมาชิกสภามีสิทธิ์ถามว่านายโสภณจะเคลียร์งานเหล่านี้อย่างไร แต่บางเรื่องก็ทำดีเช่นการปรึกษาหารือออนไลน์

"ผมไม่ได้บอกว่าท่านไม่ทำงาน แต่หัวใจหลักของประธานสภา เห็นชัดในมุมมองของประชาชนหรือยังหรือท่านมัวแต่ไปหมกมุ่นอยู่ที่บุรีรัมย์อย่างเดียว ต้องยอมรับว่าผมอาจพูดในสิ่งที่ไม่ถูกใจประธานสภา เพราะหลายท่านคงไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ตรง ๆ แต่ท่านยังไม่สามารถสร้างภาพจำให้ประชาชนว่าท่านเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ขับเคลื่อนงานสภาฯผมคิดว่า 90 วันท่านอาจจะยังไม่สามารถส่งมอบภาพลักษณ์นี้ได้ ภาพประชาชนยังเห็นภาพพิธีกรรมและการไปอยู่บุรีรัมย์ " นายภัณฑิลกล่าว

นายภัณฑิล กล่าวด้วยว่า ขอวิงวอนว่าให้นายโสภณตอบประชาชนให้ได้ ในการลดงานที่ค้างอยู่และไม่ควรไปเสียเวลาเสียงบประมาณจัดพิธีกรรม เพราะเป็นภาษีของประชาชนและข้าราชการก็ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งไม่จำเป็นเพราะไม่ใช่แก่นสาระและหัวใจ การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ลดลาบ้างเถอะงานพิธีกรรม เพราะอยากให้ประชาชนจดจำว่ารัฐสภาเป็นที่ออกกฎหมาย

“จริงๆ ควรจะให้มีการทำแบบสอบถามถึงความพึงพอใจ ให้กับสมาชิกสส. หรือต่อสาธารณะในโซเชียลเลย ว่าหลัง 90 วัน ภาพจำของประชาชน ที่มีต่อประธานสภาเป็นอย่างไร ตนคิดว่าน่าจะมีคนพิมพ์ว่า “ บุรีรัมย์ ” กันมาเยอะมาก”นายภัณฑิล กล่าว
เมื่อถามว่า ส่วนตัวให้เกรดการทำงานของประธานสภาฯเท่าไหร่ นายภัณฑิล กล่าวว่า ตนไม่กล้าประเมิน เพราะว่า นาทีนี้ยังไม่มีใครมากล้าร่วมแถลงข่าวกับตน เพราะตนอยู่ในห้องประชุมด้วยหลายครั้ง ก็มาปิดไมค์พวกตน นายโสภณก็พูดอยู่คนเดียว เดี๋ยวก็คงรอให้มาตอบ แต่ส่วนตัวคงไม่กล้าประเมิน 90 วันก็เหมือนทดลองงาน อาจจะเร็วไปนิดนึง เดี๋ยวหาว่าเข้ามาก็วิพากษ์วิจารณ์เลย

“ผมแค่พูดเหมือนดักคอไว้ก่อน เพราะเข้าใจ เห็นใจท่าน แต่อีก6 เดือน 9เดือนข้างหน้า หรือครึ่งปีข้างหน้า ก็ขอเรียกร้องให้ทำหน้าที่ของเรา เอากฎหมาย เอาญัตติเข้ามาพิจารณาเยอะๆ โดยเฉพาะความเดือดร้อนของประชาชนสมาชิกจะได้ร่วมอภิปรายกัน อย่าไปทำพิธีกรรมอะไรที่ไม่ใช่เรื่อง อย่าไปหาทำ สาระแนที่ไม่ใช่เรื่องของตัว” นายภัณฑิล กล่าว