xs
xsm
sm
md
lg

“เทพไท” ชี้ทุกโพลให้ "ชัชชาติ" นำ แต่อย่าประมาท “ระบบอากง” ข้อกล่าวหาทุจริตอาจมีผลโค้งสุดท้าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อดีตสส.ปชป. ชี้แม้โพลทุกสำนักยังยก “ชัชชาติ” นำห่างศึกผู้ว่าฯ กทม. แต่เตือนอย่าประมาท จับตากระแส “ระบบอากง” และข้อกล่าวหาทุจริต หากขยายผลจนประชาชนเชื่อ อาจกระทบคะแนนนิยมช่วงโค้งสุดท้าย พลิกเกมเลือกตั้งได้

วันนี้ (7มิ.ย.) นายเทพไท เสนพงษ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนได้ติดตามและวิเคราะห์ผลสำรวจความคิดเห็นของสำนักโพลต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งพบว่าทุกสำนักสำรวจให้คะแนนนิยมของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นำคู่แข่งอยู่หลายช่วงตัว จนหลายฝ่ายมองว่าน่าจะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติยังมีจุดอ่อนแตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งแรก เนื่องจากในอดีตยังไม่มีผลงานให้ถูกนำมาเปรียบเทียบ และสามารถสร้างภาพลักษณ์ “สุภาพบุรุษที่แข็งแรงที่สุดในปฐพี” จากการใช้ชีวิตเรียบง่าย หิ้วถุงแกง สวมกางเกงกีฬา และรองเท้าแตะ จนเกิดกระแสตอบรับอย่างกว้างขวาง แต่การลงสมัครสมัยที่ 2 ย่อมมีทั้งจุดอ่อน ข้อบกพร่อง และผลงานที่ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงถูกทวงถามถึงผลงานที่สร้างความประทับใจให้กับชาวกรุงเทพฯ

นายเทพไท กล่าวว่า หากนายชัชชาติจะสูญเสียคะแนนนิยม หรือทำให้กระแสความนิยมลดลงจากการเลือกตั้งครั้งก่อน น่าจะมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สังคมไม่ยอมรับ โดยขณะนี้เริ่มมีการเปิดโปงและขยายผลในหลายประเด็น ทั้งเรื่อง “ระบบอากง” การซื้อขายตำแหน่ง การใช้เต้าไต่ การเก็บหัวคิว รวมถึงข้อกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เป็นทางผ่านสู่ตำแหน่งทางการเมืองที่สูงกว่า

“ถ้ากระแสระบบอากงจุดติดในหมู่ประชาชนกรุงเทพฯ ซึ่งเสพข้อมูลจากโซเชียลมีเดียอย่างเข้มข้น และนายชัชชาติไม่สามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ ก็อาจทำให้เสียสมาธิและคะแนนนิยมลดลง จนเกิดการพลิกผันทางการเมืองได้” นายเทพไท กล่าว

ส่วนปัจจัยที่สอง คือความประมาทจากการมีคะแนนนำในผลสำรวจ โดยเตือนว่าแม้โพลจะชี้ว่าชนะขาดลอย แต่ทีมงานไม่ควรชะล่าใจหรือมองข้ามคู่แข่ง พร้อมยกนิทานอีสปเรื่อง “กระต่ายกับเต่า” เปรียบเทียบว่า ผู้ที่นำอยู่ตลอดเวลาอาจพลาดได้ หากขาดความระมัดระวัง ขณะที่คู่แข่งยังเดินหน้าหาเสียงอย่างต่อเนื่องและสามารถสร้างกระแสที่ถูกใจประชาชนได้มากกว่า

“ฉะนั้น ช่วงเวลาที่เหลือก่อนถึงวันเลือกตั้งต้องจับตาว่า กระแส “ระบบอากง” จะถูกขยายผลจนกลายเป็นประเด็นใหญ่หรือไม่ เพราะหากกระแสลุกลามจนควบคุมไม่ได้ อาจส่งผลกระทบต่อผู้สมัครที่ถูกมองว่า “นอนมา” และทำให้การแข่งขันเปลี่ยนทิศทางในช่วงโค้งสุดท้ายได้”นายเทพไทกล่าว