เปิดเกณฑ์ประเมินเลขา กกต.แบ่ง 2 ส่วน "แสวง" โชว์ผลประเมินจาก จนท.ทั่วประเทศ 3 ปี พบปี 68 ยังหนุนคะแนนทะลุร้อยละ 80 ทุกด้าน แต่ยังติดด่านเสียง กกต.-ข้อกฎหมาย จ่อยกเครื่องโครงสร้างใหญ่ คืนระบบ 5 ด้าน แก้จุดอ่อนจัดเลือกตั้ง เล็งเริ่มใช้ปีงบ 70
วันนี้(6มิ.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวนายแสวง บุญมี ส่อหลุดเก้าอี้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เนื่องจาก กกต.ชุดที่นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน ได้ประเมินผลการปฏิบัติงานในปี 68 ให้ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 และสำนักงานฯ รอเพียงความเห็นของนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต.ที่จะกลายเป็นเสียงชี้ขาด ก่อนรวบรวมและนำเสนอเข้าที่ประชุมพิจารณาในช่วงกลางเดือนนี้ นั้น มีรายงานว่า ปัจจุบันนายฐิติเชฏฐ์ ได้ส่งความเห็นของตนเองต่อการปฏิบัติงานของเลขาธิการ กกต.ในปี 68 ให้กับทางสำนักงานฯ แล้ว และขณะนี้สำนักงานฯ นอกจากอยู่ระหว่างการสรุปข้อมูลผลคะแนน และกำลังรวบรวมศึกษาประเด็นข้อกฎหมายว่า กกต.ที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วจะสามารถประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ กกต.ได้หรือไม่ และแนวปฏิบัติของ กกต.ชุดปัจจุบันจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ไม่ว่าจะมีมติเห็นไปในทางใด เพื่อเสนอให้ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณา
ทั้งนี้ ตามสัญญาจ้างเกณฑ์การประเมินจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่หนึ่ง ประเมินตามแบบที่สถาบันการศึกษาออกแบบเป็นการประเมินการปฏิบัติงาน 4 ด้าน คือ 1.งานแผนงานโครงการ 2.ด้านงานท้าท้าย 3 ด้านงานตามมติ กกต และ 4.ด้านธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นการประเมิน 360 องศาจากความเห็นพนักงานทั่วประเทศด้านละ 100 คะแนน ก่อนจะนำส่งเป็นข้อมูลประกอบการประเมินให้ กกต.ประเมินต่อไป โดยส่วนนี้เป็นเพียงข้อมูลประกอบการพิจารณาการประเมินของ กกต เท่านั้นไม่มีผลต่อการนำมาคำนวณการประเมินแต่อย่างใด
ส่วนที่สองเป็นการประเมินโดย กกต.แต่ละคน โดย กกต แต่ละคนจะมีคะแนนคนละ 100 คะแนน โดยหลักการกกต.แต่ละคนก็จะนำข้อมูลในส่วนที่ 1 มาประกอบหรือไม่นำมาประกอบการพิจารณาก็ได้
"ผลคะแนนการประเมินเลขา กกต ปี 2568 ในส่วนที่หนึ่งคือในส่วนของพนักงานทั่วประเทศ ผลคะแนนการประเมินตามแบบประเมิน ทั้ง 4 ด้าน ได้คะแนนประเมินเกินกว่าร้อยละ 80 ทั้ง 4 ด้าน มีการนำส่งให้ กกต เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเมื่อเดือน พ.ค.69 ส่วนที่สองคือ กกต. ที่ให้ กกต.แต่ละคนส่งผลประเมินเมื่อต้นเดือน มิ.ย.69 มีอดีต กกต.บางส่วน ยังไม่ส่งแบบประเมิน อาจเพราะเห็นว่าไม่ได้เป็น กกต.แล้ว ยังมีอำนาจหน้าที่ในการประเมินหรือไม่ เพราะในการประเมินในปีที่ผ่านๆ มาก็ไม่เคยส่งให้ อดีต กกต.ประเมิน นายปกรณ์ มหรรณพ นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อดีต กกต.จึงได้มีหนังสือสอบถามมายังสำนักงานฯ ก่อนว่าท่านมีอำนาจหน้าที่ในการประเมินหรือไม่ เพราะบางท่านพ้นจากตำแหน่ง กกต.มามากกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งก็ต้องรอดูว่าคะแนนในส่วนนี้ที่ยังมีปัญหาข้อกฎหมานอยู่ กกต. ชุดปัจจุบันจะเห็นอย่างไร แหล่งข่าวระบุ
นอกจากประเด็นการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ กกต.จะเป็นที่สนใจทั้งจากฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่ กกต.แล้วยังมีประเด็นที่หลังจากถอดบทเรียนการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา ที่ กกต.ชุดปัจจุบันเห็นว่าการแบ่งงานในระดับจังหวัดที่แบ่งออกเป็น 3 ด้านคือด้านบริหารงานเลือกตั้งและการมีส่วนร่วม ด้านกิจการพรรคการเมืองและการสืบสวนสอบสวน และด้านอำนวยการ ไม่เอื้อต่อการจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย คขณะเดียวกันการทำงานของ กกต.ในลักษณะบอร์ด ทำให้การดูแลการจัดการเลือกตั้งเกิดช่องโหว่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดจึงเห็นว่าควรที่สำนักงานจะแบ่งภารกิจการทำงานออกเป็น 5 ด้านเหมือนเดิม และ กกต.เข้าไปกำกับดูแลและรับผิดชอบงานในแต่ละด้านเหมือนเช่นในอดีตที่ผ่านมาจึงให้สำนักงานฯไปดำเนินการศึกษาเพื่อปรับโครงสร้างและจัดแบ่งส่วนงานต่างให้ครบตามจำนวน กกต.ทั้ง 7 คน โดยมีเป้าหมายที่จะเริ่มโครงสร้างใหม่ในปีงบประมาณ 70 คือ 1 ต.ค.69
อย่างไรก็ตามในช่วงเที่ยงวันเดียวกันมีรายงานนายแสวง ได้โพสต์ใน LINE ผู้บริหารสำนักงานฯ กกต.เป็นภาพเอกสารสรุปผลคะแนนการประเมินการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ กกต.ประจำปีงบประมาณ 25667 และปี 2568 ซึ่งเป็นผลการประเมินในส่วนของพนักงาน กกต.ทั่วประเทศพบว่าในปีงบประมาณ 2566
1. ด้านแผนงานคะแนนเต็ม 30 คะแนนได้ 24.48 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 81.60
2.งานตามมติกกต คะแนนเต็ม30 คะแนน ได้ 25.52 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 85.06
3.งานธรรมาภิบาลการบริหาร คะแนนเต็ม 20 คะแนนได้ 16.42 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 82.10
4.งานท้าทายคะแนนเต็ม 20 คะแนนได้ 17.43 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 87.53 รวม 100 คะแนน ได้ 83.92 คะแนน
ขณะที่ในปีงบประมาณ 2567 และ 2568 เป็นที่น่าสังเกตว่าในส่วนของงานการดำเนินงานตามมติ กกต.ที่มีคะแนนเต็ม 30 คะแนนนั้น 2 ปีถูกขีดด้วยปากกาสีเหลืองช่องคะแนนการแทนการเขียนจำนวนคะแนน จึงทำให้ปีงบประมาณ 2567 ด้านแผนงาน คะแนนเต็ม 30 คะแนนได้ 25.58 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 85.27 ด้านธรรมาภิบาลการบริหาร คะแนนเต็ม 20 คะแนนได้ 16.93 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 84.65 ด้านงานท้าทายคะแนนเต็ม 20 คะแนนได้ 18.63 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 93.15 รวม 100 คะแนนได้ 61.14 คะแนน
และปีงบประมาณ 2568 ที่ถูกระบุว่าไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินนั้น 1. การดำเนินงานตามแผนงานคะแนนเต็ม 30 คะแนนได้ 25.06 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.55 การบริหารตามธรรมาภิบาลเต็ม 20 คะแนน ได้ 16.93 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.46 ด้านงานท้าทายคะแนนเต็ม 20 คะแนนได้ 18.43 คะแนนคิดเป็นร้อยละ 92.13 รวม 100 คะแนนได้คะแนน 60.18 คะแนน


