xs
xsm
sm
md
lg

วุฒิสภาชูงานวิจัย มรภ.สุราษฎร์ฯ ต่อยอดขมิ้นชันมูลค่าสูง ศึกษาต้นแบบโรงไฟฟ้าชีวมวลปาล์ม หนุนเศรษฐกิจสีเขียวสู่ความยั่งยืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คณะอนุกรรมการวิจัยฯ วุฒิสภา ชูผลงานวิจัย มรภ.สุราษฎร์ฯ สกัดน้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นชันเพิ่มมูลค่าหลายพันเท่า พร้อมศึกษาต้นแบบโรงไฟฟ้าชีวมวลจากเศษปาล์ม หนุนเศรษฐกิจฐานราก ลดคาร์บอน พัฒนาอย่างยั่งยืน

นายชิบ จิตนิยม ประธานอนุกรรมการเสริมสร้าง ขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการเชื่อมโยงข้อมูลผลงานด้านวิชาการและงานวิจัย เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 4-5 มิ.ย. อนุกรรมการฯ พร้อมด้วยนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ และอนุกรรมการฯ นำคณะลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อศึกษาดูงานและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรมสู่กระบวนการนิติบัญญัติระดับชาติ โดยได้หารือร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรภ.สุราษฎร์ธานี) นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสน่ห์ บุญกำเนิด รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย เพื่อรับฟังบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน และคุณภาพชีวิตของประชาชน

นายชิบกล่าวว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีผลงานวิจัยเชิงประจักษ์กว่า 300 ชิ้นในรอบ 10 ปี โดยหนึ่งในผลงานเด่นคือ นวัตกรรมการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นชัน ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบจากกิโลกรัมละ 25 บาท เป็นน้ำมันหอมระเหยมูลค่าสูงถึงลิตรละ 33,000 บาท สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยด้านอาหารแห่งอนาคตจาก “แมงพลัด” รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรสร้าง “วิศวกรสังคม” เพื่อผลิตนักคิด นักประสาน นักสื่อสาร และนักนวัตกรรุ่นใหม่ที่สามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น

ด้านนายบุญส่ง กล่าวว่า พัฒนาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีสะท้อนให้เห็นว่า การนำองค์ความรู้จากพื้นที่มาผสานกับกระบวนการนิติบัญญัติ จะช่วยยกระดับการพัฒนากฎหมายและนโยบายสาธารณะให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง


นอกจากนี้คณะยังได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล ขยะชุมชน และก๊าซชีวภาพ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและของเสียในชุมชน

นายสืบตระกูล บินเทพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TGE เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 83.5 เมกะวัตต์ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าชีวมวลที่นำเศษวัสดุจากต้นปาล์มและผลปาล์มเหลือทิ้งมาแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า สามารถจ่ายไฟฟ้าให้ประชาชนในพื้นที่และส่งเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การศึกษาดูงานครั้งนี้ทำให้คณะอนุกรรมการฯ ได้เห็นต้นแบบการใช้วิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดในการเพิ่มมูลค่าของเสียทางการเกษตร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบัน TGE มีคาร์บอนเครดิตสะสมกว่า 400,000 ตัน สะท้อนความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายชิบกล่าวว่าแนวโน้มการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานกำลังได้รับความสนใจทั่วโลก และอาจกลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าสูงในอนาคต โดยคณะอนุกรรมการฯ จะนำข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้รับไปสนับสนุนการขับเคลื่อนงานวิชาการ งานวิจัย และการพัฒนากฎหมายของวุฒิสภา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป