ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ ขยี้ปมร้อน TH-AI Passport ส่อ "ฮั้วประมูล" ไชยชนก ชิดชอบ จะรำลิเกได้ถึงไหน!?
ช่วงนี้หันไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึง "ไชยชนก ชิดชอบ" รมว.ดีอี ลูกชาย "เนวิน ชิดชอบ" กับโครงการ "TH-AI Passport" เมกะโปรเจกต์วงเงิน 1,621 ล้านบาท ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ตั้งเป้าจะแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ระดับ Pro ฟรีให้คนไทย 5 ล้านคนว่า เหมือนรำลิเกเรียกแขก
คำพูด ฟุตฟิตฟอไฟว์ ฟังดูหล่อ ฟังดูเท่ แต่ในความเป็นไปยิ่งขุดยิ่งเจอความไม่ชอบมาพากลจนตัวแทนสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน ยื่นเรื่องต่อสภาฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบความผิดปกติ ในโครงการ TH-AI Passport
ซึ่งเข้าข่ายน่าสงสัยใน 2 ประเด็น ทางกฎหมาย คือ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ที่เน้นย้ำเรื่องความคุ้มค่า ความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และการตรวจสอบได้ รวมถึง พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้ว) ว่ามีการเอื้อประโยชน์ หรือล็อกสเปกในเงื่อนไขการประมูล (TOR) หรือไม่?!
ที่น่าสนใจ ในเรื่องร้องเรียนโครงการดังกล่าว มีข้อสงสัยที่อาจเชื่อมโยงกับการทุจริตคอร์รัปชัน โดยข้อมูลจากผู้ร้องเรียน ระบุว่า มีบางบริษัทที่เข้าร่วมประมูลเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านน้ำมัน ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกประหลาด ที่ธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับพลังงาน จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการนี้!
ที่ผ่านมา รัฐมนตรีดีอี "ไชยชนก" ก็ตอบแบบเล่นสำบัดสำนวน ว่าไม่สนใจใครจะได้ประมูล เพราะสนใจแต่จะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า
แหม.. แต่ก่อนจะถึงประชาชน โครงการระดับพันล้านบาท มีพฤติการณ์ในลักษณะ "ชงเอง กินเอง" คนที่ชนะประมูลก็เป็น "กลุ่มทุนคนกันเอง" สนิทสนมกับ "เนวิน ชิดชอบ" อย่างแนบแน่น
งานนี้ฝั่งตรวจสอบเริ่มขยับ อย่างเช่น กรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินฯ สภาผู้แทนราษฎร เรียก "กรมบัญชีกลาง" เข้ามาชี้แจง
กมธ.ไล่บี้กรมบัญชีกลางทั้งกระบวนการประกวดราคา -TOR และการสืบราคากลาง ว่าโปร่งใสตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ จริงไหม? มีจงใจล็อกสเปกให้ "กลุ่มทุนสีน้ำเงิน" หรือเปล่า
ฟังว่ากรมบัญชีกลางโยนว่า เป็นเรื่องของกระทรวงดีอี ล้วนๆ กรมบัญชีกลางระบุว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสืบราคากลาง ซึ่งการสืบราคากลาง เป็นไปตามกระทรวงดีอีเพียงผู้เดียว
ประเด็นนี้ ทำให้คณะกรรมธิการฯ ยืนงงในดง เอไอ ว่า ขณะที่กรมบัญชีกลาง ยังไม่ได้มีการตรวจตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของราคากลางและเอกสารอย่างละเอียด ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่า กรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นกรมหลักในการจัดซื้อจัดจ้างนั้น กลับไม่สามารถตรวจสอบราคากลาง และที่มาของรายละเอียดเอกสาร
เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่ คงต้องเกาะติดความเป็นไปของ TH-AI พาสปอร์ต รอชม "ไชยชนก" จะรำลิเกไปถึงไหน!?
++ ภูมิใจไทยฉีกหน้าเพื่อไทย!… “สีน้ำเงิน” กะกินรวบ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่
กรณีพรรคภูมิใจไทย มีมติให้สมาชิกที่ไปร่วมลงชื่อให้กับ ร่าง รัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ต้องไปทำเรื่องถอนชื่อออก อ้างว่าเนื้อหาร่างของพรรคเพื่อไทย จะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
นี่ถือเป็นการฉีกหน้า โดยไม่สนใจว่า “พรรคเพื่อไทย”นั้นเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
ทั้งนี้ การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องมี สส.ลงชื่อให้การสนับสนุน ขั้นต่ำ 100 คน แต่พรรคเพื่อไทย มีเสียงสส.ไม่ถึง จึงต้องไปขอเสียงสนับสนุนจากพรรคอื่นๆ ซึ่งก็มีทั้ง พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม เป็นต้น จนได้เสียงสนับสนุนมา 189 เสียง
ประเด็นที่พรรคภูมิใจไทย เกรงว่า ร่างของพรรคเพื่อไทยจะขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คือเรื่องที่มาของ สสร. ซึ่งศาลฯระบุว่า... รัฐสภาไม่อาจกำหนดให้ประชาชนเลือกผู้จัดทำรัฐธรรมนูญได้โดยตรง
รูปแบบการได้มาของ สสร. ตาม ร่างของพรรคเพื่อไทย คือ จัดคูหาให้มีการเลือกตั้ง สสร. 300 คนโดยตรง จากนั้นส่งให้รัฐสภา คัดเลือกเหลือ 100 คน
พรรคภูมิใจไทยมองว่า ช่วงการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพื่อให้ได้ว่าที่ สสร. 300 คนนั้น อาจขัดต่อแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญวางไว้ เพราะในขั้นตอนที่รัฐสภา คัดเลือกให้เหลือ 100 คนนั้น ก็ต้องเลือกเอาคนที่ได้คะแนนสูงๆ อยู่ดี จึงไม่ต่างกับการให้ประชาชนเลือกโดยตรง
และยังมองในประเด็นการ “ยึดโยงกับประชาชน” ว่า ไม่จำเป็นต้องมาเน้นที่ให้ประชาชนเลือก สสร.ก็ได้ เพราะในขั้นตอนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ยังต้องผ่านประชามติถึง 3 ครั้ง ซึ่งนั่นก็เท่ากับ ยึดโยงประชาชนอยู่แล้ว
ดังนั้นเพื่อเป็นการตัดปัญหาว่าจะถูกร้องเรียนในภายหลัง จนทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญสะดุด และกระทบไปถึงเสถียรภาพของรัฐบาล จึงต้องให้ สส.ของพรรคถอนชื่อออกมาก่อน
แน่นอน การกระทำของพรรคภูมิใจไทย ที่ทำกับพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ ย่อมมีเสียงวิจารณ์ตามมาว่า ไม่มีการรักษาหน้า ไม่รักษามารยาททางการเมืองในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเลย พูดง่ายๆ ว่าเป็นการฉีกหน้ากันชัดๆ !!
นี่ยังเป็นการบ่งบอกว่า พรรคภูมิใจไทย ไม่เอาด้วยกับร่างของพรรคเพื่อไทย โอกาสที่ร่างของพรรคเพื่อไทย จะผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมรัฐสภา จึงแทบเป็นศูนย์
เมื่อไม่ไว้หน้ากันขนาดนี้ ก็ต้องติดตามดูว่า “พรรคเพื่อไทย”จะรักษาศักดิ์ศรี ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล หรือไม่
แต่ถ้ามองในมุมของพรรคภูมิใจไทยแล้ว ถ้าพรรคเพื่อไทยถอนตัว ก็ดึงพรรคกล้าธรรม เข้ามาเสียบแทนได้
“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดถึงเรื่องนี้ว่า การถอนชื่อของภูมิใจไทย ส่งผลต่อการเดินหน้า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของพรรคแน่นอน ซึ่งทางพรรคจะนำร่าง กลับมาพิจารณาทบทวนอีกครั้ง และคงต้องหารือร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ถึงเหตุผล ความจำเป็น และข้อกังวลทางกฎหมายต่างๆ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ยืนยัน ว่าเรื่องนี้ไม่กระทบความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะเป็นเรื่องนิติบัญญัติ
ขณะที่ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แกนนำพรรคอีกคนกล่าวว่า เรื่องนี้อย่าไปตีเป็นประเด็นการเมือง เพราะเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ และจะไม่ทำให้เกิดความบาดหมาง ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องเคลียร์กับ “นายกฯอนุทิน” เพราะเป็นเรื่องกลไกของสภา ไม่ใช่เรื่องของคณะรัฐมนตรี
แกนนำพรรคทั้งสอง อยู่ในภาวะจำเป็นต้อง “อมเลือด”!!
ส่วน “อดิศร เพียงเกษ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เริ่มต้น.. ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ก็ไปไม่สวย คงกระทบต่อการร่วมรัฐบาลอย่างแน่แท้...
ไม่สบายใจ ที่ภูมิใจไทย มีมติมาแบบนี้ พรรคเพื่อไทยมีนักกฎหมาย รู้ว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แน่นอน
“อนุทิน” อายุสั้นหรือยาว อยู่กับท่าทีต่อพรรคร่วม แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง…???!!!
ไม่ทันไร ก็เห็นตีนหนู ...จะร่วมหอกันอยู่ได้ไฉน ...สะกดคำว่าประชาธิปไตย และจะแก้ไข“รัฐธรรมนูญ” อย่างไรดี…
นี่นับเป็นรอยปริร้าว ระหว่างพรรคร่วมที่เห็นได้อย่างชัดเจน...เป็นแผลในใจที่เกิดจากอหังการ์ของพรรคสีน้ำเงิน ที่จะกินรวบไปหมดทุกอย่าง!!


