xs
xsm
sm
md
lg

"อธิบดีปค." นัดเครือข่ายปกครองทั่วประเทศ เคลียร์ปัญหา "บัตรคนจน" ซักซ้อมระดมทีมค้นหา "กลุ่มตกหล่น" ให้ครบ 1,044,785 คน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"กรมการปกครอง" เปิดตัวเลข กลุ่มตกหล่น "บัตรคนจน" จ่อค้นหาให้ครบ 1,044,785 คน พรุ่งนี้ "อธิบดีฯ" นัด "นายอำเภอ" 878 แห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม./อปท. ทั่วประเทศ ประชุมซักซ้อม ด่วน! อำนวยความสะดวกประชาชน ที่ครอบคลุม 13.19 ล้านคน ระหว่าง 4-21 มิ.ย.นี้ ระดมเครือข่ายผ่าน“ระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจฯ 5 ช่องทาง” เร่งยืนยันและส่งข้อมูล ภายในวันที่ 21 มิ.ย. เวลา 23.59 น.

วันนี้ (4 มิ.ย.2569) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง จะเชิญหน่วยงานฝ่ายปกครอง ในระดับภูมิภาคทั่วประเทศ หารือซักซ้อม "โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ปี 2569" ผ่านวีดีโอคอนฟาเร้นส์ ภายหลังเกิดปัญหาเกือบทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะประเด็นคนเก่า-คนใหม่

เบื้องต้นพบว่า กรณีประชาชนกลุ่มตกหล่น ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิของรัฐได้อีกประมาณ 1,044,785 คน จะระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่

เพื่อลงพื้นที่เชิงรุกสำรวจผู้มีสิทธิจากฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินการเร่งสำรวจและรับลงทะเบียน ในระหว่างวันที่ 4-10 มิถุนายน 2569

เมื่อวานนี้ (3 มิ.ย.) กรมการปกครอง มีหนังสือด่วนที่สุด สั่งการให้ทุกจังหวัดบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศ

เร่งดำเนินการสำรวจและติดตามกลุ่มเป้าหมาย ระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ผ่าน “ระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ” เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ยังได้สั่งการให้ที่ทำการปกครองอำเภอทั่วประเทศจัดตั้ง ศูนย์บริการร่วม (One Stop Service : OSS) เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้คำปรึกษา ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันตัวตนของประชาชน

สำหรับประชาชนที่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2565 สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการใหม่ได้ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทย
และ สาขาธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

นอกจากนี้ ให้คณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) หรือ คณะกรรมการชุมชน จัดเวทีประชาคมหมู่บ้านและชุมชน เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อมูลให้ครอบคลุมและโปร่งใส

รวมทั้งเปิดโอกาสให้ชุมชนช่วยกันค้นหาผู้ที่สมควรได้รับสิทธิแต่ยังไม่ได้รับการบันทึกข้อมูลในระบบ เพื่อให้ไม่มีประชาชนผู้เดือดร้อนถูกทอดทิ้งหรือหลุดจากการช่วยเหลือของภาครัฐ ระหว่างวันที่ 4-17 มิถุนายน 2569 ให้ได้รับการลงทะเบียนทุกราย

ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการสอบทานตามบัญชีรายชื่อครบถ้วนแล้วให้เร่งยืนยันและส่งข้อมูล ภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 23.59 น. เพื่อกรมการปกครองจะได้นำส่งให้กระทรวงการคลังดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป

ทั้งนี้ ได้กำชับทุกจังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ หรือหลอกลวงเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น

“เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และได้รับการดูแลตามความจำเป็นอย่างแท้จริง”

สำหรับ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง มีตัวเลขผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 จำนวน 13.19 ล้านคน

ให้ดำเนินการ ทำการยืนยันยัน เข้าร่วมโครงการฯ ปี 2569 ทุกราย ผ่าน 5 ช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด และดำเนินการสำรวจ และรับลงทะเบียนผู้ไม่มีบัตรฯ ที่เป็นกลุ่มตกหล่นตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกระทรวงมหาดไทย (กรมการพัฒนาชุมชน)

และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO - LOGBOOK) ของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์ รวมจำนวนประมาณ 1,044,785 คน

โดยมอบหมายให้ กรมการปกครอง กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจกลุ่มตกหล่นที่ยังไม่ สามารถเข้าถึงโครงการฯ และรับลงทะเบียนผ่าน "ระบบตรวจสอบข้อมูลตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ" ของกรมการปกครอง ภายในระหว่างวันที่ 4-21 มิถุนายน 2569

จากนั้นกรมการปกครองจึงนำส่งนำส่งข้อมูล ผู้ลงทะเบียนให้สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป.