รมต.สำนักนายกฯ เรียก “แอปฯ ดัง“ สางปัญหาคนขับทำร้ายนักท่องเที่ยว พรุ่งนี้ ก่อนเรียกอีก 13 แพลตฟอร์มคุย 12 มิ.ย. หวังสังคายนาทั้งระบบ ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ย้ำ ผู้โดยสารต้องปลอดภัย ลั่นถ้าจะตายต้องไปตายคนเดียว ส่วนเคสวอลโว่ ไม่ไกล่เกลี่ยแล้ว “สคบ.” เตรียมฟ้องแทนผู้บริโภค
วันนี้ (4 มิ.ย.) ที่ทำเนียบฯ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคนขับแอปพลิเคชันดัง ทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เหตุเกิดย่านอโศก ว่า ทราบว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มดังที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีราคาที่อาจจะต่ำกว่าหลายแพลตฟอร์ม ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เห็นว่า สิทธิของผู้บริโภค เมื่อมีการกดรับผู้โดยสารแล้ว ต้องส่งผู้โดยสารให้ถึงปลายทาง กรณีนี้จึงเข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภค ซึ่งทางแพลตฟอร์มดังกล่าว ได้มาพบกับตัวแทนของ สคบ. ที่ สน.ทองหล่อ โดยมีการเจรจาไกล่เกลี่ย โดยทางแพลตฟอร์มได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการจ่ายค่าเยียวยาให้ 35,000 บาท แต่ยังมีคดีทำร้ายร่างกาย ซึ่งวันนี้ (4 มิ.ย.) ได้ไปที่ศาลเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อในเรื่องทำร้ายร่างกาย
น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า สคบ. มีแนวคิดที่จะเข้ามาดูแลแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์ขายของ แพลตฟอร์มส่งสินค้า และแพลตฟอร์มเรียกรับผู้โดยสาร โดยในวันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) จะเรียกแพลตฟอร์มรายที่เกิดปัญหาเข้ามาพูดคุยเจ้าเดียวก่อน ส่วนวันที่ 12 มิ.ย.จะเรียกมาอีก 13 แพลตฟอร์มทั่วประเทศไทยมาหารือ
อย่างไรก็ตาม กรณีคนขับรถทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เป็นชายอายุ 23 ปี ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ จึงเกิดคำถามว่าปล่อยให้มาขับได้อย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าวุฒิภาวะอาจจะยังน้อย
”อาจจะถึงเวลาทบทวนตั้งแต่การคัดกรองผู้ขับขี่ เรื่องความเหมาะสมของอายุในการขับรถสาธารณะที่จะสามารถรับผิดชอบชีวิตของผู้โดยสารได้ อายุ 20 อาจจะขับรถมีใบขับขี่ส่วนตัวได้ รถชนตายเองคนเดียวจบ แต่สำหรับใบขับขี่สาธารณะ จะต้องดูความเหมาะสมในการที่จะมารับผิดชอบชีวิตของผู้โดยสารด้วย“ น.ส.ศุภมาส กล่าว
นอกจากนี้ ต้องดูมาตรการของบริษัทตั้งแต่การทำสัญญาว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่ ในส่วนของ 13 แพลตฟอร์ม จะทิ้งผู้โดยสารไม่ได้ถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัย รวมถึงดูเรื่องความเป็นธรรมของค่าโดยสาร ด้วยห่วงใหญ่ของนายกรัฐมนตรีที่ย้ำทุกครั้งว่าให้ดูเรื่องปากท้องของประชาชน เราเห็นว่า ทั้ง 13 แพลตฟอร์ม คิดราคาไม่เท่ากันแบบมีนัยห่างกันหลายบาท ส่วนนี้ต้องมีการทบทวนด้วยในการประชุม สคบ. วันที่ 12 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ด้วย
ส่วนจะมีการวางแนวทางบทลงโทษอย่างไรนั้น น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า จะต้องบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ โดยขึ้นลิสต์ว่าถ้าคนขับทำผิดถึงขั้นไหนจะต้องมีบทลงโทษอย่างไร รวมถึงตัวแพลตฟอร์มจะต้องมีการออกมาตรการด้วยเช่นกัน หากสร้างปัญหามีการกระทำผิดซ้ำ และปล่อยปละละเลยจะต้องมีบทลงโทษตามระเบียบกฎหมาย
ส่วนจะวางมาตรฐานราคากลางอย่างไร ในเมื่อแพลตฟอร์มต่างๆ ต้องแข่งขันกันเรื่องราคา น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า หากไม่เป็นธรรมกับประชาชนจะต้องหาทางลดค่า GP (Gross Profit) หรือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ส่วนนี้ผู้ประกอบการอาจจะต้องเสียกำไร เสียประโยชน์ไปบ้าง แต่รัฐบาลต้องดูแลประชาชนผู้เดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพเป็นหลักมากกว่า
นอกจากนี้ ในการประชุม สคบ.ชุดใหญ่ วันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) จะมีการพิจารณาอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีรถวอลโว่กว่า 500 เคส ที่เมื่อประชุมเสร็จจะเตรียมฟ้องให้ผู้บริโภคทันทีไม่มีการไกลเกลี่ยแล้ว โดยจะเรียกร้องให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งผู้เสียหายบางรายไม่ต้องการให้นำรถไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ แต่ต้องการเงินคืน


